ขึ้นชื่อว่า “ฟรีแลนซ์” ย่อมมีความไม่แน่นอนทางการจ่ายเงินมาเป็นของคู่กัน! บางทีก็อยากจะพนมมือภาวนาให้ท่านลูกค้าอย่าเลทเล้ยยยย แต่บางครั้งมันก็ยากจังน้า เงินสำรองก็ร่อยหรอลงทุกที จะวางแผนยังไงดีให้ไม่ตายนะ ลองมาดูกันเลย!
พูดแล้วพูดอีก เรียกว่าตำราไหนก็พูดแบบนี้ แต่มันมีประโยชน์จริงๆนะเออ
เริ่มจากการคำนวนรายรับและรายจ่ายกันซะก่อน ถ้าจดเองมันยาก ลองหาแอพมาใช้ดูก็ได้ ยุค 4.0 แล้ว มีแอพคำนวนรายรับรายจ่ายแบบพร้อมคำนวนออกมาเป็นกราฟแถมตั้ง Budget ต่อเดือนได้แล้วนะ! บางแอพนางร้ายถึงขั้นยิงบาร์โค้ดสินค้าได้เลยนะคุณ!
แน่นอนว่าเราจะแบ่งเงินออกเป็นสามส่วน นั่นคือ
1. หนี้สิน – ตรงนี้ คือ หนี้สินแบบ หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต หนี้ที่ทำให้ติดเครดิตบูโรได้นะจ๊ะ เพราะเครดิต คือ สิ่งสำคัญของฟรีแลนซ์ไงล่ะ! ไม่ว่าจะเป็นหนี้ระยะสั้น หรือหนี้ระยะยาว เราต้องนับมาไว้ตรงนี้
2. รายจ่ายทั่วไป – ตรงนี้เรารวมถึงค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าพาคุณแม่ไปเลี้ยงขนม ค่าเปย์สาว เปย์หนุ่ม ค่าใช้จ่ายต่างๆที่ไม่ติดเครดิตบูโร เอามารวมไว้ตรงนี้จ้าาาา
3. เงินเก็บ – ตามชื่อเลย เพราะนี่คือเงินสำรองยามฉุกเฉินของเราไงล่ะ!
เรื่องสำคัญอย่างหนึ่งที่ฟรีแลนซ์ต่างจากพนักงานประจำ นั่นคือ เครดิต มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากกกกกก กว่าจะทำบัตร จะขอกู้ก็ยากกว่าพนักงานประจำอยู่แล้ว แต่ถ้าพลาดครั้งเดียว มันเสียยาว !!!
ดังนั้น ต้องลำดับความสำคัญให้ชัดเจน จัดการหนี้สินก่อน อย่าทำลืม อย่าจ่ายช้า อย่าปล่อยเบลอ เสียประวัติทีเดียว อนาคตมืดยาวววววเลยนะจ๊ะพี่ทุยขอบอก จะผ่อนบ้าน ผ่อนรถหรือค่าบัตรก็ให้นับเป็นก้อนนี้ก้อนเดียว พอได้เงินมา จงรีบจ่ายหนี้ก่อน ไม่อย่างนั้นอีกหน่อยจะร้องไห้ อย่าหาว่าพี่ทุยไม่เตือน
แน่นอนว่าการจัดการหนี้สินในส่วนนี้ จะต้องจัดการหนี้สินที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน แต่ถ้าจะให้ดีต้องจัดการจ่ายตามกำหนดให้ครบในแต่ละเดือน
เพราะเราไม่รู้ว่าลูกค้าจะจ่ายเราเมื่อไหร่ และจะตรงเวลามั้ยก็ต้องลุ้น กันยิ่งกว่าคุกกี้เสี่ยงทาย ใครได้ลูกค้าดีก็นับว่าเป็นบุญกุศลแก่ชีวิต แต่ถ้าใครเจอกรณีตกเบิกก็นั่งซึมๆกันไป เงินเก็บนี่แหละตัวช่วย! พี่ทุยแนะนำให้มีการแบ่งเงินให้ดี ดังนี้
1. เงินฉุกเฉิน – ตรงนี้เราอาจเก็บไว้เป็นเงินสด จะฝากธนาคารเป็นการฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง หรือจะลงกองทุนรวมตลาดเงินก็ได้ เป็นส่วนที่เราสามารถหยิบออกมาใช้ได้ทันทีที่มีปัญหานั่นเอง
2. เงินฝากระยะกลาง – เงินฝากประจำ, LTF, สลาก ธกส., สลากออมสิน, กองทุนรวม, ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ก็ว่ากันไปแล้วแต่ตามความชอบ
3. เงินเกษียณ – ตรงนี้มีทั้ง RMF, ประกันชีวิตแบบบำนาญ, ประกันสังคม อีกอันนึงที่พี่ทุยแนะนำมากๆ
สำหรับฟรีแลนซ์วัยละมุน แบบว่านักเรียนนักศึกษาก็ทำได้ นั่นคือ กอช. กองทุนการออมแห่งชาติ ที่จัดตั้งขึ้นมาเป็นกองทุนสำหรับฟรีแลนซ์หรือคนที่ไม่ได้ทำงานอยู่ในระบบนั่นเอง เพราะสมัครได้ตั้งแต่อายุ 15 ปีเลย !
ค่าใช้จ่ายทั่วไป ตรงนี้น่าจะรู้กันคร่าวๆอยู่แล้วเนอะว่าใช้อะไรเท่าไหร่ อันไหนจำเป็น อันไหนไม่จำเป็น เดือนไหนเงินเข้าน้อยก็อาจจะต้องเพลาๆส่วนฟุ่มเฟือยบ้างนะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะต้องกินแกลบไม่รู้ตัว
ใครไม่รู้ แต่พี่ทุยรู้ ! เวลาที่เงินในมือใกล้หมด ลูกค้ายังไม่โอนเงินนี่มันชวนให้วิตกสุดๆไปเลย !! พี่ทุยอยากให้คิดเผื่อถึงกรณีที่เงินไม่เข้า 1 ปีเต็ม เพราะในระหว่างนั้นเราก็ยังจะต้องจ่ายหนี้อยู่ทุกๆเดือน รวมถึงพวกกรณีเจ็บไข้ได้ป่วย จะใช้เงินประกันสังคม ประกันสุขภาพ หรือเงินสดที่เก็บไว้ อันนี้ต้องแล้วแต่ความถนัด ทำแบบนี้แล้ว บวกอย่าเผลอไปเปย์เพื่อความบันเทิงจนเบียดเบียนเงินสำรอง แค่นี้เราก็จะได้ไม่ต้องกินแกลบอีกต่อไปแล้ว