อนาคตของหุ้น Tesla

[บทวิเคราะห์] เจาะลึกอนาคตของ “หุ้น Tesla” ในปี 2021

2 min read  

ฉบับย่อ

  • Elon Musk ขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกในปี 2021 การไต่อันดับขึ้นเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลกจากอันดับ 2 เมื่อปี 2019 มาจากมูลค่าหุ้น Tesla ที่เพิ่มขึ้น 8 % ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Tesla เพิ่มขึ้นมากกว่า 700%
  • นักลงทุนเชิงรุก (Active Investor) ที่ต้องอาศัยการตัดสินใจที่มากดังนั้นพวกเขาจึงตั้งคำถามถึงหุ้นของเทสลา “เมื่อเทียบกับความสามารถในการทำกำไร Net Profit Margin (NPM) ของ Tesla ก็ไม่แตกต่างจากอุตสาหกรรมอื่น ๆ ดังนั้นแล้ว Tesla ประเมินมูลค่าสูงเกินจริงรึเปล่า ?”
  • Investor Business Daily ได้ให้คะแนนหุ้น Tesla ด้านการจัดอันดับความเสี่ยงของหุ้น อยู่ที่ IBD Composite Rating of 99 out of 99 หมายความว่าหุ้นของ Tesla มีประสิทธิภาพสูงกว่า 99% ของหุ้นทั้งหมดในแง่ของปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยเทคนิคถือว่าติด Top 1% ของหุ้นทั้งหมด และหุ้น Tesla ยังมี Relative Strength Rating Stock (RPS) อยู่ที่ 99 ที่หมายถึงความแข็งแกร่งของหุ้นเหนือกว่าตลาด แสดงถึงความเป็นผู้นำของตลาดอยู่
  • ความเสี่ยงของบริษัท Tesla คือความสามารถในการทำกำไรต่ำอยู่ที่ 1% และยังต้องต้องควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่องและยังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงในประเทศจีน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021

Elon Musk ขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกในปี 2021 จากอันดับ 2 ในปี 2020 ก่อนหน้านั้นในปี 2019 อยู่อันดับที่ 40  ประเมินมูลค่าทรัพย์สินของ Elon Musk อยู่ที่ประมาณ 191,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การไต่อันดับขึ้นเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลกมาจากมูลค่า “หุ้น Tesla” ที่เพิ่มขึ้น 8 % เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Tesla เพิ่มขึ้นมากกว่า 700% จากปีก่อนหน้า พี่ทุยเลยจะชวนมาดูอนาคตหุ้น Tesla ในปี 2021 กัน

ย้อนดู “หุ้น Tesla” หลังจากเข้า S&P500 หุ้นร่วงตั้งแต่เปิดตลาด

ก่อนที่เข้า S&P500 หุ้น Tesla (TSLA) มีมูลค่าหลักทรัพย์ตลาด  (Market cap.) ใหญ่เป็นอันดับ 6 เป็นรอง Apple, Microsoft, Amazon, Alphabet, และ Facebook สามารถทำ All-Time High ได้สำเร็จ แต่เมื่อเข้าตลาดวันแรกราคาปรับตัวลดลงถึง 6.5% ทันที ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตอนประกาศตัวว่าจะเข้าร่วมราคาหุ้นเพิ่ม 13% ทำให้หลาย ๆ คนที่เล็งหุ้น Tesla ไว้ตกใจ

แต่เหตุการณ์นี้อธิบายได้ว่าอุปสงค์หรือความต้องการซื้อหุ้นลดลง เพราะปัจจัยสำคัญคือนักลงทุนเชิงรับ (Passive Investor) เริ่มเข้ามาลงทุนน้อยลงไม่เหมือนตัวเปิดตัวใหม่ ๆ ในขณะที่นักลงทุนเชิงรุก (Active Investor) ที่ต้องอาศัยการตัดสินใจที่มากดังนั้นพวกเขาจึงตั้งคำถามถึงหุ้นของเทสลา “เมื่อเทียบกับความสามารถในการทำกำไร Net Profit Margin (NPM) ของ Tesla ก็ไม่แตกต่างจากอุตสาหกรรมอื่น ๆ ดังนั้นแล้ว

Tesla ประเมินมูลค่าสูงเกินจริงรึเปล่า ?

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็มีแนวโน้มว่าวันหนึ่งกับฟองสบู่ที่กำลังจะแตก ทำให้ราคาหุ้นตกลงไปช่วงนึงเลย

ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ Elon Musk เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า Tesla ยังไปต่อได้

แผนการดำเนินงานในอนาคตของ Tesla จะขยายฐานการผลิต เป้าหมายเพื่อผลิตรถไฟฟ้าให้ได้ 20 ล้านคันใน 10 ปีข้างหน้าซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากกว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ผลิตได้ ซึ่งในปี 2020 ที่ผ่านมาได้มีการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 499,550 คัน มีการผลิตรวมทั้งปี 509,737 คัน ถือเป็นการส่งมอบรถยนต์ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ตามความตั้งใจของ Elon Musk สำเร็จ

