ทำไมราคา "หุ้น Tesla" ร่วงลงถึง 2.5% ทั้งที่รายได้ออกมาดีกว่าคาด ?

ทำไมราคา “หุ้น Tesla” ร่วงลงถึง 2.5% ทั้งที่รายได้ออกมาดีกว่าคาด ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • Tesla เปิดเผยรายได้ไตรมาส 1 ปี 2021 ดีกว่าคาดการณ์ และเติบโตกว่า 74% (YoY%) และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.93 บาท แต่ราคา “หุ้น Tesla” กลับลดลง 2.5%
  • เป็นไตรมาสแรกที่บันทึก Bitcoin เป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ที่ 1,331 ล้านดอลลาร์ และทำกำไรจากการขาย Bitcoin ไป 10% คิดเป็นเงิน 101 ล้านดอลลาร์
  • ไม่เพิ่มประมาณการตัวเลขส่งมอบรถยนต์สำหรับปี 2021 โดยคงอัตราการเติบโตไว้ที่ 50% ส่งให้ราคาหุ้นร่วงทันที 2.5% ขณะเดียวกันหากไม่รวมกำไรจากการขาย Bitcoin, Regulatory Credits และประโยชน์ทางภาษี ตัวเลข EPS ไตรมาสนี้อาจไม่สูงกว่าคาดการณ์

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Phatra Leasing"
"Phatra Leasing"

Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2021 โดยมีรายได้สูงกว่าคาดการณ์เป็นไตรมาสที่ 7 ติดต่อกัน หนุนด้วยยอดขายรถยนต์รุ่น Model 3 และการขาย Regulatory Credits ให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น อีกทั้งไตรมาสแรกที่ Tesla บันทึกสินทรัพย์และสร้างรายได้จากการขาย Bitcoin อีกด้วย แต่ทำไมหลังจากประกาศงบการเงินราคา “หุ้น Tesla “กลับร่วงลงถึง 2.5% วันนี้พี่ทุยจะมาเล่าให้ทุกคนฟังกัน

ผลประกอบการณ์ของ “หุ้น Tesla” 

  • รายได้ 10,390 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาดไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วถึง 74% (YoY%) ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 10,290 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 0.97%
  • กำไรต่อหุ้น (EPS) 0.93 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.79 ดอลลาร์ต่อหุ้น ประมาณ 19.44%

หลังเปิดเผยผลประกอบการ ราคาหุ้น Tesla ร่วงทันที 2.5% เนื่องจากบริษัทยังคงประมาณการการเติบโตของตัวเลขการส่งมอบรถยนต์สำหรับปี 2021 ไว้เท่าเดิมที่ 50%

ตัวเลขการส่งมอบรถยนต์ของ “หุ้น Tesla”

สำหรับไตรมาสแรกของปี 2021 Tesla ส่งมอบรถยนต์เพิ่มขึ้นมาที่ 184,000 คัน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 4,000 คัน โดยเป็นรุ่น Model 3 และ Model Y กว่า 182,780 คัน และเป็นการผลิตใหม่ 180,338 คัน ส่วนรุ่น Model S และ Model X ที่ส่งมอบ 2,020 คัน ไม่มีการผลิตใหม่ในไตรมาสที่ผ่านมา แต่เป็นการส่งมอบรถยนต์จากสินค้าคงคลัง

สำหรับคาดการณ์การเติบโตของยอดส่งมอบรถยนต์ยังคงไว้ที่ 50% ซึ่งเท่ากับว่า Tesla จะส่งมอบรถยนต์ในปีนี้ทั้งหมด 750,000 คัน ขณะที่นักลงทุนในตลาดต่างจับตามองตัวเลขดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และคาดหวังไว้ที่ 900,000 คัน

ปัญหาการขาดแคลนชิปที่ส่งผลกระทบไปหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกโดยเฉพาะผู้ผลิตยานยนต์ Tesla ได้แก้ปัญหาดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ด้วยการเปลี่ยนไปใช้ชิปจากผู้ผลิตรายอื่นซึ่งไม่ได้มีการเปิดเผยชื่อของผู้ผลิตชิปรายใหม่

รายได้ส่วนอื่น ๆ ของ Tesla

รายได้จากการขายเครื่องกำเนิด และเก็บพลังงานอยู่ที่ 494 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 69% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY%) แต่ลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2020 ซึ่งมีรายได้ที่ 752 ล้านดอลลาร์ หรือลดลงไป 52% (QoQ%) ขณะเดียวกันรายได้จาก Regulatory Credits หรือบางครั้ง เรียกว่า ZEV (Zero-Emission Vehicles)

ซึ่ง Tesla ได้รับจากหน่วยงานภาครัฐนับตั้งแต่สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ปล่อยมลพิษ โดยสามารถขายให้กับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นที่ยังผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษ เพื่อให้มีระดับการปล่อยมลพิษเป็นไปตามที่หน่วยงานภาครัฐกำหนดไว้ อยู่ที่ 518 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 46% (YoY%) ซึ่งเป็นรายได้ที่อาจมีการเติบโตที่ลดลงเนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์หลายรายเริ่มส่งอบไฟฟ้าได้เรียบร้อยแล้ว ทำให้ความต้องการซื้อ Regulatory Credits เพื่อให้เป็นไปตามที่หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมกำหนดมีปริมาณที่ลดลง

Tesla ขาย Bitcoin ช่วยหนุนกำไรโต

นี่เป็นไตรมาสแรกที่ Tesla บันทึก Bitcoin ไว้ในงบดุลซึ่งก่อนหน้านี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ซื้อมาทั้งหมด 1,500 ล้านดอลลาร์ โดยในผลประกอบการได้รายงานมูลค่าของ Bitcoin ไว้ที่ 1,331 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง Tesla ได้ขาย Bitcoin ไป 10% ของพอร์ต หรือคิดเป็นเงิน 272 ล้านดอลลาร์ ทำให้มีกำไรจากการขายครั้งนี้ 101 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบันทึกไว้ในส่วน Restructuring and other

กำไรจากการขาย Bitcoin, Regulatory Credits และประโยชน์ทางภาษี คิดเป็น 0.25 ดอลลาร์ต่อหุ้น จาก กำไรต่อหุ้น (EPS) ทั้งหมด 0.93 ดอลลาร์ต่อหุ้น นั่นหมายความ ว่าหากไม่รวมกำไรจากส่วนเพิ่มเหล่านี้ ตัวเลขกำไรต่อหุ้น (EPS) ของไตรมาสนี้ของ Tesla อาจไม่สูงกว่าคาดการณ์เช่นนี้

อนาคตของ Tesla ยังสดใสอยู่หรือเปล่า ?

แม้รายได้, กำไรต่อหุ้น (EPS) และรถยนต์ที่ส่งมอบจะยังเติบโตได้ดี และมีการเติบโตสูงกว่าที่คาดไว้ แต่สัญญาณการชะลอตัวเริ่มปรากฏออกมาให้เห็นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคาดการณ์ตัวเลขส่งมอบรถยนต์ที่ไม่ถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ ต่างเดินหน้าพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และกำลังก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่ง และพร้อมที่จะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดในเร็ว ๆ นี้    

ขณะเดียวกันตัวเลขกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ดีกว่าคาด ส่วนหนึ่งเกิดจากการขาย Regulatory Credits ที่มีแนวโน้มจะชะลอตัว หากผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นสามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกส่วนหนึ่งมาจากการขาย Bitcoin ซึ่งอย่างที่ทราบกันว่าการลงทุนมีความเสี่ยง การทำกำไรเช่นนี้ไม่อาจจะเกิดได้ทุกไตรมาส

ดังนั้น ภาพรวมของ Tesla ยังต้องบอกว่ามีการเติบโตที่น่าสนใจ และโดดเด่นทั้งในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี และผู้ผลิตรถยนต์ แต่อนาคตอาจไม่สวยงามเหมือนอย่างในอดีตอีกแล้วเมื่อคู่แข่งเริ่มรุกคืบเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
ปี 2021 Money Buffalo "รับสมัครงาน"
ปี 2021 Money Buffalo "รับสมัครงาน"
error: