เศรษฐกิจยุโรปกำลังฟื้นตัว ถึงเวลาเข้าลงทุน “หุ้นยุโรป” หรือยัง?

เศรษฐกิจยุโรปกำลังฟื้นตัว ถึงเวลาเข้าลงทุน “หุ้นยุโรป” หรือยัง?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ประมาณการเศรษฐกิจยุโรป ปี 2021 น่าจะเติบโตได้ 4.8% และในปี 2022 คาดว่าเติบโตได้อีก 4.5% นับว่าฟื้นตัวได้ดีเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ รอบโลก 
  • ปัจจุบันตลาด “หุ้นยุโรป” ทำผลงานตามได้ดีกว่าตลาดเกิดใหม่และญี่ปุ่น และมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ผลการดำเนินงานบริษัทดีขึ้นรวดเร็ว 
  • หุ้นกลุ่มการเงินและภาคอุตสาหกรรมทำผลงานโดดเด่น จากการกระจายวัคซีนช่วยทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัว การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นยุโรปถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ   

สำหรับคนอยากลงทุนในต่างประเทศ ปี 2021 นับว่ามีสัญญาณที่ดี เพราะเศรษฐกิจโลกทยอยฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้การลงทุนในหุ้นมีแนวโน้มที่ดีในหลายพื้นที่ ไม่ว่าในหุ้นสหรัฐฯ หรือหุ้นจีน และอีกภูมิภาคที่พี่ทุยว่าน่าสนใจและกำลังฟื้นตัวได้ดีเช่นกันก็คือ “หุ้นยุโรป” 

คาดเศรษฐกิจยุโรปปี 2021 จะฟื้นกลับมาโต 4.4-4.8%

เดือน ก.ค. 2021 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจใหม่ โดยประเมินว่า ปี 2021 เศรษฐกิจโลกจะเติบโตได้ 6.0% และปี 2022 จะเติบโตได้ 4.9% ขณะที่เศรษฐกิจยุโรป ปี 2021 จะเติบโตได้ 4.6% และเติบโต 4.3% ในปี 2022 หลังจากในปี 2020 เศรษฐกิจถดถอยไปกว่า -6.5% 

ส่วนคณะกรรมาธิการยุโรปก็ประมาณการล่าสุดเมื่อ ก.ค. 2021 เช่นกัน โดยคาดว่าปี 2021 เศรษฐกิจยุโรปจะเติบโตได้ 4.8% และในปี 2022 จะเติบโต 4.5% จากสถานการณ์สาธารณสุขที่ดีขึ้น การกระจายวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาดได้ เศรษฐกิจยุโรปกลับมามีคึกคักอีกครั้ง ในเวลาใกล้ ๆ นี้ “หุ้นยุโรป” มีแนวโน้มสดใสกว่าช่วงที่ผ่านมา

ด้าน S&P Global บริษัทบริการข้อมูลการเงินและการวิเคราะห์ระดับโลก ปรับประมาณการเศรษฐกิจยุโรปปี 2021 เติบโต 4.4% และปี 2022 จะเติบโต 4.5% นำโดยกิจกรรมภาคอุตสาหกรรมที่เริ่มกลับมา รวมถึงภาคบริการซึ่งเป็นผลจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลงและการกระจายวัคซีนทั่วยุโรป ทำให้รัฐบาลเริ่มผ่อนคลายข้อจำกัดสำคัญ ๆ ที่มีผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ 

ตลาด “หุ้นยุโรป” พื้นฐานแข็งแกร่ง ผลการดำเนินงานบริษัทมีแนวโน้มดี

เศรษฐกิจยุโรปกำลังฟื้นตัว ถึงเวลาเข้าลงทุน “หุ้นยุโรป” หรือยัง?

เห็นแล้วว่าเศรษฐกิจยุโรปกำลังฟื้นตัวอยู่ พี่ทุยชวนมาดูตลาดหุ้นยุโรปกันบ้างว่ามีทิศทางการฟื้นตัวเป็นยังไงกันบ้าง 

ครึ่งปีแรกของ 2021 ดัชนี European Stoxx 600 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นของหุ้นยุโรปที่ประกอบด้วยหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก รวม 600 บริษัท ใน 17 ประเทศของยุโรป ครอบคลุม 90% ของสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาดยุโรปทั้งหมด ปิดเพิ่มขึ้น 13% จากช่วงสิ้นปีก่อน

Morgan Stanley บริษัทบริการทางการเงินระดับโลก วิเคราะห์ไว้ว่า “ถึงตลาดหุ้นยุโรปจะยังทำผลงานตามหลังสหรัฐฯ อยู่ แต่ก็ถือว่าทำผลงานได้ดีกว่าตลาดเกิดใหม่และญี่ปุ่น และ Morgan Stanley มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นยุโรป เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยผลการดำเนินงานของบริษัทก็ปรับตัวดีขึ้นรวดเร็วเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น ๆ”

และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดเป็นครั้งที่ 2 ในเดือน มิ.ย. 2021 โดยมุมมองเชิงบวกที่มีต่อหุ้นยุโรปนั้น ไม่ได้มีเฉพาะในภาคการผลิตเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมภาคส่วนอื่นๆ ด้วย

นอกจากนี้ Morgan Stanley ยังพบว่า แนวโน้มการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในยุโรปนั้นเร่งตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในอังกฤษที่มี M&A มากกว่าสหรัฐฯ ถึง 2 เท่า ส่วนประเทศอื่นในยุโรปก็โดดเด่นเช่นกัน ปัจจัยที่เร่งให้เกิดการควบรวมมากเช่นนี้เพราะอังกฤษเป็นตลาดหุ้นหลักเพียงตลาดเดียวในโลกที่ยังมีมูลค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ มีการทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง

ส่วน BlackRock บริษัทจัดการลงทุนยักษ์ใหญ่ของโลกอีกราย ก็เผยมุมมองการจับจังหวะลงทุนในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า โดยให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปมากขึ้น เพราะแรงสนับสนุนจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมา การเร่งกระจายวัคซีน รวมถึงมูลค่าหุ้นยังดึงดูดใจ ส่วนการที่นักลงทุนกลับเข้าไปลงทุนในภูมิภาคนี้ก็ยังเป็นแค่ช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

กลุ่มสถาบันการเงินและภาคอุตสาหกรรม มีแนวโน้มผลการดำเนินงานโดดเด่น

ผลการดำเนินงานตลาดหุ้นยุโรปขับเคลื่อนด้วยผลการดำเนินงานของหุ้นสถาบันการเงินที่มีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ขณะเดียวกันการเพิ่มงบประมาณจากเงินกองทุนฟื้นฟูสหภาพยุโรป ก็จะช่วยสนับสนุนด้านมูลค่าและผลการดำเนินงานในประเทศสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด

ดัชนี MSCI EMU Index ซึ่งเป็นดัชนีสะท้อนตลาดหุ้นยุโรปทั้งหมด ชี้ให้เห็นถึงเศรษฐกิจและนโยบายการเงินในกลุ่มยุโรป มีโอกาสที่จะทำผลงานได้ดีกว่าดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ ในปี 2021 โดยหุ้นในกลุ่มการเงิน กลุ่มที่มีความเกี่ยวโยงกับวัฎจักรการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เช่น ภาคอุตสาหกรรม วัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงกลุ่มที่มีสัดส่วนไม่มากอย่างเทคโนโลยี จะสามารถทำผลงานที่โดดเด่นได้ หลังจากการกระจายวัคซีนนำมาซึ่งการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 

นักลงทุนสามารถเพิ่มสัดส่วนการลงทุนหุ้นยุโรป

ทาง JP Morgan บริษัทการเงินระดับโลกได้เผยแพร่บทวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนสามารถเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นยุโรปได้ เพราะมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนได้ มีการตอบสนองที่ไวต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยปี 2020 ผลการดำเนินงานของหุ้นยุโรปยังฟื้นตัวช้า (Laggard) แต่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งในปี 2021 หลังผ่านความท้าทายทุกอย่างมาได้

อยากลงทุนหุ้นยุโรปต้องทำอย่างไร

ถ้าหากใครต้องการลงทุนทางตรง พี่ทุยแนะนำว่าเปิดพอร์ตหุ้นต่างประเทศผ่านโบรกเกอร์ที่เราใช้งานอยู่ได้เลย แต่การเปิดพอร์ตซื้อโดยตรงมีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูงและวิธีการเข้าซื้อซับซ้อนกว่าหุ้นไทย พี่ทุยอยากจะแนะนำว่าสำหรับใครที่อยากเริ่มลงทุนหุ้นยุโรปสามารถเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวม น่าจะเป็นทางเลือกที่สะดวกมากกว่า

ถ้าเราลองเข้าไปที่ website ของ Morningstar แล้วค้นหากองทุนในไทยที่ลงทุนในหุ้นยุโรปเราจะเจอทั้งหมด 29 กองทุน ครอบคลุมทั้งกองทุนรวมทั่วไปและกองทุนรวมลดหย่อนภาษีอย่าง SSF และ RMF ถ้าลำดับตามผลตอบแทนตั้งแต่ ม.ค. – ส.ค. 2021 โดยนับเฉพาะกองทุนรวมทั่วไป ไม่รวมกองทุนที่ขายให้นักลงทุนเฉพาะกลุ่ม พบว่ากองทุน 5 อันดับแรกของหุ้นยุโรปที่ทำผลตอบแทนสูงสุด ได้แก่

  1. KF-EUROPE ทำผลตอบแทนได้ 32.01%
  2. SCBEUSM ทำผลตอบแทนได้ 26.31%
  3. K-EUROPE ทำผลตอบแทนได้ 25.73%
  4. KF-HEUROPE ทำผลตอบแทนได้ 24.79%
  5. K-EUSMALL ทำผลตอบแทนได้ 23.48%

พอเห็นผลตอบแทนย้อนหลังเยอะ ๆ พี่ทุยเตือนไว้ก่อนว่าให้ลองศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ของกองทุนรวมให้ละเอียดว่าเขาเอาเงินไปลงทุนอะไร และเราเหมาะกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนั้นหรือเปล่า ที่สำคัญเรารับความเสี่ยงของการลงทุนนั่นได้มากน้อยขนาดไหน สำหรับใครที่สนใจวิธีการคัดเลือกกองทุนพี่ทุยแนะนำ อ่านเพิ่ม เราจะได้รู้วิธีการคัดเลือกกองทุนรวมที่ดีต้องหน้าตาเป็นอย่างไร

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: