เมื่อชีวิตเข้าสู่วัยทำงาน การหาเงินให้มากเพื่อเลี้ยงชีพหรือเพื่อให้บริโภคได้มากขึ้น ยิ่งมี “เงินเดือน” มาก ชีวิตของตัวเราเองและคนรอบข้างก็จะยิ่งสบาย จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย ถ้าความกดดันจากตัวเลขค่าตอบแทนในแต่ละเดือนจะมีความหมายกับชีวิตมนุษย์เงินเดือนแบบเราๆอย่างมาก
ถ้าพูดถึง “เงินเดือน” ในความหมายทั่วไปแล้ว ก็คือ การได้รับค่าตอบแทนจากการทำงานเป็นรายเดือน มีข้อดีในเรื่องของความสม่ำเสมอ ยิ่งได้รับภาระหน้าที่เพิ่มขึ้น ก็จะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามมา
เงินเดือนก็คือ เงิน เงินก็คือซื้อของได้ จึงทำให้ทุกคนมักต้องการเงินเดือนที่สูงขึ้นเพื่อที่จะได้ซื้อของมากขึ้น กินได้มากขึ้น ช้อปปิ้งได้มากขึ้น
แต่ในชีวิตจริง คำว่า “เงินเดือน” อาจไม่ได้แบกรับความคาดหวังของการเลี้ยงชีพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป..
ในยุคที่การหาเงินเพื่อดำรงชีวิตไม่ได้ยากเหมือนสมัยก่อน ความหมายของความจนและรวยไม่ได้แบ่งด้วยเส้นของการอิ่มท้องอีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้น การทำอุตสาหกรรมอาหารที่ได้ผลผลิตออกมาจำนวนมหาศาล ทำให้เพื่อนมนุษย์ของเรานั้นสามารถดำรงชีพได้ง่ายขึ้น
ถ้ามองในมองมุมทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ว่าด้วยเรื่องของลำดับความต้องการของมนุษย์ (A Theory of Human Motivation) ได้กล่าวไว้ว่า มนุษย์เราจะมีความต้องการทั้งหมด 5 ขั้น แบ่งเป็น
ขั้นที่ 1 ความต้องการด้านร่างกาย เช่น ปัจจัย 4 เพื่อการดำรงชีวิต
ขั้นที่ 2 ความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัย
ขั้นที่ 3 ความต้องการด้านสังคม เช่น ความรักและความเป็นเจ้าของ
ขั้นที่ 4 ความต้องการด้านการยกย่อง หน้าตาในสังคม การเคารพนับถือจากผู้อื่น
ขั้นที่ 5 ความต้องการด้านความสมบูรณ์แบบ ที่จะเป็นในศักยภาพสูงสุดที่มนุษย์จะทำได้
โดยส่วนมากทฤษฎีนี้จะถูกนำเสนอในรูปแบบพีระมิด ความต้องการขั้นพื้นฐานจะอยู่ล่างสุด เมื่อได้รับความต้องการในขั้นแรกครบมนุษย์ถึงจะมีความต้องการในขั้นสอง และเมื่อได้รับในส่วนของขั้นที่สองครบแล้ว จึงจะมีความต้องการในขั้นต่อๆไป และไล่ไปเรื่อยๆจนถึงความต้องการด้านสุดท้ายที่เพอร์เฟคที่สุดนั่นเอง
ในเมื่อปัจจุบัน ปัจจัย 4 ก็หาไม่ยาก และในระดับมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัย และด้านสังคมก็คงจะได้รับการตอบสนองครบแล้ว ทำให้ความต้องการขั้นที่ 4 จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะมาเติมเต็มความหมายของเงินเดือนให้เข้มข้นมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคน Gen Y ที่โลก Social media เข้ามามีบทบาทในชีวิตกันอย่างแพร่หลาย การรับรู้ความเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันเป็นไปได้ง่ายขึ้น เมื่อเพื่อนๆในรุ่นที่เรียนมาด้วยกันประสบความสำเร็จ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เงินเดือนเยอะขึ้น หรือ ได้เริ่มต้นธุรกิจที่สวยงาม ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่สำหรับคนที่มีน้อยกว่าจะเกิดความรู้สึกกดดันมากยิ่งขึ้น
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ต้องถึงขั้นใช้ทฤษฎีมาเล่าให้ฟังกันยืดยาว หลายๆคนก็คงพอจะเห็นด้วยว่า คนเรามักแสดงออกทั้งในชีวิตปกติและโลกออนไลน์ ในแง่ของด้านดีมากกว่าด้านไม่ดีเสมอ ใครๆ ก็ต้องการได้รับการยกย่องทางสังคมทั้งนั้น ทำให้สิ่งที่คนเราแสดงออกมานั้น มักจะดูดีกว่าความเป็นจริงเสมอ
นอกจากความกดดันทางอ้อมจากเพื่อนฝูงแล้ว ความกดดันทางตรงที่มาจากครอบครัวก็สำคัญไม่แพ้กัน
เป็นเรื่องปกติ ที่พ่อแม่มักจะคาดหวังให้ลูกมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี การที่มีเงินเดือนหรือมีเงินใช้มากขึ้น เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่เห็นภาพได้ง่ายว่าชีวิตความเป็นอยู่จะดีแค่ไหน แต่ด้วยความคาดหวังที่มากเกินไป บางครั้งอาจจะกลายเป็นความกดดันอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราต้องพยายามหาเงินให้ได้มากขึ้นกว่าแค่ความต้องการของตัวเอง
นอกเสียจากเรื่องหน้าตาทางสังคมแล้ว ค่านิยมในการบริโภคที่มากขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ยิ่งตอกย้ำความหมายของเงินเดือนให้มีความหมายมากขึ้นไปอีก การโฆษณามากมายที่เราได้รับมันช่างยั่วยวน ให้กิเลสในตัวพุ่งสูงขึ้น อะไรๆก็อยากได้ไปหมด
ความกดดันทั้งหลายที่มาจากทั้งปัจจัยของเพื่อนฝูงของครอบครัว หรือค่านิยมการบริโภคของตัวเราเอง ถ้ามองในแง่ดี อาจจะช่วยให้เป็นแรงผลักดันตัวเราไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นจริงๆ แต่ถ้ามันมากเกินไปจนทำให้ชีวิตเกิดความท้อแท้ หมดไฟในการทำงาน พี่ทุยแนะนำให้วางความคาดหวังของคนรอบตัวลงดูบ้าง เงินเดือนที่เรามีอยู่ในปัจจุบันจริงๆ แล้วอาจจะมากเพียงพอต่อความคาดหวังของตัวเราเองแล้วก็ได้
ยิ่งกับยุคปัจจุบันที่คนเราเป็นโรคที่เกี่ยวกับความซึมเศร้าง่ายขึ้น หนึ่งในปัจจัยนั้นก็คงจะเป็นเรื่องของความคาดหวังทางการเงินที่สูงเกินความเป็นจริง เมื่อความจริงไปไม่ถึงความคาดหวัง ความรู้สึกแง่ลบต่างๆก็พร้อมจะถาโถมเข้ามา จนทำให้ตัวเราเองรู้สึกด้อยค่า พัฒนาจนกลายเป็นโรคซึมเศร้าที่เรื้อรังและบั่นทอนชีวิตในที่สุด
การรักษาสมดุลของความคาดหวังเป็นสิ่งที่จำเป็นเหมือนกันนะ ถ้าความต้องการพื้นฐานที่มีแรงผลักดันทางสัญชาตญาณ ความต้องการทางด้านสังคมก็คงมีความคาดหวังเป็นแรงผลักดันเช่นเดียวกัน ความต้องการที่มากเกินกว่าความจริงที่มากเกินไป มักจะทำให้ทั้งร่างกายและจิตใจเกิดผลทางด้านลบ
พี่ทุยอยากให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ถ้าเราไม่รู้ตัวจริงๆ ว่าเงินเดือนในปัจจุบันของเราเพียงพอหรือยัง ก็ลองวางแผนการเงินดูนะ วางแผนให้รอบด้านไปถึงอนาคตระยะยาว และอย่าลืมแบ่งเงินไว้สำหรับให้รางวัลตัวเองบ้างน้า