ถ้า โบรกเกอร์ ที่ใช้อยู่ล้มละลาย จะเอาเงินลงทุนคืนได้มั้ย ?

ถ้า โบรกเกอร์ ที่ใช้อยู่ล้มละลาย จะเอาเงินลงทุนคืนได้มั้ย ?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • โบรกเกอร์จะเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของลูกค้าแบ่งเป็น 2 ประเภท ประกอบด้วย หุ้นที่ลูกค้าซื้อไว้ และเงินสดที่ฝากเข้าไปในพอร์ต โดยหุ้นที่ซื้อไว้จะถูกฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ส่วนเงินสดในพอร์ตก็จะอยู่กับโบรกเกอร์ซึ่งต้องแยกสินทรัพย์ของลูกค้าออกจากของบริษัท
  • หากมีความเสียหายสูงก็มีความเป็นไปได้ที่เงินเงินสดในพอร์ตซึ่งฝากไว้กับโบรกเกอร์จะสูญเสียไปหรือถูกนำไปใช้โดยโบรกเกอร์
  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับโบรกเกอร์จัดตั้งกองทุน SIPF ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินที่มอบไว้ในความดูแลของโบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิกกองทุนตามข้อกำหนด

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

จากกรณีการซื้อขายหุ้น MORE ที่สร้างความวุ่นวายและอาจก่อความเสียหายต่อบริษัทหลักทรัพย์ หรือ โบรกเกอร์ จนล่าสุด ก.ล.ต. มีคำสั่งให้ บล.เอเชีย เวลท์ จำกัด นำเงินมาคืนลูกค้าภายในวันที่ 20 พ.ย 2565 และระงับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ชั่วคราว นักลงทุนหลายคนจึงอาจกังวลว่าสินทรัพย์ที่ฝากไว้กับโบรกเกอร์จะไม่ได้คืนเหมือนกรณีโลกคริปโตหรือไม่ บทความนี้พี่ทุยขอพาไปเจาะลึกประเด็นนี้เพื่อหาคำตอบกัน

สรุปกรณีหุ้น MORE

เหตุการณ์หุ้น MORE เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา หุ้น MORE ซึ่งเป็นหุ้นขนาดเล็กกลับมีปริมาณการซื้อขายมากกว่า 7,000 ล้านบาท ทั้งที่วันก่อนหน้ามีการซื้อขายเฉลี่ยเพียง 360 ล้านบาทต่อวัน วันรุ่งขึ้นด้วยปริมาณการซื้อขายที่สูงมาก โบรกเกอร์จึงติดต่อหาผู้ซื้อเพื่อยืนยันว่ามีเงินจ่ายค่าซื้อหุ้นหรือไม่ ปรากฏว่าผู้ซื้อไม่มีเงินจ่าย

เมื่อเป็นเช่นนี้โบรกเกอร์ 20 แห่ง จึงแบ่งและสรุปข้อมูลพบว่ามีผู้ซื้อหุ้น MORE กว่า 4,500 ล้านบาท โดยมาจากผู้ซื้อเพียงรายเดียวซึ่งใช้วิธีการเปิดบัญชี Cash Account กับโบรกเกอร์ 20 แห่ง ซึ่งมีเวลาจ่ายค่าซื้อหุ้น T+2 วัน และใช้วงเงินเต็มที่ซื้อหุ้น 4,500 ล้านบาท ด้วยจำนวนหุ้น ความเชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อและผู้ถือหุ้นใหญ่ รวมถึงความผิดปกติในการส่งคำสั่ง จึงคาดว่าเป็นการวางแผนปล้นโบรกเกอร์

เบื้องต้นข้อมูลจากเวปไซต์ thansettakij.com ระบุว่ามีโบรกเกอร์ได้รับความเสียหายที่ตรวจสอบได้ต้องหาเงินมาชำระค่าซื้อให้ผู้ขายหุ้น เช่น บล.กรุงศรี, บล.เกียรตินาคิน ภัทร รวมไปถึง บล.เอเชีย เวลท์

กรณีเอเชีย เวลท์ ถูก กลต. สั่งหยุดบริการชั่วคราว

ก.ล.ต. ตรวจพบว่า บล.เอเชีย เวลท์ จำกัด มีการนำเงินของลูกค้าที่อยู่ในความครอบครองของบริษัทไปชำระเป็นค่าซื้อหลักทรัพย์กับสำนักหักบัญชี (TCH) โดยลูกค้าไม่ได้มีคำสั่งหรือยินยอมให้ดำเนินการดังกล่าว เป็นจำนวนเงิน 157.99 ล้านบาท จึงให้ บล.เอเชีย เวลท์ จำกัด นำเงินมาคืนลูกค้าภายในวันที่ 20 พ.ย 2565 และระงับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ชั่วคราว

ทั้งนี้ บล.เอเชีย เวลท์ จำกัด ประกาศว่าลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ถอนเงิน โอนหุ้น ผ่านช่องทางที่ลูกค้าเคยใช้กับบริษัทได้ตามปกติ

และวันที่ 21 พ.ย 2565 บล.เอเชีย เวลท์ จำกัด ได้ยื่นคำร้องต่อ ก.ล.ต. ให้ขยายเวลาดำเนินการนำทรัพย์สินมาคืนลูกค้า ซึ่งทาง ก.ล.ต. ได้ปฏิเสธ และปัจจุบัน บล.เอเชีย เวลท์ ก็ยังไม่สามารถคืนเงินลูกค้าอย่างครบถ้วน

ข่าวดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนมากมายว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกรณีบริษัท Exchange ในตลาดคริปโตล้มละลายหรือไม่?

การเก็บหลักทรัพย์ของลูกค้าโดย โบรกเกอร์

โดยทั่วไปแล้วโบรกเกอร์จะเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของลูกค้าแบ่งเป็น 2 ประเภท ประกอบด้วย หุ้นที่ลูกค้าซื้อไว้ และเงินสดที่ฝากเข้าไปในพอร์ต

โบรกเกอร์เป็นเพียงนายหน้าอำนวยความสะดวกในการซื้อขาย โอนหุ้น รับเงินเข้าออกพอร์ต ดังนั้นหุ้นที่ซื้อไว้แล้วอยู่ในพอร์ตจะถูกโบรกเกอร์นำไปฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD)

ส่วนเงินสดในพอร์ตก็จะอยู่กับโบรกเกอร์ซึ่ง กลต. มีกฎให้แยกสินทรัพย์ของลูกค้าออกจากของบริษัท รวมถึงรักษาสภาพคล่องให้สูงกว่าเกณฑ์

ดังนั้นถ้าเป็นโบรกเกอร์ที่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ก็อาจไม่ได้รับความเสียหาย แต่ในกรณีความเสียหายจากหุ้น MORE อาจมากกว่าเงินทุนรักษาสภาพคล่อง โบรกเกอร์ภายใต้การถือหุ้นจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ก็อาจได้รับเงินทุนเพิ่มเติมจากสถาบันการเงินเหล่านั้น

ส่วนโบรกเกอร์ขนาดเล็กเงินทุนจำกัดก็มีโอกาสรับความเสียหายในระดับที่ต้องกังวล ซึ่งอาจกระทบต่อสถานะการเงินจนต้องมีข้อพิพาททางแพ่งหรือล้มละลายได้

นั่นแสดงว่ามีความเป็นไปได้ที่เงินสดในพอร์ตซึ่งฝากไว้กับโบรกเกอร์จะสูญเสียไปหรือถูกนำไปใช้โดยโบรกเกอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากโบรกเกอร์ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์

หาก โบรกเกอร์ ไม่คืนสินทรัพย์จากการล้มละลาย หรือมีข้อพิพาท นักลงทุนต้องทำยังไง?

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับโบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดตั้งกองทุนคุ้มครองผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ (Securities Investor Protection Fund หรือ SIPF) ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินที่มอบไว้ในความดูแลของโบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิกกองทุน โดยได้รับการจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด

นักลงทุนมีสิทธิรับความคุ้มครองเมื่อโบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิกไม่คืนสินทรัพย์หรือไม่ชดใช้ราคาสินทรัพย์เนื่องจากกรณีดังต่อไปนี้

  • ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
  • โบรกเกอร์กับนักลงทุนมีข้อพิพาททางแพ่งเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์และอนุญาโตตุลาการได้ชี้ขาดข้อพิพาทให้โบรกเกอร์คืนทรัพย์สินหรือชดใช้ราคาแก่นักลงทุน และโบรกเกอร์ไม่ปฏิบัติตามคําชี้ขาด

วงเงินคุ้มครองแบ่งเป็น 2 จำนวน ดังนี้

  • ไม่เกิน 20% ของทรัพย์สินของกองทุน เมื่อโบรกเกอร์ไม่คืนทรัพย์สินแก่ผู้ลงทุนตามคําชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
  • ไม่เกิน 80% ของทรัพย์สินของกองทุน เมื่อโบรกเกอร์ไม่คืนทรัพย์สินแก่นักลงทุนเนื่องจากถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ตามกฎหมายล้มละลาย

โดยเอกสารระเบียบเรื่องการให้ความคุ้มครองผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ระบุว่าทรัพย์สินของกองทุนมีจำนวนไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

นักลงทุนมีสิทธิได้รับชดเชยทรัพย์สินไม่เกินจำนวนความเสียหายจริงหรือไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท ขึ้นอยู่ว่าจำนวนใดจะต่ำกว่า นักลงทุนต้องยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานต่อตลาดหลักทรัพย์ภายในเวลาที่กำหนด ประกอบด้วย

  • สัญญาแต่งตั้งนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์
  • หลักฐานแสดงการมีสิทธิในการได้รับทรัพย์สินหรือ ได้รับชดใช้ราคาทรัพย์สินคืน
  • สําเนาคําชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
  • หลักฐานอื่นตามที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด

สรุปได้ว่า หุ้นที่อยู่ในพอร์ตจะไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากฝากไว้ที่ TSD แต่เงินสดในพอร์ตที่ฝากกับโบรกเกอร์อาจได้รับความเสียหาย (โบรกเกอร์ไม่คืนเงินสดของนักลงทุน)

ซึ่งนักลงทุนต้องไปต่อสู้ตามขั้นตอนในระบบยุติธรรม โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับโบรกเกอร์จัดตั้งกองทุน SIPF ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินที่นักลงทุนมอบไว้ในความดูแลของโบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิกกองทุน นักลงทุนมีสิทธิได้รับชดเชยทรัพย์สินไม่เกินจำนวนความเสียหายจริงหรือไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท ขึ้นอยู่ว่าจำนวนใดจะต่ำกว่า

ตามคำพูดที่ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง (ไม่ว่าจะสินทรัพย์อะไรก็ตาม) นักลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจ” พี่ทุยขอย้ำไว้เท่านี้

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile