เลือก "เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหน" ดี ? จะเปิดพอร์ตต้องทำยังไง ?

เลือก “เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหน” ดี ? จะเปิดพอร์ตต้องทำยังไง ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • สิ่งที่เราจะพิจารณาว่าเราจะเปิดพอร์ตที่ไหนดี ? คือ บริการที่จะได้รับจากโบรกเกอร์ว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่เราเสียไปมากแค่ไหน ตรงกับไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบของเราหรือไม่
  • มือใหม่ที่มีเงินลงทุนไม่มาก ซื้อ-ขาย ต่อวันไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ ควรเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ แต่ถ้าใครซื้อขายหุ้นเกินค่าธรรมเนียมเกินขั้นต่ำอยู่แล้ว อาจจะไม่ต้องดูเรื่องนี้เลยก็ได้

“เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหน” เป็นคำถามยอดฮิตของคนเริ่มเล่นหุ้นที่พี่ทุยเจอ ซึ่งการเล่นหุ้นของแต่ละคนก็มีวิธีการหลากหลายรูปแบบ ทั้งเป็นสาย VI หรือสายเทคนิค ชอบซื้อขายเองหรือให้มาร์เก็ตติ้งซื้อขายให้ บทความนี้พี่ทุยขอแชร์วิธีการเลือกเปิดพอร์ตหุ้นจากประสบการณ์ของพี่ทุยเองให้ได้อ่านกัน

เริ่มแรกเลยพี่ทุยก็ใช้ google เนี่ยแหละค้นหารายชื่อบริษัทหลักทรัพย์ทั้งหมดขึ้นมาก่อน แล้วลองหาดูว่ามีโบรคเกอร์ไหนที่เคยมีปัญหากับลูกค้า ทำผิดเงื่อนไข หรือระบบล่มบ่อย ๆ พี่ทุยก็รีบตัดออกเลยทันที !

สิ่งต่อไปที่พี่ทุยพิจารณาว่าจะ “เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหน” ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นหรือค่าคอมมิชชั่นที่โบรกเกอร์เรียกเก็บ พี่ทุยก็ขอเลือกถูกไว้ก่อน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วค่าคอมมิชชั่นแต่ละโบรคเกอร์ก็ใกล้เคียงกัน ตลาดนี้ผู้เล่นรายย่อยแบบเรามีเยอะ เค้าก็รู้อยู่แล้วว่าเรามองที่อะไร

แต่บางโบรกเกอร์ก็จะมีเรื่องของค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ พี่ทุยอยากให้ระวังตรงนี้ให้ดี ถ้าพอร์ตเรายังไม่ได้ใหญ่มาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ สมมติเราซื้อขายหุ้นรวมใน 1 วัน คือ 10,000 บาท โบรกเกอร์คิดค่าคอมมิชชั่นเรา 0.2% ดังนั้น ค่าคอมมิชชั่นที่เราต้องจ่ายคือ 20 บาท สมมติโบรกเกอร์ที่เราใช้มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาทต่อวัน แทนที่เราจะเสียตามจริง 20 บาท กลายเป็น ต้องเสียไป 50 บาท

ซึ่งถ้าใครเป็นมือใหม่เงินลงทุนน้อย ๆ ซื้อขายต่อวันไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ พี่ทุยแนะนำให้เลือกโบรกเกอร์ที่เค้าไม่คิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำไว้ก่อน แต่ถ้าใครซื้อขายหุ้นเกินค่าธรรมเนียมเกินขั้นต่ำอยู่แล้วก็ไม่ต้องดูเรื่องนี้เลยก็ได้

สำหรับใครที่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น ตอนนี้พี่ทุยแนะนำของ SBITO (SBI Thai Online) เลย จุดเด่นก็คือค่าคอมถูกมากเริ่มต้นเพียง 0.075% เท่านั้น ไม่มีขั้นต่ำซื้อขายเท่าไหร่ก็จ่ายค่าธรรมเนียมตามจริง ที่สำคัญทำเอกสารทุกอย่างได้ผ่านทางออนไลน์ เพียงแค่กรอกข้อมูลเล็กน้อย ก็เข้าไปเปิดบัญชีได้เลยทันที

แต่ไม่ใช่ว่าพี่ทุยจะดูแค่เรื่องค่าธรรมเนียมอย่างเดียวนะ เวลาพี่ทุยเลือกโบรกเกอร์เนี่ยพี่ทุยจะดูของแถมด้วย พี่ทุยจะดูเรื่องบริการ สิ่งอำนวยความสะดวกที่จะได้จากโบรกเกอร์ เช่น บทวิเคราะห์หรือข้อมูลที่ได้รับครอบคลุมเป็นประโยชน์ต่อการซื้อขายของเราหรือเปล่า เครื่องมือ/โปรแกรมในการเทรด บริการแจ้งเตือน บริการเสริมต่าง ๆ อะไรบ้าง ซึ่งเรื่องนี้เราก็ต้องชั่งน้ำหนักเอาเองว่าเราต้องการอะไร บางทีการเสียค่าธรรมเนียมขั้นต่ำเพื่อแลกกับสิ่งอำนวยความสะดวกพวกนี้อาจจะคุ้มกว่าก็ได้

ซึ่งทาง SBITO ก็มีทั้งบทวิเคราะห์ ระบบแจ้งเตือน รวมถึงยังมีบริการเสริมอย่าง SBITrade AI ที่จะเป็นตัวช่วยในการคัดกรองหุ้นที่ดีและมีคุณภาพทั้งในมุมพื้นฐานและเชิงเทคนิค เพื่อให้เราทำการบ้านคัดเลือกหุ้นได้รวดเร็วมากขึ้นด้วย

และสิ่งสุดท้ายที่พี่ทุยจะดูก็คือ ความสะดวกสบายในการฝากถอนเงินเข้าบัญชี แต่ละโบรกเกอร์ก็จะมีความยากง่าย ช้าเร็ว ในวิธีการฝากถอนเงินต่างกันไป บางเจ้าก็มีระบบผูกบัญชีตัดเงินให้เราเลย บางเจ้าก็ต้องแจ้งก่อนว่าเราฝากเงินเข้าไปแล้วโบรกเกอร์ค่อยปรับเงินในบัญชีให้เรา ซึ่งแน่นอนว่าทาง SBITO เองก็สามารถทำธุรกรรมทุกขั้นตอนผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทั้งหมด

หลังจากที่สมัครเสร็จนั้นเราก็รอโบรกเกอร์ส่ง Username และ Password มาให้เราซัก 1-2 อาทิตย์ แล้วเริ่มเทรดตามวิธีที่เราศึกษากันมาได้เลย แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่เราจะเทรดหุ้น เราควร ทำความรู้จักตลาดหุ้น กันก่อน รวมถึงวิธีการ ดูหุ้นว่าตัวไหนดีหรือไม่ดี เราจะได้เทรดหุ้นได้อย่างมีความสุขและได้กำไรกันเป็นกอบเป็นกำนั่นเอง

ก่อนจะจากกันไป พี่ทุยขอแนะนำซีรีส์การเงิน ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน รับรองว่าใครติดตามจนจบ เล่นหุ้นเป็นแน่นอน ! ไปเรียนรู้พร้อม ๆ กัน คลิกที่นี่เลย..

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: