BTS ซื้อหุ้น After You

ทำไม After You ถึงยอมขายหุ้นให้ “BTS” ?

2 min read  

ฉบับย่อ

  • BTS เข้าซื้อ AU 66 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 8.1% มูลค่า 660 ล้านบาท
  • BTS ยังไม่ได้มีการแถลงรายละเอียด แต่คาดว่าจะเป็นการส่งเสริมธุรกิจของกันและกันและอาจมีร้านในเครือของ AU ให้เราเห็นตาม BTS ในอนาคต
  • BTS เป็นบริษัท Holding มีการเข้าซื้อบริษัท Listed Company บางส่วนเพื่อ Synergy กับธุรกิจ บางส่วนเพื่อเกร็งกำไร
  • AU ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 ทั้งรายได้ในและนอกประเทศ การลดความเสี่ยงแต่ยังไม่ลดศักยภาพในการขยายธุรกิจ การได้ BTS มาเป็นพันธมิตรจึงเป็นคำตอบ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset "กองทุน"
Krungsri Asset "กองทุน"

“BTS” เข้าซื้อหุ้น Big Lot หุ้น After You (AU) 66 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 8.1% ของหุ้นทั้งหมดของ After You รวมแล้วมูลค่า 660 ล้านบาท โดยการซื้อขายในครั้งนี้ After You มองเห็นโอกาสในการผนึกกำลังและขยายเครือข่ายงานในอนาคตของทั้งสองฝ่าย ทำให้ราคาหุ้นจากวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ที่ราคา 9.7 บาทต่อหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 11 บาทต่อหุ้นในวันที่ 25 ธันวาคม 2563 หรือขึ้นมาประมาณ 13.4%

“BTS” เห็นอะไรใน After You ?

BTS Group Holding หรือที่เรารู้จักกันดีในรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นบริษัท Holding ที่ถือหุ้นในตลาดหลากหลายมาก After You หรือ AU ก็เป็นอีก 1 ธุรกิจที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจหลักซักเท่าไหร่ แต่ด้วย After You เป็นแบรนด์ที่แข็งแรง และกำลังมีการขาย Franchise Mikka ธุรกิจร้านกาแฟที่ไซส์ไม่ใหญ่มาก

บีทีเอสอาจมองเห็นการขยายหรือลงสาขาในแบรนด์ Mikka ในสถานีที่มี Traffic ที่ดีก็เป็นการ Synergy ของ 2 ธุรกิจที่ส่งเสริมกันได้ดี หรือในอีกมุมนึง After You อาจเพิ่มสินค้าในกลุ่ม Grab2Go เพื่อให้สามารถนำสินค้ามาลงตามสถานีสำคัญ ๆ ได้ ซึ่งในจุดนี้เองทั้ง After You และบีทีเอสยังไม่ได้มีการแถลงรายละเอียดการ Synergy ของ 2 ธุรกิจอย่างชัดเจน

“BTS” ถือหุ้นอะไรบ้าง ?

  1. NOBLE มูลค่า 837.08 ล้านบาท สัดส่วน 3.91%
  2. HUMAN มูลค่า 647.26 ล้านบาท สัดส่วน 3.02%
  3. RS มูลค่า 399.22 ล้านบาท สัดส่วน 1.86%
  4. ANAN มูลค่า 505.00 ล้านบาท สัดส่วน 2.36%
  5. SPI มูลค่า 448.13 ล้านบาท สัดส่วน 2.09%
  6. BEC มูลค่า 372.36 ล้านบาท สัดส่วน 1.74%
  7. BKD มูลค่า 187.06 ล้านบาท สัดส่วน 0.87%
  8. STEC มูลค่า 154.88 ล้านบาท สัดส่วน 0.72%
  9. SRIPANWA มูลค่า 133.72 ล้านบาท สัดส่วน 0.62%
  10. LPN มูลค่า 96.80 ล้านบาท สัดส่วน 0.45%
  11. U มูลค่า 3,009.47 ล้านบาท สัดส่วน 14.05%
  12. VGI มูลค่า 13,204.94 ล้านบาท สัดส่วน 61.65%
  13. MACO มูลค่า 528.73 ล้านบาท สัดส่วน 2.47%
  14. AU มูลค่า 712.80 ล้านบาท สัดส่วน 3.33%
  15. YGG มูลค่า 182.25 ล้านบาท สัดส่วน 0.85%

คำนวณจากราคาปิด ณ วันที่ 24/12/20

BTS ถือหุ้นอะไรบ้าง

เนื่องด้วยบีทีเอสเป็นบริษัท Holding และมีการประกาศ Strategy ที่จะลงทุนใน Listed Company ทำให้เราจะเห็นการที่บีทีเอสเข้าซื้อธุรกิจที่ไม่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับธุรกิจมาอยู่ในพอร์ตบ่อยครั้ง บ้างก็เข้าซื้อธุรกิจที่มีแนวโน้มจะ Synergy กันได้ บ้างก็ซื้อและขายออกไปเป็นการลงทุนหรือบริหารเงินสด โดยช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมานี้ บีทีเอสก็มีการเข้าซื้อหุ้น Listed Company มาไม่น้อยเลยทีเดียว

แถมขณะที่พี่ทุยกำลังเขียนเรื่อง After You และบีทีเอสอยู่นั้น BTS ก็ประกาศเข้าซื้อ YGG บริษัทที่ทำธุรกิจออกแบบและจัดทำคอมพิวเตอร์กราฟฟิกอันดับ 2 ของประเทศไทย ที่ทำงานเกี่ยวกับโฆษณา ภาพยนต์และธุรกิจเกมอีกด้วย โดยมีการเข้าซื้อในสัดส่วน 6.75% ของบริษัท มูลค่ารวม 150 ล้านบาท ซึ่งอาจจะเป็นการนำมาต่อยอดธุรกิจสื่อโฆษณาในอนาคต

ซึ่งยังมีหุ้นที่บีทีเอสเคยเข้าถืออีกหลายตัวอย่าง COM7 JMT JMART และ SINGER จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ในปัจจุบันนั้นไม่ได้มีรายชื่อ บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ อยู่ในรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทดังกล่าวแล้ว จึงคาดว่าน่าจะเป็นการบริหารเงินสดหรือการเกร็งกำไรเท่านั้น

ส่วนที่กำลังเป็นอีกประเด็นร้อนแรงคือ KEX หรือ Kerry Express ธุรกิจ Logistic ดาวรุ่งในปีนี้ก็มี VGI เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และบีทีเอสก็ถือ VGI อีกทีนึง โดยในปัจจุบันหลัง KEX เข้าตลาด VGI ได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นของ KEX ลงเหลือ 19% จากเดิม VGI ถือ KEX อยู่ 23%

ทำไม AU ถึงยอมขายหุ้นให้ “BTS” ?

ในช่วงปัจจุบันจะเห็นได้ว่า AU พยายามจะขยายธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างการออก Franchise Mikka ร้านกาแฟออกมา ที่ทำให้ AU สามารถขยายสาขาได้เร็วมากโดยไม่ต้องรับความเสี่ยงและแทบไม่ต้องใช้เงินก้อนในการลงทุนเลย รอเรียกเก็บค่า Franchise อย่างเดียว

ในขณะที่ผลกระทบจาก โควิด-19 นั้นกระทบรายได้ของ AU ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การที่ได้ BTS เข้ามาพันธมิตรอีกช่องทางนึง แถมตัวธุรกิจเองก็มีแนวโน้มที่จะ Synergy กันได้ดีจากจุดแข็งของแต่ละบริษัทและตัวธุรกิจของบีทีเอสเองก็ไม่ใช่คู่แข่งของ AU อยู่แล้วด้วย การขายหุ้นให้กับ BTS จึงเป็นการลดความเสี่ยงของเจ้าของเองแถมยังเพิ่มโอกาสในการเติบโตในอนาคตอีกด้วย 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: