หลังผ่านพ้นช่วงที่ร่วงหนักจาก COVID-19 ครั้งแรก ตลาดหุ้นทั่วโลกก็เดินหน้าปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง สวนทางพื้นฐานเศรษฐกิจที่ซบเซาจากการปิดเมือง ทำนักลงทุนกังวลว่าตลาดหุ้นกำลังเข้าสู่ภาวะฟองสบู่หรือไม่ วันนี้พี่ทุยเลยขอพาไปรู้จักกับ Cocktail Party Market Indicator ของ Peter Lynch นักลงทุนระดับตำนาน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าตลาดหุ้นอยู่ในช่วงไหนของวัฏจักร และถึงเวลาเรียกว่าภาวะฟองสบู่หรือยัง?
Cocktail Party Market Indicator คืออะไร?
Peter Lynch เขียนถึงดัชนีชี้วัดนี้ไว้ในหนังสือ One Up On Wall Street ซึ่งเขียนร่วมกับ John Rothchild เป็นหนังสือที่รวบรวมประสบการณ์และความรู้เอาไว้ โดยกล่าวว่าดัชนีชี้วัดนี้ได้มาจากประสบการณ์การไปร่วมงานปาร์ตี้ค็อกเทลและฟังการพูดคุยเกี่ยวกับหุ้นจากผู้คนในงาน ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมงานก็มาจากหลากลายอาชีพ
สุดท้าย Peter Lynch รวบรวมข้อมูลที่ได้มาจากการเข้าร่วมงานเป็นเวลาหลายปี จำแนกพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมงานตามแต่ละช่วงภาวะตลาดหุ้น
สามารถนำไปเปรียบเทียบกับลักษณะการพูดคุยของผู้คนในชีวิตประจำวันเพื่อชี้ว่าตลาดหุ้นอยู่ในภาวะใด มากกว่านั้นกลับใช้ได้กับทุกตลาดหุ้นทั่วโลกรวมไปถึงสินทรัพย์การเงินอื่นอีกด้วย แต่ก่อนอื่นพี่ทุยขอพาไปรู้จักกับตำนานที่มีลมหายใจอย่าง Peter Lynch กันก่อน
Peter Lynch คือใคร
Peter Lynch เรียนมหาวิทยาลัยที่ Boston College พร้อมกับทำงานพิเศษเป็นแคดดี้ทำให้ได้พบกับ D. George Sullivan ประธานบริษัท Fidelity Investment ซึ่งเป็นผู้สอนให้รู้จักพื้นฐานการลงทุน
เมื่อถึงปี 1966 ได้ฝึกงานที่ Fidelity Investment ในตำแหน่ง Business Analyst จากนั้นเขาก็ไปเกณฑ์ทหาร และกลับมาเป็นพนักงานประจำอีก 5 ปี ก่อนก้าวสู่ตำแหน่ง Director of Research ใช้เวลา 3 ปี ได้รับตำแหน่งผู้จัดการกองทุน Magellan Fund
Peter Lynch ฝากผลงานระดับตำนานไว้กับกองทุนนี้โดยใช้เวลา 13 ปี บริหารการลงทุนจากกองทุนที่มีมูลค่า 18 ล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 14,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 29.2% ต่อปี จากนั้นลาออกในปี 1990
รู้จักกับ Cocktail Party Market Indicator
หลังใช้เวลาหลายปียืนฟังผู้คนในงานปาร์ตี้พูดคุยเกี่ยวกับหุ้น Peter Lynch แบ่งภาวะตลาดออกเป็น 4 ช่วง ดังนี้
- ช่วงที่ 1 : ตลาดหุ้นเริ่มฟื้นตัว
หลังผ่านพ้นช่วงที่หุ้นทุกตัวลงหมด นักลงทุนยังสิ้นหวัง ตลาดหุ้นยังผันผวนและอาจมีแนวโน้มลงมากกว่าจะขึ้นด้วยซ้ำ เมื่อคนในงานมาถาม Peter Lynch ว่าทำอาชีพอะไร เขาก็ตอบว่าเป็นผู้จัดการกองทุน
คนที่เข้ามาถามก็เดินจากไปหรือถ้าไม่เดินหนีก็จะรีบเปลี่ยนหัวข้อ เมื่อมีหมอฟันอยู่บริเวณนั้นผู้คนก็จะเลือกไปให้ความสนใจบทสนทนาของหมอฟันมากกว่าจะคุยกับผู้จัดการกองทุน ถ้าเจอภาวะแบบนี้มีความเป็นไปได้ว่าตลาดกำลังกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง
- ช่วงที่ 2 : ตลาดหุ้นขึ้นมาแล้วประมาณ 15%
แม้ตลาดหุ้นปรับตัวขี้นมาแล้วประมาณ 15% แต่ก็ยังมีแค่บางคนสนใจเรื่องหุ้น เมื่อ Peter Lynch แนะนำตัวเองว่าเป็นผู้จัดการกองทุน ผู้คนในงานเริ่มเข้ามาให้ความสนใจพูดคุยกับเขา มีการพูดคุยว่าพอสมควร แต่ไม่นานผู้คนก็จะเดินกลับไปคุยกับหมอฟันเหมือนเดิม
- ช่วงที่ 3 : ตลาดหุ้นขึ้นมาแล้ว 30%
ในภาวะเช่นนี้ ผู้คนในงานจะสนใจ Peter Lynch มากกว่าหมอฟัน ต่างรุมล้อมถามวิธีเลือกหุ้นเด็ด แม้แต่หมอฟันก็จะเข้ามาถามเช่นกัน นอกจากนั้นแทบทุกคนจะถือหุ้นกันอยู่แล้วอย่างน้อย 1 บริษัท ทุกคนในงานทุ่มเงินซื้อหุ้นที่สนใจ และพูดคุยกับเกี่ยวกับหุ้น หากเจอภาวะเช่นนี้แสดงว่าตลาดขึ้นมาไกลแล้ว แต่ยังจะขึ้นต่อไปได้อีก
- ช่วงที่ 4 : ตลาดหุ้นขึ้นมาอย่างมาก และกำลังพังในอีกไม่ช้า
อาชีพผู้จัดการกองทุนเป็นที่หมายปองในงาน ผู้คนในงานต่างเข้ามาพูดคุย เพียงแต่สลับจากการถามหาหุ้นเด็ด เป็นให้คำแนะนำ Peter Lynch ว่าควรลงทุนหุ้นบริษัทใด แม้แต่หมอฟันก็ยังเข้ามาให้คำแนะนำ พร้อมข้อมูลอย่างละเอียด
ถ้าเจอภาวะบรรยากาศเช่นนี้นับว่าเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดขึ้นมาถึงจุดสูงสุดแล้ว และกำลังพังในอีกไม่ช้า
ในช่วงที่ตลาดหุ้นหรือไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ใดก็ตามซึ่งปรับตัวขึ้นจนเป็นตลาดกระทิง เหล่านักลงทุนระดับเซียน (ทั้งแท้และเทียม) ต่างเปิดเผยตัวกันเต็มไปหมด และเมื่อตลาดร่วงอย่างหนักผู้คนเหล่านั้นก็หายไปตามตัวกันแทบไม่เจอ
ดัชนีชี้วัดที่ใช้ได้ในชีวิตจริง (ฟรี)
หากใครไม่สะดวกพอจะไปปาร์ตี้บ่อย ๆ เพื่อตรวจสอบภาวะตลาด พี่ทุยได้เอาดัชนีชี้วัดอื่นมาแบ่งปันให้นักลงทุนได้ใช้กัน
- AAII Investor Sentiment Survey
สถาบันที่ชื่อว่า American Association of Individual Investors หรือ AAII ทำแบบสำรวจนักลงทุนรายย่อยโดยการสอบถามมุมมองว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้า ตลาดมีแนวโน้มจะไปในทิศทางไหน ซึ่งเริ่มทำแบบสำรวจนี้มาตั้งแต่ปี 1987
แบบสำรวจนี้จะแสดงผลออกมาเป็น sentiment ของนักลงทุนรายย่อยในตลาดหุ้น เปิดเผยในวันพุธของทุกสัปดาห์ สามารถดูได้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามว่ามีสัดส่วนในแต่ละมุมมองเท่าไร (Bullish, Neutral, Bearish) รวมถึงภาพรวมว่ามีความกลัวหรือความโลภ (Fearful, Greedy)
หากดูจาก Cocktail Party Market Indicator จะเห็นว่าตลาดมักจะปรับตัวขึ้นในเวลาที่ผู้คนกลัว และใกล้ถึงจุดจบเมื่อผู้คนมีความกล้า
ดัชนี้ชี้วัดนี้ เหมาะกับการลงทุนแบบ Contrarian หรือสายสวนกระแสนักลงทุนในตลาด ดังนั้นควรลงทุนเมื่อดัชนีชี้ว่านักลงทุนรายย่อยมีความกลัวสูง มองว่าตลาดมีแนวโน้มจะเป็น Bearish มาก และควรขายทำกำไรเมื่อนักลงทุนรายย่อยมีความโลภสูง มองว่าตลาดมีแนวโน้มจะเป็น Bullish มาก
ติดตามดัชนี้ชี้วัด AAII ได้ที่นี่
- Fear & Greed Index
CNN Business จัดทำ Fear & Greed Index โดยวัดในเชิงปริมาณ (ตัวเลข) จาก 7 ดัชนี ประกอบด้วย Market Momentum, Stock Price Strength, Stock Price Breadth, Put and Call Options, Market Volatility, Safe Haven Demand และ Junk Bond Demand
จะแสดงผลวัดความกลัวหรือโลภให้เห็นทั้งในแต่ละดัชนีที่เป็นองค์ประกอบและภาพรวมทั้งหมด แบ่งออกมาเป็น Extreme Fear, Fear, Neutral, Greed, Extreme Greed และมีการปรับเปลี่ยนทุกวันที่ตลาดเปิดทำการ
ติดตาม Fear & Greed Index ได้ที่นี่
ดัชนีนี้ชี้วัดมุมมองของตลาดเช่นเดียวกับ AAII Investor Sentiment Survey แต่จะได้มุมมองของทั้งตลาดซึ่งมีทั้งนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนรายใหญ่ นักลงทุนสถาบัน และนักเก็งกำไร ซึ่งก็เหมาะกับการลงทุนแบบ Contrarian เช่นกัน
แล้วตอนนี้ สภาวะตลาดเป็นอย่างไร ?
หากพิจารณาด้วย Cocktail Party Market Indicator ผ่านโซเชียลมีเดียจะพบว่า หัวข้อและความถี่ในการพูดคุยลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปลายปี 2020 ถึงกลางปี 2021 ประกอบกับการปรับตัวลงของตลาดหุ้นทั่วโลกสะท้อนว่าตลาดน่าจะอยู่ในช่วงที่ 1
จากนั้นลองใช้ AAII Investor Sentiment Survey พบว่า Sentiment ฝั่ง Bullish กลับมาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ล่าสุดอยู่ที่ 33.3% ส่วนเมื่อเดือน เม.ย. ถึง พ.ค. ปี 2022 อยู่ที่ราว 20% และย้อนหลัง 1 ปี พบว่า Sentiment ฝั่ง Bullish แตะจุดสูงสุดที่ 48% นับว่านักลงทุนรายย่อยในตลาดก็อยู่ในภาวะกังวลเช่นกัน
ส่วน Fear & Greed Index ก็ฟื้นตัวขึ้นมาด้วยแนวโน้มเดียวกับ AAII Investor Sentiment Survey อยู่ที่ระดับราว 54 จุด หรือ Neutral ซึ่งย้อนหลังไป 1 ปี ดัชนีนี้แตะระดับสูงสุดที่ 77 จุด หรือ Extreme Greed แต่มองย้อนหลัง 1 ปี พบว่าอยู่ในระดับสูงกว่า 50 จุด เพียง 4 ครั้ง รวมระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน แสดงว่าโดยรวมตลาดอยู่ภายใต้ Sentiment Fear มากกว่า Greed ชัดเจน
ทั้ง AAII Investor Sentiment Survey และ Fear & Greed Index ชี้ว่าตลาดมีความคล้ายกับช่วงที่ 1 ของ Cocktail Party Market Indicator ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนสาย Contrarian และต้องมีความอดทนอย่างมาเพื่อรอให้ตลาดฟื้นตัวเป็นขาขึ้น จากนั้นจึงทำกำไรในช่วงที่นักลงทุนต่างให้ความสนใจและมีความกลัวที่น้อย
อ่านเพิ่ม