ในช่วงหลัง ๆ เราจะเห็นได้ว่า “หุ้นโรงไฟฟ้า” ถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่อง เหตุผลในแง่มุมหนึ่งก็เพราะถูกมองว่าเป็น Defensive Stock ที่มีรายได้ค่อนข้างชัวร์ จ่ายปันผลสูง มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นประเภทอื่น ๆ แถมตอนนี้ “ไฟฟ้า” ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญแบบสุด ๆ ในการดำเนินชีวิตก็ว่าได้ แนวโน้มความต้องการก็มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ต่อให้เทคโนโลยีในโลกจะก้าวกระโดดไปมากแค่ไหน ก็ไม่มีเทคโนโลยีไหนที่ไม่ใช่ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อน
ประกอบกับตอนนี้ หนึ่งในกระแสที่ถูกพูดถึงมาก คือ “พลังงานสะอาด” ที่กำลังเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมพลังงานโดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า เพราะเหล่ารัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลกก็ให้การสนับสนุนเปิดกว้างให้เอกชนเป็นผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น โดยให้เอกชนสามารถทำสัญญาซื้อขายกันได้เอง (Private PPA) หรือง่าย ๆ เราอาจจะได้เห็นคนที่เป็นผู้บริโภคกลายมาเป็นผู้ผลิตได้ในอนาคต ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างแน่นอนในกลุ่มผลิตกระแสไฟฟ้า
ล่าสุดทาง บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ “GPSC” เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคที่มีการปรับตัวเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ 3 กลยุทธ์หลัก ที่เรียกว่า กลยุทธ์ 3S เพื่อให้ GPSC เติบโตในระยะยาว
S1: SYNERGY & INTEGRATION
GPSC ผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อสร้างโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เข้าซื้อ บริษัท โกลว์ พลังงาน จํากัด (มหาชน) หรือ GLOW ทำให้ GPSC มีกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมลงทุนต่อเนื่องในระยะยาว
S2: SELECTIVE GROWTH
GPSC เตรียมขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะเน้นลงทุนและพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนชนิดต่าง ๆ มากขึ้น และตั้งเป้าหมายที่จะขยายสัดส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้ได้อย่างน้อย 30% ในปี 2568 จากสัดส่วนที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันประมาณ 11%
ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา GPSC ได้ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในการร่วมลงทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายการธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ ผ่านบริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล เพาเวอร์ จำกัด (GRP) โดยเน้นด้านพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) และพลังงานลม (Wind Energy)
S3: S-CURVE
GPSC ให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมเพื่อสร้างรายได้จากรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ รองรับการเปลี่ยนแปลงของการทำธุรกิจพลังงานและธุรกิจไฟฟ้าในอนาคต
GPSC ได้มุ่งเข้าสู่กลุ่ม “ธุรกิจแบตเตอรี่” ด้วยการลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ต้นแบบ Semi Solid แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีข้อจำกัดเรื่อง “ความเสถียร” ที่ต่ำกว่าโรงไฟฟ้าแบบเดิม
พี่ทุยอยากให้ลองคิดง่าย ๆ ว่า แสงอาทิตย์บางวันแรง บางวันก็ไม่มีเลย หรือถ้าเป็นพลังงานลม บางวันลมก็แรง บางวันลมก็เบา แปลว่าการที่ลงทุนสร้างแบตเตอรี่เพื่อเก็บกระแสไฟฟ้าในช่วงที่ผลิตได้เยอะเพื่อมาใช้ในช่วงที่ผลิตได้น้อยถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก และถ้าเทคโนโลยีแบตเตอรี่สามารถพัฒนาได้ดี โอกาสที่ต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนก็จะยิ่งต่ำลง ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะต่ำกว่าพลังงานแบบเดิม ๆ ก็ได้เหมือนกัน
แล้วนอกจากนี้ GPSC ยังได้เริ่มพัฒนาธุรกิจผู้ให้บริการระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Storage System: ESS) ซึ่งใช้ในการควบคุมการจัดเก็บและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน GPSC ได้ดำเนินการโครงการต่าง ๆ เช่น
- การร่วมมือกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC นำระบบ ESS ขนาด 1.5 เมกะวัตต์ชั่วโมง มาใช้เพื่อเพิ่มความมั่นคงและประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าที่ป้อนให้แก่อาคารสำนักงานและศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีของ GC จังหวัดระยอง
- โครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ให้กับสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เพื่อพัฒนา Innovation Platform ในการบริหารจัดการการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายNew S-curve ต่อไป
- โครงการติดตั้งโซลาร์บนหลังคา โซลาร์ลอยน้ำ ม.เทคโนโลยีสุรนารี ผสานนวัตกรรมพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) ทั้ง BESS, Blockchain และ AI เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และจำหน่ายไฟฟ้า รวม 6 เมกะวัตต์
- โครงการนำร่องร่วมกับกลุ่ม ปตท. ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดลอยน้ำทะเล (Floating Solar) ขนาด 100 กิโลวัตต์ ในพื้นที่บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT Tank) ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง
ส่วนตัวพี่ทุยเองก็ชอบหุ้นโรงไฟฟ้าไม่น้อยเหมือนนะ แต่ก็ใช่ว่าหุ้นโรงไฟฟ้าเองจะมีแต่ข้อดี แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น ถ้าหากต้องการการเติบโตก็จะต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่จากที่พี่ทุยดูทรงแล้ว GPSC ยังมีแผนลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเติบโตก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร และอย่างที่เรารู้กันว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ของ GPSC ก็คือ PTT และล่าสุด PTT ก็มีการเพิ่มการลงทุนใน GPSC อีกกว่า 8.91% ส่งผลทำให้ปัจจุบัน PTT ถือหุ้น GPSC ในสัดส่วนอยู่ที่ 31.72% ซึ่งถือว่าเป็นหุ้นอีกตัวหนึ่งที่น่าติดตามมากเลยทีเดียว