พักหนี้ คืออะไร ช่วยอะไรเราได้บ้างในวิกฤต COVID-19

พักหนี้ คืออะไร ช่วยอะไรเราได้บ้างในวิกฤต COVID-19

3 min read  

ฉบับย่อ

  • พักทรัพย์พักหนี้ (Asset Warehousing) หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า พักหนี้ เป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยให้ธุรกิจที่มีศักยภาพสามารถข้ามพ้นช่วงวิกฤต COVID-19 ไปได้
  • พักทรัพย์พักหนี้ (Asset Warehousing) เป็นการโอนทรัพย์สินให้กับสถาบันการเงิน เพื่อดึงสภาพคล่องกลับมาให้กับธุรกิจ โดยที่ยังสามารถเช่าทรัพย์สินนั้นดำเนินธุรกิจต่อได้
  • มาตรการนี้ช่วยพยุงการจ้างงาน ธุรกิจที่ดีมีศักยภาพ ธุรกิจการท่องเที่ยว และลดการเกิดหนี้เสีย (NPL) ในระบบ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

ช่วงนี้ หลายคนอาจจะได้ยิน พักทรัพย์ “พักหนี้” กันมาบ้าง ว่าเเต่คือมาตราการอะไร จะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้ผู้ประกอบการในวิกฤต COVID-19 ได้อย่างไรบ้าง

ปัญหาของผู้ประกอบการในช่วง COVID-19 คือ มีทรัพย์สินที่มีศักยภาพ แต่ไม่สามารถสร้างเม็ดเงินได้ในช่วงนี้ ในทางกลับกันรายจ่ายต่างรวมถึงภาระดอกเบี้ยก็ยังเดินอยู่ ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจต้องตกที่นั่งลำบาก จนถึงขั้นปิดกิจการจากการขาดสภาพคล่อง หรือถูกต่างชาติกว้านซื้อในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Fire Sale) ทั้ง ๆ ที่ทรัพย์สินเหล่านั้นหรือธุรกิจเหล่านั้นยังมีศักยภาพ และสามารถกลับมาเฉิดฉายได้หลังวิกฤต

“พักทรัพย์ พักหนี้” หรือ Asset Warehousing คืออะไร?

มาตรการ “พักทรัพย์พักหนี้” หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “พักหนี้” เป็นหนึ่งในมาตรการที่ออกมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการที่มีศักยภาพแต่กำลังเจอปัญหาทางด้านการเงิน ให้ผู้ประกอบการเหล่านี้มีตัวช่วยในการหยุดพัก และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายลง โดยการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถโอนทรัพย์สินที่มีให้กับสถาบันการเงิน 

“พักทรัพย์พักหนี้” กำหนดให้มีเงื่อนไขในการซื้อคืนทรัพย์สินกลับในราคาที่โอนไปทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องกลัวเรื่องการถูกกดราคา แถมสามารถเช่าทรัพย์สินนั้นกลับไปใช้ประกอบธุรกิจได้อีกด้วย จุดนี้เองจะทำให้ธุรกิจลดภาระหนี้ ลดภาระดอกเบี้ยชั่วคราว และทำให้ธุรกิจกลับมามีสภาพคล่อง ไม่ต้องกลัวผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งเป็นผลดีต่อสถาบันการเงินทำให้ไม่ต้องกลัวการเกิดหนี้เสียอีกด้วย

คุณสมบัติของผู้ประกอบการที่จะเข้าโครงการ

1. เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ที่มีสถานประกอบการและประกอบธุรกิจในประเทศไทย

2. เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงินก่อนวันที่ 1 มี.ค. 2564 ทั้งนี้ หากเป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงินต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2563 ต้องไม่เป็นลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นหนี้เสียหรือ NPL ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2562 (Non-Performing Loan : หนี้สินที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนให้แก่สถาบันการเงินได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามที่ระบุในสัญญาสินเชื่อ) 

3. ไม่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจทางการเงิน

ถ้าเราเป็นผู้ประกอบการที่ดี มีประวัติการชำระดอกเบี้ยหนี้สินที่ดี มีทรัพย์สินหรือธุรกิจที่มีศักยภาพ และไม่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจทางการเงิน โครงการพักทรัพย์พักหนี้ ก็อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกหากธุรกิจกำลังเจอทางตัน

เรื่องสำคัญในการเข้าโครงการ พักทรัพย์ พักหนี้

การ ”พักทรัพย์พักหนี้” นั้น ผู้ประกอบการจะมีสิทธิในการซื้อทรัพย์สินคืนได้ภายในระยะเวลา 3 -5 ปีนับตั้งแต่วันที่โอนทรัพย์สินหลักประกัน แถมจะได้สิทธิพิเศษ (First Right) ที่สถาบันการเงินเหล่านั้นจะไม่สามารถโอนหรือนำทรัพย์สินเหล่านั้นไปขายให้แก่ผู้อื่นโดยที่ผู้ประกอบการไม่ยินยอมได้ 

ทรัพย์สินที่โอนนั้นผู้ประกอบการสามารถเลือกเช่าทรัพย์สินนั้นไปประกอบธุรกิจได้ โดยอัตราค่าเช่านั้นจะเป็นไปตามที่ผู้ประกอบธุรกิจตกลงกับสถาบันการเงิน โดยจะต้องแจ้งให้สถาบันการเงินทราบภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันโอนทรัพย์สิน ซึ่งหากผู้ประกอบการไม่เช่าทรัพย์สิน สถาบันการเงินมีสิทธินำทรัพย์สินไปให้ผู้อื่นเช่าได้

ราคาทรัพย์สินที่จะขายคืนให้กับผู้ประกอบการนั้นจะถูกกำหนดไม่ให้มีราคาสูงกว่าราคาที่รับโอนไว้ สถาบันการเงินสามารถคิดค่าดูแลรักษาทรัพย์ได้ โดยไม่เกิน 1% ต่อปีของราคาที่รับโอนและค่าใช้ต่ายอื่นที่สถาบันการเงินได้จ่ายไปเพื่อดูแลรักษาทรัพย์สินหักด้วยค่าเช่า

ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอเข้ามาตรการ “พักทรัพย์พักหนี้” ได้ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. 2564 ถึง 20 เม.ย. 2566 โดยสามารถยื่นได้ที่สถาบันการเงินที่สะดวก

“ภาษี” สิ่งที่ผู้ประกอบการกลัว

อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ประกอบการหลาย ๆ รายกังวล คือ ภาระภาษีที่อาจเกิดขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการให้ผ่านวิกฤต COVID-19 ไปได้ สรรพกรเองสนับสนุนโครงการนี้ โดยให้การยกเว้นทางด้านภาษี ดังนี้

พักหนี้ คืออะไร ช่วยอะไรเราได้บ้างในวิกฤต COVID-19

ผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่กำลังลำบากในช่วงนี้ การมีมาตรการนี้จะช่วยให้ SMEs และธุรกิจต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ สามารถผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ และสามารถกลับมาเฉิดฉายใหม่ได้อีกครั้ง 

ช่วยพยุงการจ้างงานเพราะในช่วงเวลานี้จะไล่คนออกก็ลำบากทั้งนายจ้างและลูกจ้าง อีกทั้งพอธุรกิจกลับมาเปิดตัวได้ก็เป็นเรื่องยากมากในการหาลูกจ้างใหม่กลับมา ลดความเสี่ยงที่จะเกิดการผิดนัดชำระหนี้ และหนี้เสีย ซึ่งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศไทยเป็นวงกว้าง เรียกว่าล้มเป็นโดมิโน่ได้เลยทีเดียว

และสุดท้าย ป้องกันการที่ผู้ประกอบการในไทย สูญเสียธุรกิจให้กับชาวต่างชาติ เพราะในวิกฤตนี้หลาย ๆ ธุรกิจที่มีศักยภาพถูกกว้านซื้อธุรกิจไปในราคาที่ไม่เป็นธรรม เพราะเจ้าของธุรกิจขาดสภาพคล่องทำให้ต้องปิดตัวลงและยอมขายธุรกิจในราคาที่ต่ำกว่าที่ควร (Fire Sale)

อย่างไรก็ตาม พี่ทุยว่า ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมมาตราการอะไรก็ตาม ต้องศึกษาระเบียบข้อบังคับ เงื่อนไขต่าง ๆ ให้เข้าใจเสียก่อนนะ เพราะการตัดสินใจด้านธุรกิจ มักส่งกระทบในระยะยาวอีกด้วย

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
error: