หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ ลงทุนตอนนี้ยังทันมั้ย ?

หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ ลงทุนตอนนี้ยังทันมั้ย ?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • มูลค่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์ ในปี 2032 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเติบโตเฉลี่ย 12.28% ต่อปี ในช่วงปี 2023-2032 แต่ในปี 2023 นี้ เซมิคอนดักเตอร์อาจเผชิญสถานการณ์รายได้ชะลอตัว จากปัญหาเศรษฐกิจที่ทำให้ความต้องการลดลง บวกกับความขัดแย้งในภาคเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และจีน 
  • NVIDIA จัดเป็นบริษัทในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่มีมูลค่าธุรกิจมากสุดในโลก ตามด้วย TSMC และ Broadcom
  • เซมิคอนดักเตอร์น่าสนใจสำหรับคนที่ลงทุนระยะยาว แต่ถ้าคิดจะลงทุนระยะสั้น ๆ อาจไม่เหมาะเพราะมีโอกาสที่หุ้นจะผันผวนสูง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ตอนนี้ใคร ๆ ก็พูดถึง เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) เป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ และก็เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่นักลงทุนสายที่ชื่นชอบหุ้นเทคฯ ​ให้ความสนใจ​ วันนี้พี่ทุยเลยอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับเซมิคอนดักเตอร์ให้มากขึ้น รวมทั้งมาติดตามกันว่า ณ จุดนี้เหมาะสำหรับการเข้าไปลงทุน หุ้นเซมิคอนดักเตอร์  รึเปล่า หรือคนที่ลงทุนอยู่แล้ว ควรไปต่อหรือพอแค่นี้ดี

เซมิคอนดักเตอร์ ​คืออะไร

เซมิคอนดักเตอร์ คือ “สารกึ่งตัวนำ” มีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าและเป็นฉนวนได้ในเวลาเดียวกัน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ แสง และปัจจัยอื่น ๆ เช่น หากอุณหภูมิสูงขึ้น สารกึ่งตัวนำหรือเซมิคอนดักเตอร์ ก็จะสามารถเป็นตัวนำไฟฟ้าได้ แต่ถ้าหากอุณหภูมิเย็นลงก็จะกลายเป็นฉนวนไฟฟ้า เป็นต้น 

สำหรับการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ เกิดขึ้นมากว่า 50 ปีแล้ว เพื่อใช้ในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มีขนาดเล็กลง มีความเร็วมากขึ้น และมีการทำงานที่เชื่อถือได้มากขึ้น โดยการผลิตเซมิคอนดักเตอร์​ จะใช้แร่บริสุทธิ์ เช่น ซิลิคอน เจอร์มาเนียม หรือสารประกอบ เช่น แกลเลียม อาร์เซไนด์ ในกระบวนการผลิต ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญ 3 ขั้นตอนคือ การออกแบบ การประดิษฐ์ และการประกอบ

บริษัทที่อยู่ในวงจรธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ จะแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ 

  1. บริษัทที่ทำเฉพาะขั้นตอนการออกแบบ  เรียกว่า Fabless
  2. บริษัทที่ทำเฉพาะขั้นตอนการผลิต เรียกว่า Foundry
  3. บริษัทที่ให้บริการเฉพาะการประกอบและทดสอบการทำงานของชิป เรียกว่า Outsourced Semiconductor Assembly and Test หรือ OSAT 
  4. บริษัทที่ทำทั้งการออกแบบและผลิต เรียกว่า Integrated Device Manufacturers หรือ IDMs

เซมิคอนดักเตอร์ ​คืออะไร

ตลาด หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ ใหญ่แค่ไหน 

ถ้าถามว่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์มีขนาดใหญ่แค่ไหน จากข้อมูลของ precedenceresearch.com ระบุว่า ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั้งโลกมีมูลค่าประมาณ 591,800 ล้านดอลลาร์ ในปี 2022 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,883,700 ล้านดอลลาร์ ในปี 2032 หรือเติบโตเฉลี่ย 12.28%  ต่อปี ระหว่างปี 2023-2032

ตลาด หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ ใหญ่แค่ไหน 

ปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดเซมิคอนดักเตอร์เติบโต

  • ใช้งานกว้างขวางในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ​อิเล็กทรอนิกส์​ยานยนต์ เครือข่ายและการสื่อสาร และการประมวลผลข้อมูล เป็นต้น 
  • จำนวนผู้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น 
  • การเติบโตของเทคโนโลยีล่าสุด เช่น ปัญญาประดิษฐ์​ (AI) การเรียนรู้ของเครื่องจักร (machine learning) การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ กับอินเทอร์เน็ต (Internet of Things : IoT) และการสื่อสารไร้สาย  
  • การทำงานจากที่บ้าน (work frome home) ทำให้ความต้องการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและแล็ปท็อปเพิ่มขึ้น 
  • ภาครัฐต้องการลงทุนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ รองรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมเมืองและการปฏิวัติอุตสาหกรรมแบบรวดเร็ว
  •  การเติบโตของความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและยานยนต์ มีส่วนสำคัญที่ทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้นมาก
  • การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้น 

ส่วนแบ่งตลาดเซมิคอนดักเตอร์ปี 2022 ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ 

ส่วนแบ่งตลาดเซมิคอนดักเตอร์ปี 2022 ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ 

อุปสรรคที่มีผลต่อการเติบโตของเซมิคอนดักเตอร์

  • ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก – จากการที่ส่วนประกอบต่าง ๆ ของเซมิคอนดักเตอร์มาจากหลายประเทศ หากมีปัญหาที่กระทบการเดินทาง โลจิสติกส์​ และการผลิต ในภูมิภาคใดก็ทำให้เกิดความล่าช้าหรือขาดแคลน กระทบทั้งตลาดได้ 

แม้ว่าเราจะเห็นคาดการณ์ตัวเลขอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 12.28% ต่อปี แต่พี่ทุยก็ต้องบอกว่า ระหว่างทางการเติบโตก็อาจจะชะลอตัว หรือมากกว่าที่คิดได้ ซึ่งในปี 2023 นี้ Gartner’s คาดการณ์ว่า ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ อาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงรวดเร็ว และความต้องการผู้บริโภคที่ลดลง โดยล่าสุด Gartner’s คาดการณ์ว่า รายได้ของเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในปี 2023 น่าจะลดลง 3.6% เทียบกับปีที่ผ่านมา 

ปัจจัยสำคัญที่ขัดขวางการเติบโตของเซมิคอนดักเตอร์ในปี 2023 ก็คือ การขาดแคลนแรงงาน และความต้องการที่ชะลอลง ประกอบกับมีความท้าทายจากสถานการณ์ในอนาคตที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากความขัดแย้งทางการค้าและเทคโนโลยีระหว่างจีนและสหรัฐฯ โดยมีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง

ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ก็มีการจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีการผลิตชิปขั้นสูงให้กับจีน ขณะที่จีนเอง ก็มีการจำกัดการส่งออกแร่แกลเลียม และเจอร์มาเนียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ใช้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ 

ถ้าสรุปให้เห็นภาพชัดๆ ตรงนี้ก็คือ ตอนนี้การเติบโตของเซมิคอนดักเตอร์อาจจะมีอุปสรรคบ้าง แต่ถ้าดูแบบระยะยาว ยังไงอุตสาหกรรมนี้ก็ต้องโต 

คราวนี้ พี่ทุยจะชวนทุกคนมาดูกันว่า บริษัทไหนบ้างที่เป็นยักษ์ใหญ่ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดยในที่นี้ พี่ทุยจะขอไล่ลำดับจากมูลค่าตลาด ดังนี้ 

10 บริษัทในกลุ่ม หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ต.ค.​2023)

10 บริษัทในกลุ่ม หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ต.ค.​2023)

ข้อมูลทางการเงินของแต่ละบริษัทที่อยู่ใน 10 อันดับ บริษัทเซมิคอนดักเตอร์มูลค่าสูงสุดในโลก

NVIDIA

  • รายได้รวมปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุดอยู่ที่ 32,680 ล้านดอลลาร์ แล้ว ขณะที่ปี 2022 มีรายได้รวม 28,560 ล้านดอลลาร์​ ​
  • กำไรรวมก่อนหักภาษีรวมปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด​อยู่ที่ 11,350 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2022 ที่ทำได้ 6,010 ล้านดอลลาร์
  • กำไรต่อหุ้น (EPS) ในปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด​ อยู่ที่ 4.17 ดอลลาร์ ขณะที่ทั้งปี 2022 อยู่ที่ 2.38 ดอลลาร์​  
  • ราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E Ratio) ของบริษัท ณ​ เดือน ต.ค.​2023 อยู่ที่ 112.6 เท่า 

TSMC

  • รายได้รวมในปี 2023 จากข้อมูลรายงานผลประกอบการล่าสุดอยู่ที่ 72,000 ล้านดอลลาร์​แล้ว ขณะที่ปี 2022 มีรายได้รวม 75,010 ล้านดอลลาร์ 
  • กำไรรวมก่อนหักภาษี ปี 2023 จากข้อมูลรายงานผลประกอบการล่าสุดอยู่ที่ 22,640 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ทั้งปี 2022 อยู่ที่ 25,100 ล้านดอลลาร์ 
  • EPS ในปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด​ อยู่ที่ 6.01 ดอลลาร์ ขณะที่ทั้งปี 2022 อยู่ที่ 6.48 ดอลลาร์​  
  • P/E Ratio ณ ต.ค. 2023 อยู่ที่ 15.4 เท่า 

Broadcom

  • รายได้รวมปี 2023 จากข้อมูลรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 35,450 ล้านดอลลาร์​ เพิ่มขึ้นจากทั้งปี 2022 ที่ทำได้ 33,200 ล้านดอลลาร์
  • กำไรรวมก่อนหักภาษี ปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 16,370 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากทั้งปี 2022 อยู่ที่ 14,170 ล้านดอลลาร์ 
  • EPS ในปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด​ อยู่ที่ 33.46 ดอลลาร์ ขณะที่ทั้งปี 2022 อยู่ที่ 27.37 ดอลลาร์​  
  • P/E Ratio ณ ต.ค.​2023 อยู่ที่ 27.1 เท่า 

Samsung

  • รายได้รวมปี 2023 จากข้อมูลรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 204,090 ล้านดอลลาร์​ ส่วนทั้งปี 2022 อยู่ที่ 233,130 ล้านดอลลาร์
  • กำไรรวมก่อนหักภาษี ปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 15,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนทั้งปี 2022 อยู่ที่ 35,850 ล้านดอลลาร์ 
  • EPS ในปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด​ อยู่ที่ 4.02 ดอลลาร์ ขณะที่ทั้งปี 2022 อยู่ที่ 6.28 ดอลลาร์​  
  • P/E Ratio ณ ต.ค.​2023 อยู่ที่ 12.6 เท่า 

ASML

  • รายได้รวมปี 2023 จากข้อมูลรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 27,420 ล้านดอลลาร์​ ส่วนทั้งปี 2022 อยู่ที่ 22,180 ล้านดอลลาร์
  • กำไรรวมก่อนหักภาษี ปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 9,040 ล้านดอลลาร์ ส่วนทั้งปี 2022 อยู่ที่ 6,780 ล้านดอลลาร์ 
  • EPS ในปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด​ อยู่ที่ 19.91 ดอลลาร์ ขณะที่ทั้งปี 2022 อยู่ที่ 14.77 ดอลลาร์​  
  • P/E Ratio ณ ต.ค.​2023 อยู่ที่ 31.0 เท่า 

AMD

  • รายได้รวมปี 2023 จากข้อมูลรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 21,870 ล้านดอลลาร์​ ส่วนทั้งปี 2022 อยู่ที่ 23,600 ล้านดอลลาร์
  • จากรายงานผลประกอบการล่าสุด บริษัทขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 240 ล้านดอลลาร์ ส่วนทั้งปี 2022 บริษัทมีกำไรรวมก่อนหักภาษี อยู่ที่ 1,270 ล้านดอลลาร์ 
  • EPS ในปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด​ อยู่ที่ -0.02 ดอลลาร์ ขณะที่ทั้งปี 2022 อยู่ที่ 0.89 ดอลลาร์​  
  • P/E Ratio ณ ต.ค.​2023 อยู่ที่ -5,439.5 เท่า (เนื่องจากการขาดทุนสุทธิ ดังนั้นเมื่อคำนวณราคาต่อกำไรต่อหุ้นจึงติดลบ)  

Intel

  • รายได้รวมปี 2023 จากข้อมูลรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 54,040 ล้านดอลลาร์​ ส่วนทั้งปี 2022 อยู่ที่ 63,050 ล้านดอลลาร์
  • จากรายงานผลประกอบการล่าสุด ปี 2023 บริษัทขาดทุนสุทธิรวม อยู่ที่ -2,410 ล้านดอลลาร์ ส่วนทั้งปี 2022 กำไรรวมก่อนหักภาษีอยู่ที่ 2,150 ล้านดอลลาร์ 
  • EPS ในปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด​ อยู่ที่ -0.22 ดอลลาร์ ขณะที่ทั้งปี 2022 อยู่ที่ 1.97 ดอลลาร์​  
  • P/E Ratio ณ ต.ค.​2023 อยู่ที่ -167.5 เท่า 

Texas Instruments

  • รายได้รวมปี 2023 จากข้อมูลรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 18,820 ล้านดอลลาร์​ ส่วนทั้งปี 2022 อยู่ที่ 20,020 ล้านดอลลาร์
  • กำไรรวมก่อนหักภาษี ปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 9,040 ล้านดอลลาร์ ส่วนทั้งปี 2022 อยู่ที่ 10,240 ล้านดอลลาร์ 
  • EPS ในปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด​ อยู่ที่ 8.45 ดอลลาร์ ขณะที่ทั้งปี 2022 อยู่ที่ 9.52 ดอลลาร์​  
  • P/E Ratio ณ ต.ค.​2023 อยู่ที่ 18.4 เท่า 

Qualcomm

  • รายได้รวมปี 2023 จากข้อมูลรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 38,580 ล้านดอลลาร์​ ส่วนทั้งปี 2022 อยู่ที่ 42,950 ล้านดอลลาร์
  • กำไรรวมก่อนหักภาษี ปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 10,150 ล้านดอลลาร์ ส่วนทั้งปี 2022 อยู่ที่ 14,020 ล้านดอลลาร์ 
  • EPS ในปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด​ อยู่ที่ 7.70 ดอลลาร์ ขณะที่ทั้งปี 2022 อยู่ที่ 10.48 ดอลลาร์​  
  • P/E Ratio ณ ต.ค.​2023 อยู่ที่ 14.5 เท่า 

Applied Materials

  • รายได้รวมปี 2023 จากข้อมูลรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 26,540 ล้านดอลลาร์​ ส่วนทั้งปี 2022 อยู่ที่ 25,780 ล้านดอลลาร์
  • กำไรรวมก่อนหักภาษี ปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด อยู่ที่ 7,800 ล้านดอลลาร์ ส่วนทั้งปี 2022 อยู่ที่ 7,830 ล้านดอลลาร์ 
  • EPS ในปี 2023 จากรายงานผลประกอบการล่าสุด​ อยู่ที่ 7.62 ดอลลาร์ ขณะที่ทั้งปี 2022 อยู่ที่ 7.49 ดอลลาร์​  
  • P/E Ratio ณ ต.ค.​2023 อยู่ที่ 19.0 เท่า 

หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ ยังน่าลงทุนมั้ย   

ถ้าถามว่า เซมิคอนดักเตอร์ยังน่าลงทุนอยู่มั้ย พี่ทุยมองว่า สำหรับคนที่ลงทุนระยะยาว ยังน่าลงทุน เพราะในระยะยาวการบริโภคเซมิคอนดักเตอร์จะมีมากขึ้น

แต่ถ้าเป็นระยะสั้น หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์มีแนวโน้มเผชิญความผันผวนด้านราคาได้สูง จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ที่กระทบความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ในระยะสั้น บวกกับประเด็นความขัดแย้งด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่กระทบกับบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องไปด้วย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องดอกเบี้ยโลก ที่ตอนนี้อยู่ในระดับสูง เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่กระทบกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น ซึ่งก็รวมถึงหุ้นเติบโตแบบเซมิคอนดักเตอร์ด้วย 

ฉะนั้น ถ้าคิดจะลงทุนในเซมิคอนดักเตอร์ ระยะยาว เช่น ลงทุนผ่านกองทุนรวมลดหย่อนภาษีที่มีเงื่อนไขการลงทุนค่อนข้างนาน หรือลงทุนผ่านกองทุนรวมทั่วไป แต่ลงทุนได้นาน ๆ ก็ถือว่ายังลงทุนได้ โดยอาจจะอาศัยจังหวะที่มีข่าวลบกระทบระยะสั้น ทำให้ราคาของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลดลง เข้าไปทยอยซื้อทีละน้อย เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดดอย ซื้อในราคาแพง เนื่องจากในเวลานี้ ก็ต้องยอมรับว่า หุ้นเซมิคอนดักเตอร์หลายตัวก็ราคาปรับขึ้นไปมากอยู่เหมือนกัน 

แต่ถ้าคาดหวังว่า ลงทุนระยะสั้น ๆ ทั้งลงทุนหุ้นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในต่างประเทศโดยตรง หรือลงทุนผ่านกองทุนรวม แล้วจะทำกำไรได้ในเวลาอันรวดเร็ว อันนี้พี่ทุยก็ต้องบอกว่า มีโอกาสเป็นไปได้บ้าง แต่ก็มีโอกาสขาดทุนสูงเช่นกัน เนื่องจากตลาดมีโอกาสผันผวนสูง จึงไม่ค่อยแนะนำนัก 

ลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ผ่านช่องทางไหนบ้าง

1. ลงทุนหุ้นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์โดยตรง 

วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ลงทุนในหุ้นโดยตรง รับความผันผวนได้สูง​มีเงินลงทุนมากในระดับหนึ่ง และมีความสามารถในการคัดเลือกบริษัทที่มีระดับราคาเหมาะสม น่าสนใจลงทุน

อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้วยวิธีนี้ มีข้อควรรู้คือ หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ เป็นหุ้นบริษัทในต่างประเทศ หากไปลงทุนโดยตรง แม้ว่าจะเลือกลงทุนผ่านแพลตฟอร์มของไทย ก็อาจจะต้องนำกำไรจากการลงทุนมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามแนวทางใหม่ของกรมสรรพากรในการจัดเก็บรายได้จากสินทรัพย์ในต่างประเทศ ที่จะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 2024 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่แนวปฏิบัติคือการยกเว้นเรียกเก็บกรณีนำกลับมาข้ามปีภาษี เป็นการเรียกเก็บทั้งหมดทุกกรณี ไม่ว่าจะนำกลับเข้ามาในปีภาษีเดียวกันกับที่สร้างรายได้ หรือจะนำกลับมาภายหลัง 

2. ลงทุนผ่าน ETF หรือกองทุนรวมดัชนีที่ลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์​

เหมาะสำหรับผู้ที่คาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในระดับเดียวกันหรือใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด สนใจการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แบบภาพรวม ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรม ผ่านบริษัทต่าง ๆ ที่ถูกคัดเลือกมาคำนวณรวมอยู่ในดัชนี

ในกรณีที่เลือกลงทุน ETF กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โดยตรง ก็อาจจะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากรายได้สินทรัพย์ในต่างประเทศตามแนวทางใหม่กรมสรรพากรเช่นเดียวกัน แต่ถ้าเลือกลงทุนผ่าน กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศที่เสนอขายโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ที่จดทะเบียนในไทย ที่ไปลงทุนใน ETF กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในต่างประเทศอีกทอดหนึ่ง ก็จะไม่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับรายได้จากสินทรัพย์ในต่างประเทศ เนื่องจากเป็นการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่จดทะเบียนในไทย

พี่ทุยขอยกตัวอย่างกองทุน ETF ในต่างประเทศที่ลงทุนในเซมิคอนดักเตอร์ ดังนี้ 

10 กองทุน ETF เซมิคอนดักเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ  

10 กองทุน ETF เซมิคอนดักเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ  

3. ลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุนเชิงรุก (Active Fund) ลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ 

เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ไม่เชี่ยวชาญการคัดเลือกหลักทรัพย์เอง มีเงินลงทุนไม่มาก ต้องการลงทุนโดยให้ผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่คัดเลือกหลักทรัพย์ บริหารจัดการเงินลงทุนให้ และคาดหวังว่าผู้จัดการกองทุนจะทำผลงานได้ดีกว่าดัชนีชี้วัด โดยการลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ แบบ Active Fund กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ มี 2 ประเภทย่อยด้วยกันคือ 

  • กองทุนรวมที่ไปลงทุนผ่านกองทุนหลักในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) 
  • กองทุนรวมที่ไปลงทุนผ่านกองทุนรวมในต่างประเทศได้หลายกองทุน (Fund of Fund)

สำหรับใครที่เลือกลงทุนด้วยวิธีนี้ ก็จะไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากแนวทางใหม่ของกรมสรรพากรเกี่ยวกับสินทรัพย์ในต่างประเทศ

เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะเลือกลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ด้วยวิธีไหน ข้อสำคัญที่พี่ทุยอยากให้ทุกคนไม่ลืมก็คือ ก่อนลงทุนต้องรู้จักตัวเองเสียก่อนว่ารับความเสี่ยงจากการลงทุนได้แค่ไหน มีความรู้และเข้าใจกับธุรกิจหรือหุ้นที่จะลงทุนมากเพียงพอหรือยัง ถ้ามั่นใจก็ใส่เกียร์เดินหน้าได้

แต่ถ้ายังไม่แน่ใจตัวเอง ศึกษาให้ดีก่อนจะดีเสียกว่า เพราะเราไม่ควรเอาเงินไปลงทุนสุ่มสี่สุ่มห้าในสิ่งที่เราเองก็ไม่รู้จักและเข้าใจมันดีพอ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile