ถ้าพูดถึงแบรนด์รองเท้ากีฬา พี่ทุยว่าทุกคนคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่รู้จัก Nike กับ Adidas สองแบรนด์รองเท้ากีฬาที่ขับเคี่ยวกันมาอย่างสูสีเป็นเวลานาน และในกีฬาที่จะเห็นได้ชัดเลยคงหนีไม่พ้นกีฬาฟุตบอลที่นักเตะหลายๆคนเลือกใส่รองเท้า (ที่ได้รับการสนับสนุน) จากแบรนด์เหล่านี้ และเมื่อหลายๆคนกำลังจะไปซื้อรองเท้าฟุตบอลทีไร ต้องแอบมี 2 แบรนด์นี้อยู่ในใจเป็นอย่างแน่นอน จริงๆแล้วพี่ทุยก็มีซื้อเก็บไว้เหมือนกันนะ
รู้หรือไม่ว่าแบรนด์รองเท้ากีฬาทั้งสองแบรนด์นี้เพิ่งจะทำ “All Time High” (ATH) ด้วยศักยภาพของบริษัท การขยายตัว ยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นแบรนด์ติดตลาดมาอย่างยาวนาน จึงไม่ค่อยน่าแปลกใจทำไมราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Adidas แบรนด์กีฬาสัญชาติเยอรมนี ที่เริ่มต้นตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 1
Adidas แบรนด์กีฬาสัญชาติเยอรมนี เริ่มก่อตั้งเมื่อ 1924 โดย Adi Dassler หรือ Adolf ซึ่ง Adolf ได้มาเริ่มผลิตรองเท้าของตัวเองหลังจากกลับมาจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งร่วมกับพี่ชายของเขา Dassler Schufabrik แต่แล้วทั้งคู่ก็ได้แยกทางกันโดย พี่ชายของเขาแยกตัวออกไปทำแบรนด์ Puma ส่วน Adolf เองมาทำแบรนด์ Adidas
เมื่อ Adolf เสียชีวิตลงบริษัท Adidas ก็เจออุปสรรคผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างมากมาย จนกระทั่งปี 2006 Adidas ประกาศซื้อ Reebok คู่แข่งจากอังกฤษ จนทำให้ยอดขายพุ่งกระฉูดจนสามารถขึ้นมาตีตื้น Nike ได้ โดยสโลแกนของ Adidas นั้นคือ “Impossible Is Nothing” มีพนักงานกว่า 5 หมื่น 6 พันคน เป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมฟุตบอลกว่า 40 ทีม และยังเป็นผู้ผลิตทำลูกฟุตบอลในการแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาโดยตลอด นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 1970
Nike แบรนด์กีฬาสัญชาติอเมริกา ที่เริ่มหาเทคนิคการผลิตมาจาก Onitsuka Tiger
Nike เป็นแบรนด์กีฬาสัญชาติอเมริกา เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 1964 โดย Bill Bowerman ผู้เป็นโค้ชให้กับมหาวิทยาลัยโอเรกอน และ Phil Knight ผู้เป็นนักวิ่งในมหาวิทยาลัยโอเรกอน ทั้งคู่ต้องการรองเท้าที่มีคุณภาพดีเบา แต่ทนทาน จึงเป็นที่มาของการค้นคว้าหาข้อมูลการผลิตรองเท้า จนไปพบว่า ญี่ปุ่นมีเทคนิคการผลิตรองเท้าที่ดีแถมราคาถูก จึงได้มีโอกาสไปติดต่อกับบริษัทรองเท้าญี่ปุ่นอย่าง Onitsuka Tiger Company เพื่อขยายตลาดมาอเมริกา และได้เกิดเป็นแบรนด์ใหม่ชื่อ Blue Ribbon Sports (BRS) ซึ่งเป็นชื่อเดิมของบริษัท Nike
จนในปี 1970 Bowerman ทดลองทำรองเท้าพื้นยางจากเครื่องอบขนมวาฟเฟิล ทำให้เกิดพื้นรองเท้าเป็นลายตารางคล้ายขนมวาฟเฟิล ซึ่งรูที่เกิดขึ้นนั้นทำให้รองเท้าสามารถกระจายน้ำหนักและยึดเกาะพื้นผิวได้ดีกว่าเทคโนโลยีเก่าในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก จนกลายเป็นเทคโนโลยีใหม่ในยุคนั้นและใช้จนมาถึงปัจจุบัน ที่มีการดีไซน์ที่ต่างไปจากตารางวาฟเฟิล แต่ก็มีต้นแบบและคอนเซ้ปเดียวกัน ถัดมาปี 1971 Bowerman จึงก่อตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Nike และรวมกับบริษัท BRS อีกครั้งในปี 1981 Nike มีสโลแกนที่ติดหูว่า “Just Do It” ปัจจุบัน Nike มีพนักงาน 7 หมื่น 4 พันคน เป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมเกือบ 20 ทีม และอีกหลายๆสโมสรฟุตบอลชื่อดัง รวมถึงนักกีฬาอีกหลากหลายประเภท
ที่มาของโลโก้ของทั้งสองบริษัท
Adidas – ที่มาของสัญลักษณ์ 3 แถบของ Adidas จริงๆแล้วผู้ก่อตั้ง (Adolf) ไม่ได้คิดโลโก้เอง แต่ได้ไปซื้อโลโก้นี้มาจากบริษัทรองเท้ากีฬาที่ชื่อ Karhu Sports ด้วยวิสกี้สองขวดและของมูลค่า 1,800 ยูโรเท่านั้นเอง จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ของ Adidas ไปแล้ว ที่ไม่ว่าจะเห็นดีไซน์เมื่อไหร่ก็จะรู้เลยว่าต้องเป็นรองเท้าของ Adidas
Nike – โลโก้ของ Nike ถูกเรียกว่า Swoosh ซึ่งเป็นเสียงคล้ายๆกับมีลมเคลื่อนผ่านอย่างรวดเร็ว และยังมีรูปร่างคล้ายปีกของเทพ Nike เทพกรีกโบราณ ซึ่งเทพ Nike เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ โดยปีกของ Nike ก็ยังเป็นสัญลักษณ์ของความรวดเร็วอีกด้วย
ส่องงบบริษัทรองเท้าทั้งสอง
ปี 2017
Nike
ยอดขาย 34.25 พันล้านดอลลาร์ (1.12 ล้านล้านบาท)
กำไรสุทธิ 4.24 พันล้านดอลลาร์ (1.38 แสนล้านบาท)
Adidas
ยอดขาย 21.2 พันล้านดอลลาร์ (6.9 แสนล้านบาท)
กำไรสุทธิ 1.35 พันล้านดอลลาร์ (4.4 หมื่นล้านบาท)
ปี 2016
Nike
ยอดขาย 32.46 พันล้านดอลลาร์ (1.06 ล้านล้านบาท)
กำไรสุทธิ 3.76 พันล้านดอลลาร์ (1.22 แสนล้านบาท)
Adidas
ยอดขาย 18.48 พันล้านดอลลาร์ (6.04 แสนล้านบาท)
กำไรสุทธิ 1.08 พันล้านดอลลาร์ (3.5 หมื่นล้านบาท)
ปี 2015
Nike
ยอดขาย 30.7 พันล้านดอลลาร์ (1 ล้านล้านบาท)
กำไรสุทธิ 3.27 พันล้านดอลลาร์ (1.07 แสนล้านบาท)
Adidas
ยอดขาย 16.92 พันล้านดอลลาร์ (5.53 แสนล้านบาท)
กำไรสุทธิ 680 ล้านดอลลาร์ (2.2 หมื่นล้านบาท)
ถ้าพี่ทุยลงทุนด้วยเงิน 1 หมื่นบาทเท่ากันในทั้งสองบริษัทนี้ ปัจจุบันจะเป็นเงินเท่าไหร่ ?
ถ้าลงทุนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
NKE (NIKE)
จาก 10,000 บาท จะกลายเป็นเงิน 26,357.85 บาท (+163.59%)
ราคาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว 31.41 USD
ปัจจุบัน 82.79 USD
ADDYY (ADIDAS)
จาก 10,000 บาท จะกลายเป็นเงิน 23,670.81 บาท (+136.71%)
ราคาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว 53.04 USD
ปัจจุบัน 125.55 USD
ถ้าลงทุนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
NKE (NIKE)
จาก 10,000 บาท จะกลายเป็นเงิน 58,757.98 (+487.57%)
ราคาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว 14.09 USD
ปัจจุบัน 82.79 USD
ADDYY (ADIDAS)
จาก 10,000 บาท จะกลายเป็นเงิน 42,631.58 (+326.32%)
ราคาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว 29.45 USD
ปัจจุบัน 125.55 USD
ปัจจุบันก็เริ่มมีแบรนด์กีฬาหน้าใหม่เข้ามาในตลาด แต่ก็คงยังปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งสองแบรนด์นี้ยังคงเป็นแบรนด์หลักที่คนนึกถึง สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้นและมั่นคงทุกปี ซึ่งก็เป็นผลเนื่องมาจากการพยายามพัฒนาเทคโนโลยีให้กับสินค้าอย่างต่อเนื่องไม่หยุดอยู่กับที่ และขยายตลาดไปทั่วโลก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมราคาหุ้นถึงพุ่งขึ้นทำ “All Time High” เหมือนรองเท้าติดปีกไปเลย