กว่าจะมาถึงวันนี้อุปสรรคครั้งใหญ่คือการผลิตให้ทันส่งมอบ ด้วยยอดจองที่สูงลิ่วและการให้วางเงินมัดจำที่ต่ำทำให้ Tesla มีภาระหนี้ระยะยาวสำหรับต้นทุนการผลิต Elon Musk จึงเลือกลดต้นทุนด้วยการปลดพนักงานออกถึง 7% แผนการในปี 2021 นี้ที่น่าจับตามองคือการตั้งฐานผลิตในจีนที่มุ่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Model 3 และ Model Y ที่ราคาถูกกว่ารุ่นอื่นถึง 30% 

มองอนาคต “หุ้น Tesla” ในปี 2021

“อย่าขายหุ้น Tesla” – Chamath Palihapitiya มหาเศรษฐีและอดีตผู้บริหาร Facebook

Chamath คาดการณ์ว่าหุ้นจะเติบโตเพิ่มขึ้น 3 เท่าของมูลค่าปัจจุบัน เหตุผลคือ Tesla เป็นธุรกิจพลังงานแบบกระจาย (Distributed Energy Business) และเป็นโอกาสของธุรกิจไฟฟ้า – สาธารณูปโภคที่สามารถมุ่งเน้นกำไรระยะยาว นอกจากธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างรถไฟฟ้าจะมีความสามารถทำกำไรระยะยาวได้ ก็ยังทำให้โลกดีขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงเป็นเหตุผลที่ Chamath บอกให้นักลงทุนช่วยกันสนับสนุน ประมาณว่าพื้นฐานธุรกิจดี ตลาดยังเติบโตได้อยู่ ถ้าช่วยกันลงทุนมีแต่จะได้ทั้งในแง่ของกำไรและผลดีต่อสิ่งแวดล้อม

ในอีกด้านของสื่อ CNBC ก็รายงานว่าหุ้น Tesla อาจกลายเป็น “New AOL” ในอนาคตไกล ๆ ซึ่ง AOL หรือ America On-Line ก็คือบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบ dial-up รายแรกๆ ของอเมริกา ในตอนนั้นผู้ก่อตั้งคือ Steve Case ก่อนที่จะเกิดวิกฤติองสบู่ Dot-Com ขึ้น AOL เติบโตสูงสุด แต่พอเกิดการเปลี่ยนยุค Dial-up เข้าสู่ Broadband ปุ๊ปต้องขายกิจการทันที เพราะคู่แข่งคนสำคัญที่เข้าตลาดคือ Apple ที่มาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและก็ดูเหมือนว่าจะรับมือได้ดีมีแผนเปิดตัวในปี 2567 นี้ และอีกเหตุผลที่นักลงทุนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือ ราคาหุ้น Tesla ขึ้นมากกว่า 700% ภายในปีเดียว ซึ่งเป็นการเติบโตที่รวดเร็วและรุนแรง นั่นหมายความว่าในปีถัดไปยอดการเติบโตอาจไม่สูงเท่านี้หรือราคาหุ้นอาจตกลงมาก็ได้

วิสัยทัศน์และผลจากการส่งมอบรถที่ผลิตได้ทันเวลาทำให้ Elon Mask ก็ยังรักษาระดับความเชื่อมั่นได้ แต่ความเสี่ยงของบริษัท Tesla คือความสามารถในการทำกำไรต่ำอยู่ที่ 1% และยังต้องต้องควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่องและยังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงในประเทศจีน คู่แข่งในจีน ได้แก่ Xpeng Motors (XPEV) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Alibaba (BABA) ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซ คู่แข่งรายอื่น ได้แก่ Nio (NIO) และ Li Auto (LI)

ในด้านเว็บไซต์ Investor Business Daily ได้ให้คะแนนหุ้น Tesla ด้านการจัดอันดับความเสี่ยงของหุ้น อยู่ที่ IBD Composite Rating of 99 out of 99 หมายความว่าหุ้นของ Tesla มีประสิทธิภาพสูงกว่า 99% ของหุ้นทั้งหมดในแง่ของปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยเทคนิคถือว่าติด Top 1% ของหุ้นทั้งหมด และหุ้น Tesla ยังมี Relative Strength Rating Stock (RPS) อยู่ที่ 99 ที่หมายถึงความแข็งแกร่งของหุ้นเหนือกว่าตลาด แสดงถึงความเป็นผู้นำของตลาดอยู่

พี่ทุยว่าปัจจัยที่ส่งผลต่ออนาคตหุ้น Tesla คือผู้ก่อตั้งอย่าง Elon Musk และความสามารถในการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าสองสิ่งนี้ที่ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าหุ้น Tesla คือหุ้นที่มีอนาคต สิ่งที่นักลงทุนคาดหวังจากหุ้น Tesla มีด้วยกันหลัก ๆ 3 ข้อคือ

  • เติบโตได้ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ
  • มีโมเดลลดต้นทุนที่ยั่งยืน
  • การพัฒนาระบบ Self-driving

3 สิ่งนี้จะเป็นประเมินก่อนจัดสินใจลงทุน พี่ทุยอยากให้จับตามองดูกันยาว ๆ และติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง..

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
error: