วงการ “E-Sports” หรือ การเล่นเกม ที่ถูกพัฒนาจนกลายมาเป็นการแข่งขัน ‘กีฬา’ ประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นกระแสที่ถูกจุดขึ้นมาจนเรียกได้ว่าติดลมบนกันไปแล้วในปัจจุบัน วันนี้พี่ทุยเลยอยากจะพามาส่องดูหุ้นแห่งวงการ E-sports กัน ว่าจะน่าสนใจขนาดไหนเชียว
ว่ากันว่าการเติบโตของ “E-Sports” นั้นรวดเร็วจนรายได้รวมของวงการนี้พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3.3 – 3.4 หมื่นล้านบาท ในปี 2019 เติบโตจาก 493 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ในปี 2016 และภายในปี 2022 Goldman Sachs คาดการณ์ว่ารายได้ของอุตสาหกรรมนี้จะเติบโตกว่าเท่าตัวไปแตะ 2.96 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 8.9 หมื่นล้านบาทนั่นเอง
ขณะที่ Business Insider ประเมินว่า ยอดผู้ชม E-sports ในระหว่างปี 2019 – 2023 จะเติบโตเฉลี่ย 9% CAGR จากประมาณ 454 ล้านวิว ในปี 2019 เป็น 646 ล้านวิว ในปี 2023 แน่นอนว่าทุกอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นมา ก็ย่อมมีผู้ที่ได้รับประโยชน์ไปไม่มากก็น้อย สำหรับผู้เล่นหรือนักกีฬา E-sports หากสามารถก้าวไปยืนอยู่ในแถวหน้าของวงการ เงินรางวัลที่จะได้รับกลับมานั้นต้องบอกว่าสูงมากแน่นอน อย่างรายการ The International 2019 ของเกม Dota 2 ซึ่งเป็นรายการแข่งขัน E-sports ที่ชิงเงินรางวัลสูงที่สุดในโลก มีทีมเข้าแข่งขันรอบสุดท้ายทั้งสิ้น 18 ทีม และผู้เล่น 90 คน ชิงเงินรางวัลรวมถึง 34.33 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1 พันล้านบาท โดยทีมที่คว้าชัยตำแหน่งแชมป์ได้รับเงินรางวัลไปถึง 15.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 470 ล้านบาท
นอกจากผู้เล่นแล้ว ผู้ที่ได้รับผลบวกไปเต็ม ๆ จากการแพร่หลายของเกมกีฬาเหล่านี้ คือ บริษัทที่เป็นผู้พัฒนาเกม รวมไปถึงบริษัทที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับเล่นเกม พี่ทุยจะพาไปทำความรู้จักกับบริษัทเหล่านี้ ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสในการลงทุนในอนาคตกัน
Nvidia (NVDA)
เป็นหนึ่งในหุ้นที่เติบโตอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากราคาประมาณ 20 เหรียญสหรัฐฯ ในปี 2015 พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 235 เหรียญสหรัฐฯ และที่ผ่านมาเคยขึ้นไปแตะระดับ 280 เหรียญสหรัฐฯ ช่วงปลายปี 2018 ธุรกิจหลักของ Nvidia คือ การผลิตหน่วยประมวลผลกราฟิกที่ใช้สำหรับคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า การ์ดจอ ในปี 2019 บริษัทมีรายได้ 1.01 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีกำไรสุทธิ 2.41 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดของ Nvidia อยู่ที่ประมาณ 4%
Logitech (LOGI)
เป็นอีกบริษัทที่นักกีฬา E-sports น่าจะคุ้นเคยกัน ด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเมาส์ คีย์บอร์ด และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างว่ามีประสิทธิภาพสูง นั่นทำให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตมา 6 ปีติดต่อกัน โดยปี 2019 มีรายได้ 2.85 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีกำไรสุทธิ 273 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นจากประมาณ 14 เหรียญสหรัฐฯ ไปแตะ 50 เหรียญสหรัฐฯ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
Electronic Arts
หรือที่รู้จักกันในนาม EA เป็นผู้นำในการพัฒนาเกมประเภทกีฬา มีเกมที่โด่งดังระดับโลก อย่าง FIFA (ฟุตบอล) และ Madden (อเมริกันฟุตบอล) ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญ เพราะการจะเป็นผู้พัฒนาเกมกีฬาเหล่านี้ จำเป็นจะต้องได้รับใบอนุญาตด้วย ทำให้ธุรกิจของ EA เป็นลักษณะกึ่งผูกขาด ขณะที่ราคาหุ้นของ EA ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากประมาณ 50 เหรียญสหรัฐฯ ไปทำจุดสูงสุดที่ราว 150 เหรียญสหรัฐฯ ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ 108 เหรียญสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ส่วนรายได้อยู่ที่ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีกำไรสุทธิ 2.74 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
Tencent (TCEHY)
ผู้พัฒนาเกมที่ใหญ่ที่สุดในจีน และใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ และยังเป็นผู้จัดการแข่งขันชิงแชมป์เกมอย่าง League of Legends ซึ่งเฉพาะรายได้จากสื่อโฆษณาและสปอนเซอร์ในช่วงครึ่งปี 2019 รวมกัน ก็ทำได้ถึง 130 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปัจจุบันบริษัทมีรายได้ 5.18 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีกำไรสุทธิ 1.25 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ โดย Tencent จดทะเบียนอยู่ในตลาดฮ่องกง ราคาหุ้นพุ่งขึ้นจากประมาณ 110 ดอลลาร์ฮ่องกง มาอยู่ที่ 384 ดอลลาร์ฮ่องกง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
Valve
เป็นบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งใดเลย ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเกม Dota 2 ด้วย คงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าการเล่นเกมในปัจจุบันไม่เพียงแค่เป็นกิจกรรมยามว่างอีกต่อไป วงการ E-sports กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยไปตามเทคโนโลยี หากมองไปอดีตเราคงเห็นเด็ก ๆ เติบโตขึ้นมากับการออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน แต่ทุกวันนี้คงจะไม่สามารถปฏิเสธได้แล้วว่า ‘เกม’ กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเจเนอเรชั่นถัด ๆ ไป
Comment