ลาก่อน “LTF” ! ซื้อได้ถึงปลายปี 62 เท่านั้น

0
39318
ลาก่อน

BRIEF

  • LTF จะสามารถซื้อได้ถึงปลายปี 2562 เป็นปีสุดท้าย
  • LTF กองทุนรวมหุ้นระยะยาว สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมีการออมในตลาดทุนเพิ่มขึ้น เพิ่มบทบาทให้นักลงทุนสถาบัน (กองทุน) ลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ และ เตรียมความพร้อมก่อนสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ Aging Society
  • การลงทุนในกองทุนรวมหุ้น หากลงทุนเกิน 5 ปี จะมีความเสี่ยงที่ต่ำ ทำให้โอกาสที่จะขาดทุนจาก LTF นั้นต่ำมาก
  • ปัจจุบันเม็ดเงินลงทุนใน LTF มีมากกว่า 3.9 แสนล้านบาท หากไม่มีแผนรองรับ หรือกองทุนทดแทนจะกระทบกับตลาดหุ้นแน่นอนไม่มากก็น้อย
  • สภาธุรกิจตลาดทุนได้ศึกษาเตรียมความพร้อมในการรับมือ และกำลังศึกษาคิดค้นกองทุนใหม่มาทดแทนคาดว่าจะรู้ผลก่อนสิ้นปี 2562

LTF หรือกองทุนหุ้นระยะยาวที่เราใช้เพื่อลดหย่อนภาษีกันจะสามารถซื้อได้ถึงปลายปี 62 นี้เท่านั้น ใครที่ยังไม่วางแผนภาษี ยังไม่เคยลงทุนต้องรีบกันหน่อยแล้ว

LTF คืออะไร ?

LTF คือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้ทำความเข้าใจและรู้จักการลงทุนระยะยาวให้เงินได้งอกเงยเพราะการลงทุนกองทุนหุ้นระยะยาวนั้นให้ผลตอบที่ดีและเสี่ยงน้อยกว่า และยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ถือเป็นประโยชน์ 2 ต่อที่พี่ทุยชอบมาก

ส่วนอีกหนึ่งเหตุผลที่คิดค้น LTF ขึ้นมาคือ เมื่อ 10 ปีที่แล้วกองทุนในไทยยังมีจำนวนไม่มากนัก การเพิ่มสัดส่วนผู้ลงทุนสถาบัน (กองทุนรวม) เป็นการช่วยให้ตลาดเกิดเสถียรภาพมากขึ้น เวลาที่หุ้นลงหนักๆหรือลงไปต่ำกว่ามูลค่าที่ควรก็จะมีนักลงทุนสถาบันมาช่วยซื้อ ทำให้ราคาหุ้นเป็นไปตามราคาที่ควรจะเป็น และสามารถเติบโตในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการเก็งกำไรจากความโลภและความกลัว

การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง แล้วลงทุนใน “LTF” นั้นเสี่ยงมั้ย ?

แม้ผู้ลงทุนจะมีความเสี่ยงแต่หากมองย้อนกลับไป 5 ปี มีเพียง 2 กองทุนเท่านั้นที่ขาดทุนจากกองทุนทั้งหมด 52 กองทุน (ที่อายุเกิน 5 ปี ข้อมูล ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2561 แม้เป็นวันที่หุ้นลงเยอะ) แถมกองที่ขาดทุนนั้นขาดทุนสูงสุดเพียง 1% เท่านั้น จึงเป็นเหตุผลทำไมกองทุน LTF นั้นถึงมีข้อกำหนดต้องถือครองอย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน (5 ปี กับอีกไม่กี่วัน) เพราะการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นหากถือเกิน 7 ปีปฏิทิน หรือมากกว่านั้นมีความเสี่ยงที่น้อยกว่า เพราะด้วยวัฏจักรตลาดหุ้นแล้ว การถือยาวขนาดนี้โอกาสที่จะขาดทุนนั้นต่ำมากหรือแทบจะไม่มีเลย แถมยังได้เงินคืนจากการลดหย่อนภาษีอีก ถือว่าเป็นประโยชน์ 2 เด้งเลย

LTF ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ ?

LTF ใช้ลดหย่อนภาษีได้ไม่เท่ากัน ยิ่งรายได้เยอะ LTF จะยิ่งลดหย่อนภาษีได้เยอะ ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของเรา เช่นหากเรามีรายได้ตกอยู่ที่ฐาน 20% ซื้อ LTF 100,000 บาท ก็จะสามารถจ่ายภาษีได้ถูกลงประมาณ 20,000 บาท โดย 100,000 จะไปลดรายได้ที่เราใช้ยื่นภาษีนั่นเอง

ลาก่อน "LTF" ! ซื้อได้ถึงปลายปี 62 เท่านั้น

จากตารางจะเห็นได้ว่าแม้คนที่มีรายได้น้อยจะมีสิทธิซื้อ LTF แต่ถ้าอยู่ในฐานที่ไม่ต้องเสียภาษีก็จะได้ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการซื้อ LTF เลย แถมต้องทำตามกฏให้ครบด้วย การไปเลือกกองทุนปกติจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า และอีก 1 ข้อสังเกต คือ ยิ่งรายได้เยอะก็จะยิ่งเสียภาษีสูงขึ้นมาก ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีก็จะยิ่งมากขึ้นตาม

ที่ผ่านมามีคนซื้อ LTF เยอะขนาดไหน ?

ปัจจุบันข้อมูลในเดือนกันยายน 2561 พบว่า มีเงินที่ลงทุนอยู่ในกองทุน LTF ถึง 3.9 แสนล้านบาท โดยแต่ละปีมีเม็ดเงินไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นปีละ 7-8 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกๆปี โดยกองที่ใหญ่ที่สุดมีมูลค่าสินทรัพย์รวมมากกว่า 6 หมื่นล้านบาท (B-LTF) และอันดับสอง 4 หมื่นกว่าล้านบาท (KFLTFDIV)

เกิดอะไรขึ้น LTF จะหายไปไหน ?

จริงๆแล้ว LTF จะถูกยกเลิกหลายปีแล้ว แต่มีการขยายมาจนครั้งสุดท้ายคือขยาย 3 ปี จนถึงปี 2562 นี้เท่านั้น ซึ่งจะเป็นปีสุดท้ายที่จะซื้อ LTF ได้ โดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทยยังคงเห็นความสำคัญ และอยากให้คนไทยได้เข้าใจและเริ่มเรียนรู้การลงทุนในกองทุนรวม เชื่อได้ว่าหลังปี 2562 จะมีกองทุนใหม่มาทดแทนแน่นอน โดยจะเน้นเพื่อให้ตอบสนองประชาชนที่มีรายได้ยังไม่สูงและชนชั้นกลางให้มากขึ้น เพราะในปัจจุบันประโยชน์จาก LTF นั้นยังมีน้ำหนักไปให้คนที่มีรายได้สูงมากกว่า เพื่อให้คนไทยได้ออมในตลาดทุน ลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ และเพื่อเป็นการเตรียมการก่อนสังคมไทยเข้าสู่ Aging Society หรือ สังคมผู้สูงอายุ

Aging Society สังคมผู้สูงอายุ

สังคมผู้สูงอายุ คือ ยุคที่คนสูงอายุจะกลายเป็นประชากรหลักของประเทศ ส่งผลให้ทั้งตัวประชาชนเองและรัฐบาลจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่ากินอยู่ ท่องเที่ยว ดูแลครอบครัว หรือแม้กระทั่งค่ารักษาพยาบาลที่จะสูงมากขึ้นนั่นเอง นอกจากนั้นอัตราพึ่งพิงก็จะเปลี่ยนไป จากที่คนสูงอายุ 1 คน จะมีลูกๆหลายคนช่วยกันดูแล แต่ในอนาคตคนมีลูกกันน้อยลง ผู้สูงอายุก็จะมีคนดูแลน้อยหรืออาจจะต้องดูแลตัวเองด้วยซ้ำ และคนทำงานก็ต้องดูแลทั้งพ่อแม่ และ ลูกที่มีค่าใช้จ่ายสูงทั้งสองฝั่งไปพร้อมๆกัน หรือที่เรียกกันว่า Sandwich Generation การที่ใช้ตลาดทุนเป็นเครื่องมือในการออมจึงกลายเป็นเรื่องที่สำคัญและหลีกเลี่ยงแทบจะไม่ได้แล้ว

ถ้าไม่มี LTF หุ้นจะตกมั้ย ?

หาก LTF ออกจากตลาดหุ้นไป ถึงแม้จะมีข้อกำหนดขายคืน แต่เงิน 3.9 แสนล้านบาทจะต้องค่อยๆทยอยออกจากตลาดภายในไม่นาน ซึ่งจะกระทบตลาดหุ้นแน่นอนไม่มากก็น้อย ทางสภาธุรกิจตลาดทุนไทยก็เล็งเห็นจุดๆนี้ จึงเปิดเหตุผลว่าทำไมจะต้องศึกษาและเตรียมการคิดค้นกองทุนใหม่ที่มาแทนที่ LTF นั่นเอง ดังนั้นก็สบายใจได้เลยเพราะทางสภาธุรกิจตลาดทุนไทยเล็งเห็นปัญหาแน่นอน แต่จะมีวิธีรับมืออย่างไรต้องติดตามดูกันอีกที

ระหว่างนี้ทางสภาธุรกิจตลาดทุนกำลังศึกษาตั้งกองทุนใหม่ และยืนยันว่าปี 2562 จะเป็นปีสุดท้ายที่จะซื้อ LTF ได้ เพราะ LTF มีมาตรการใช้มาเกินกว่า 10 ปีแล้ว ถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนพัฒนาให้ทันสมัยและตอบโจทย์คนไทยให้มากขึ้น คาดว่าทางสภาธุรกิจตลาดทุนจะมีข่าวดีของกองทุนใหม่ก่อนปลายปี 2562 แน่นอน ส่วนคนที่ลงทุน LTF อยู่แล้วก็ไม่ต้องกังวลเพราะไม่ได้กระทบอะไรกับเงินลงทุนเรา แค่เราไม่สามารถซื้อเพิ่มหลังปี 2562 ได้ แต่หลังจากปี 2562 คาดว่าจะมีอะไรใหม่ให้เราได้มาเรียนรู้กัน

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*