สรุปมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ทั้งลดทั้งแจก !

สรุปมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ทั้งลดทั้งแจก !

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีใหม่รวม 5 หมวด (1) การศึกษาและกีฬา (2) ส่งเสริมการอ่าน (3) สินค้า OTOP (4) กลุ่มท่องเที่ยว (5) กลุ่มที่อยู่อาศัย และ (6) มีการสนับสนุนระบบ e-Tax
  • มาตรการเพิ่มเงิน e-Money ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แก่ผู้พิการ การศึกษาและกีฬา เกษตรกร และผู้ถือบัตรทุกคน
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ใช้งบ 13,200 ล้านบาท คาดว่าจะทำให้ GDP โตขึ้น 0.1% เป็น 3.9%

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่มาแล้วจ้าาาาา คลอดออกมาเป็นที่เรียบร้อยกับ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ที่มาแบบจัดเต็มทั้งลด ทั้งแจก โดยมาตรการจากกระทรวงการคลังในปี 2562 นี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือในหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น ผู้พิการ เกษตรกร พ่อแม่ และ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และยังมีมาตรการส่งเสริมการใช้จ่ายในประเทศแถมยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง

กระตุ้นการใช้จ่ายและสามารถนำไปลดหย่อนภาษี

เป็นมาตรการที่ส่งเสริมการใช้จ่ายในประเทศในธุรกิจที่กำลังประสบปัญหาในปัจจุบัน โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมี ดังนี้

  1. กลุ่มการศึกษาและกีฬา – มาตรการนี้จะกระตุ้นการซื้อสินค้าที่เกี่ยวกับการศึกษาและกีฬา โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 จนถึง 30 มิถุนายน 2562
  2. กลุ่มส่งเสริมการอ่าน – มาตรการนี้จะสนับสนุนการอ่านโดยสามารถนำค่าซื้อหนังสือ และ e-Book มาเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 จนถึง 31 ธันวาคม 2562
  3. กลุ่มสินค้าท้องถิ่นไทย (OTOP) – มาตรการนี้จะสนับสนุนให้ซื้อสินค้า OTOP เพื่ออุดหนุนสินค้าท้องถิ่น สามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้ามาเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อหักลดหย่อนภาษีได้ ตั้งแต่ 30 เมษายน 2562 จนถึง 30 มิถุนายน 2562
  4. กลุ่มการท่องเที่ยว – สามารถนำค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวทั่วประเทศ ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง โดยในเมืองหลักสามารถนำมาลดได้ไม่เกิน 20,000 บาท และเมืองรองสามารถนำมาลดได้สูงสุด 15,000 บาท ต้องเป็นค่าใช้จ่ายในช่วง 30 เมษายน 2562 จนถึง 30 มิถุนายน 2562
  5. กลุ่มที่อยู่อาศัย – ค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านพร้อมที่ดิน หรือ คอนโด ที่มีมูลค่ารวมไม่เกิน 5 ล้านบาท สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ไม่เกิน 100,000 บาท โดยต้องเป็นบ้านหลังแรก และต้องถือกรรมสิทธิ์นี้ติดต่อกันอย่างน้อย 5 ปีนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียน และต้องเป็นที่อยู่อาศัยที่ซื้อในช่วง 30 เมษายน 2562 จนถึง 31 ธันวาคม 2562

และยังมีมาตรการสนับสนุน e-Tax โดยจะให้นิติบุคคลสามารถหักรายจ่ายลงทุนในระบบ e-Tax ได้ถึง 2 เท่าสำหรับการใช้ Point of Sale, e-Tax Invoice & e-Receipt และ e-Withholding Tax ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2562 จนถึง 31 ธันวาคม 2562

กระตุ้นด้วยการเพิ่มเงินในระบบด้วยการแจกเงิน e-Money ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

เป็นมาตรการแจกเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหา และยังสนับสนุนให้นำเงินไปใช้เฉพาะจุด โดยแบ่งเป็น 4 มาตรการ

  1. เพิ่มเงินช่วยเหลือผู้พิการ – ผู้พิการจะได้รับเงินเพิ่มอีก 200 บาท/คน/เดือน ผ่านช่องทาง e-Money ทุกวันที่ 15 จองเดือน จำนวนผู้พิการที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคาดว่าจะได้ประโยชน์ในจุดนี้ 1.16 ล้านคน ใช้งบประมาณโดยประมาณ 1,160 ล้านบาท เริ่มแจกเงินตั้งแต่ พฤษภาคม 2562 จนถึง กันยายน 2562
  2. เพิ่มเงินช่วยเหลือเกษตรกร – ไม่ว่าจะเป็นค่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลงและปัจจัยการผลิตทั้งหมดของเกษตรกร เพื่อบรรเทาปัญหาสินค้าการเกษตรที่มีความผันผวนในด้านราคาสูง โดยจะได้รับเงินครั้งเดียวคนละ 1,000 บาท ผ่านช่องทาง e-Money บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 คาดว่าจะมีเกษตรกรที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับเงิน 4.1 ล้านคน คิดเป็นมูลค่างบประมาณที่ใช้ 4,100 ล้านบาท
  3. เพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ปกครองเด็ก – โดยการเพิ่มเงินให้คุณพ่อคุณแม่ของเด็กสำหรับการซื้ออุปกรณ์กีฬาและอุปกรณ์การศึกษา โดยปกติจะได้รับเงินอยู่แล้ว 200-300 บาท แล้วแต่กรณี แต่จะได้รับเพิ่มเป็น 500 บาท ต่อลูก 1 คน ผ่านช่องทาง e-Money บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 คาดว่าจะมีผูได้รับผลประโยชน์ 2.7 ล้านคน รวมเป็นเงินงบประมาณ 1,350 ล้านบาท
  4. เพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ – เพิ่มเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งหมด 14.6 ล้านคน เพื่อบรรเทาปัญหาปากท้องและสนับสนุนให้กำลังซื้อร้านค้าธงฟ้าให้มากขึ้น โดยจะเพิ่มสิทธิในการซื้อสินค้าจากร้านค้าธงฟ้าเพิ่มเป็น 500 บาทต่อเดือน เพิ่มจากเดิมที่จะได้รับสิทธิคนละ 200-300 บาท โดยจะเพิ่มเงินในช่วง พฤษภาคม 2562 ถึง มิถุนายน 2562 เป็นเวลา 2 เดือน รวมเป็นงบประมาณ 6,600 ล้าน

การกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ใช้งบประมาณทั้งหมดเท่าไหร่ ?

ในส่วนของมาตรการแจกเงินนั้น หากมีผู้มาใช้สิทธิตามที่คาดการณ์ไว้จะใช้งบประมาณเป็นเงินรวมกันสูงถึง 13,200 ล้านบาทเลยทีเดียว อีกทั้งในส่วนลดหย่อนภาษีก็ได้รับสิทธิถึง 5 ประเภท นอกจากจะใช้งบเป็นจำนวนมากแล้วยังจะทำให้ภาษีหรือรายได้ของรัฐน้อยลงอีกด้วย

ผลลัพธ์ที่รัฐคาดว่าจะได้จากมาตรการในครั้งนี้

คาดมาตรการครั้งนี้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและทำให้ GDP รวมในปีเพิ่มขึ้น 0.1% จากการคาดการณ์เดิมที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดว่าเศรษฐกิจไทย GDP จะโตประมาณ 3.8% หลังเพิ่มมาตรการนี้เข้าไปจะโตเป็น 3.9%

ในอีกด้านหนึ่งก็คาดว่าคนจะเข้ามาในระบบภาษีแบบถูกต้องมากขึ้น และได้รับการอำนวยความสะดวกจากระบบที่ทันสมัยขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนได้มากขึ้นต้องรอดูว่ามาตราการนี้จะสามารถส่งผลได้ดีอย่างที่คาดหวังกันไว้หรือไม่ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจโดยร่วม หรือแม้แต่กลุ่มคนเป้าหมายที่รัฐบาลอยากให้เข้ามาอยู่ในระบบ

ส่วนใครที่ได้สิทธิลดหย่อนภาษีก็อย่าลืมเก็บใบเสร็จหลักฐานเพื่อสิทธิประโยชน์ของตัวเองด้วยนะเดี๋ยวจะหาว่าพี่ทุยไม่เตือน

ปล. ตอนนี้เพิ่งผ่านมติจาก ครม. รอประกาศเป็นกฎหมายอย่างชัดเจนอีกทีนึงเนอะ

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: