คำว่า “ทุบหุ้น” หลายคนต้องเคยได้ยินกันมาบ้างแน่ๆ ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน ความหมายของคำว่า “ทุบหุ้น” ก็คือ การที่มีแรงเทขายออกมาจำนวนมาก ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ถ้าให้ถือหุ้นในช่วงที่มีแรงเทขายหุ้นออกมาเยอะๆ พี่ทุยบอกได้เลยว่าสยองเหมือนกันนะ อาจจะติดลบ 20%-30% ได้เลยในเวลาไม่ถึง 1 นาที นั่นก็คือตลาดหุ้นที่เราอยู่เนี้ยแหละ
บางคนก็มาถามพี่ทุยว่าเราต้องรับมือได้ไงมั่งอ่ะพี่ทุย ถ้าหุ้นที่เราถือเกิดโดยเทขายขึ้นมาจริงๆ ส่วนตัวแล้วพี่ทุยมักจะใช้อยู่ 2 หลัก เวลาที่เราเล่นหุ้นประเภทที่เค้าเรียกกันว่า “หุ้นซิ่ง” นั่นก็คือ
1. ใช้วิธีการกำหนดขาดทุนแบบ Trailing Stop
การกำหนดขาดทุนวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีใช้ได้เลยสำหรับพี่ทุย เพราะมันสามารถกำหนดจุดออกของหุ้นที่เราเล่นเร็วๆได้ (หรือที่เราเรียกว่าหุ้นปั่นนี่แหละ) นั่นก็คือการกำหนดจุดขาดทุนแบบ Trailing Stop การกำหนดจุดขาดทุนจากราคาสูงสุดที่หุ้นขึ้นไปทำไว้
สมมติว่าหุ้นที่เราถือซื้อที่ราคา 10 บาท เราก็กำหนด Trailing Stop ไว้ว่าเราจะขายที่จุดขาดทุน 5% สมมติว่าเมื่อเราซื้อแล้วหุ้นไม่ขยับไปไหนเลย แล้วหุ้นตกมาแถวๆ 9.5 บาท ก็ให้ขายออกไปก่อนดูท่าทีดีกว่า
แต่ถ้าหุ้นที่เราซื้อขยับขึ้นไปสูงสุด 15 บาทให้เรากำหนดจุดขาดทุนไว้เสมอที่ 5% คือถ้าหุ้นปรับตัวลงมา 5% จาก 15 บาท (แถวๆ 14.2 – 14.3 บาท) ให้ขายออกไปก่อน การกำหนดจุด Trailing Stop ทำให้เราไม่ขาดทุนมากและสามารถสะสมกำไรจากหุ้นได้ดี แต่จะกำหนด Trailing Stop ไว้ที่เท่าไหร่ก็ต้องดูด้วยนะว่าหุ้นที่เราถือมีนิสัยเป็นอย่างไร ถ้าเป็นหุ้นที่มีความผันผวนมากอาจจะต้องกำหนด Trailing Stop สูงหน่อยสัก 10%+ เป็นต้น
2. ขายเมื่อถึงราคาทุน แล้วค่อยว่ากันใหม่
อีกวิธีนึงที่พี่ทุยชอบใช้เวลาซื้อหุ้นแนวนี้อยู่เหมือนกันก็คือ ถ้าราคาขยับลงมาถึงทุนเราเมื่อไหร่ ขายมันทุกราคาโดยไม่สนใจอะไรเลย แล้วค่อยมาว่ากันใหม่ วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ช่วยสร้างวินัยในการเทรดได้ดีเหมือนกันนะ
หรือว่าหุ้นที่ถือมีข่าวไม่ค่อยดี ก็จะขายที่ราคาทุนออกไปให้หมดถ้าหุ้นตกลงมาถึงทุนที่พี่ทุยเข้าไว้ ก็อาจจะมีขาดทุนเรื่องค่าคอมซื้อขายก็นิดหน่อยไม่เป็นไร ถือว่าจำกัดความเสี่ยงไปก่อน แต่ถ้าซื้อแล้วยังไม่ทันไปไหนก็ขายตาม Trailing Stop ที่กำหนดไว้ก็ได้เช่นกัน
การเล่นหุ้นไม่ได้สำคัญว่าเราจะซื้อที่ราคาเท่าไหร่ แต่คนที่เล่นหุ้นแล้วสำเร็จวัดกันตรงที่ว่าจะขายหุ้นออกไปเมื่อไหร่ต่างหาก