ทำไม “ดอกเบี้ยเงินฝาก” ต่ำ แต่ดอกเบี้ยเงินกู้สูง ?

ทำไม “ดอกเบี้ยเงินฝาก” ต่ำ แต่ดอกเบี้ยเงินกู้สูง ?

2 min read  

ฉบับย่อ

  • ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้ เป็นสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด จนอาจคิดว่าธนาคารกำลังเอาเปรียบเรามากจนเกินไป
  • การใช้วิธีการคิดว่าธนาคารได้กำไรเท่าไหร่จาก ดอกเบี้ยเงินกู้ – ดอกเบี้ยเงินฝาก = กำไรของธนาคาร ไม่ใช่วิธีคิดที่ถูกต้อง
  • วิธีที่ถูกต้องในการดูกำไรของธนาคาร ต้องดูจาก Net Interest Margin (NIM) และ Effective Spread

เวลาที่พี่ทุยอัปเดตอัตรา “ดอกเบี้ยเงินฝาก” ในแต่ละเดือนให้ทุกคนได้รู้กัน ก็มักจะเจอคอมเมนต์เชิงบ่นอยู่ตลอดเวลา ว่าทำไมดอกเบี้ยเงินกู้ไม่ต่ำเหมือนเงินฝากแบบนี้บ้างล่ะ

  • อัปเดตอัตราดอกเบี้ยประจำเดือนล่าสุดเข้าไปดูได้เลยที่นี่

แน่นอนว่าหลายคนรู้อยู่แล้วว่า เวลาที่เราขาดสภาพคล่องหรือต้องการเงินทุน “การกู้เงิน” ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่สะดวกและง่ายกว่าวิธีการอื่น ๆ แต่เรื่องที่พี่ทุยเชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะกำลังสงสัยและเข้าใจผิดไปด้วยในตัว ก็คือ เรื่องของความแตกต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก

ตอนฝากเงินทำไมดอกเบี้ยต่ำจัง 0.5-1% เท่านั้น หรือถ้าเป็นเงินฝากออมทรัพย์พิเศษก็อาจจะได้เพิ่มมาอยู่ที่ 1.5% แต่ทำไมดอกเบี้ยเงินกู้ถึงสูงมาก ต่อให้เป็นสินเชื่อหลักประกันก็ยังต้องมี 5-8% แล้วยิ่งถ้าเป็นพวกหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด ดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมปาเข้าไปถึง 20-28% แบบนี้เหล่าสถาบันการเงินไม่เอาเปรียบกันเกินไปหน่อยหรอ ?

สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด เกี่ยวกับ “ดอกเบี้ยเงินฝาก” vs ดอกเบี้ยเงินกู้

ก่อนอื่นพี่ทุยจะบอกว่าการนำมาหักลบกันตรง ๆ แบบนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก เวลาที่เราอยากดูว่าธนาคารได้ส่วนต่างของดอกเบี้ยไปจริง ๆ เท่าไหร่ ต้องไปดูที่ ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ Net Interest Margin (NIM) ที่เป็นค่าส่วนต่างระหว่าง ”ดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ย” และ “ดอกเบี้ยเงินฝากเฉลี่ย”

ทำไม “ดอกเบี้ยเงินฝาก” ต่ำ แต่ดอกเบี้ยเงินกู้สูง ?

ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ Net Interest Margin (NIM) จะเป็นการรวมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากสินทรัพย์และหนี้สิน โดยทั้งหมดนี้อาจจะไม่ได้สะท้อนภาพมากเท่าไหร่นัก

ทำให้เราจะต้องดูอีกค่านึงที่เรียกว่า Effective Spread หรือส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรับเฉลี่ย (Effective Loan Rate : ELR) และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจ่ายเฉลี่ย (Effective Deposit Rate : EDR)

พูดง่าย ๆ คือว่า Effective Spread จะเป็นนำอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยระหว่างเงินกู้และเงินฝากมาคิดคำนวณเท่านั้น จะเห็นได้ว่าค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3.5% ไม่ได้สูงระดับ 20% แบบนี้หลาย ๆ คนคิดเลย

และเมื่อลองไปส่องดูค่า Effective Spread ของไทยเทียบต่างประเทศแล้วก็ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่ได้สูงหรือต่ำที่สุด

ซึ่งความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยก็ขึ้นอยู่หลากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็น สัดส่วนลูกหนี้ ว่าลูกหนี้ประเภทไหนเยอะ ความเสี่ยงที่จะเบี้ยวหนี้เป็นยังไง รวมไปถึงต้นทุนในการดำเนินงานของแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกัน ซึ่งดอกเบี้ยเงินกู้ที่ถูกคิดเพิ่มขึ้นก็จะถูกคำนวณจากปัจจัยเหล่านี้เข้าไปด้วย

โดยไทยเรามีสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อ SME และรายย่อยสูงถึง 23.9% ซึ่งอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง จึงทำให้หนี้เสีย (NPL) อยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: