วิธี “ปลดหนี้ กยศ.” ฉบับทำได้จริง

วิธี “ปลดหนี้ กยศ.” ฉบับทำได้จริง

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ประสบการณ์การปลดหนี้ที่น่าประทับใจ เลยอยากหยิบขึ้นมาแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน เป็นประสบการณ์ปลดหนี้ที่ค่อนข้างอบอุ่น ก็คือการ หาเงิน กู้เงินมาปลดหนี้ให้ครอบครัวและ “ปลดหนี้ กยศ.”
  • ขอบคุณประสบการณ์การปลดหนี้เพื่อครอบครัวครั้งนี้ จาก คุณคิ้วบาง บนเว็บไซต์ Pantip.com

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

วันนี้พี่ทุยไปเจอประสบการณ์การปลดหนี้ที่น่าประทับใจ เลยอยากหยิบขึ้นมาแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน เป็นประสบการณ์ปลดหนี้ที่ค่อนข้างอบอุ่น ก็คือการ หาเงิน กู้เงินมาปลดหนี้ให้ครอบครัวและ “ปลดหนี้ กยศ.”

เจ้าของเคสนี้เป็นคนหนึ่งที่พ่อแม่มีหนี้สิน ตอนนี้เรียนจบแล้ว ปัจจุบันทำงานมาได้ประมาณ 2 ปี มีหนี้บัตรเครดิต มีเงินที่กู้จากบัตรกดเงินสด บัตรดอกเบี้ยแพง โดยรวมประมาณครึ่งล้าน ไม่รวมบ้าน คุณพ่อขับรถแท็กซี่ และรถแท็กซี่กำลังจะหมดอายุแท็กซี่ คุณแม่เปิดร้านขายของชำที่บ้าน เป็นร้านเล็ก ๆ และตัวเองก็เรียนจบ ทำงานในบริษัทเอกชนมา 2 ปี ทั้งยังมีหนี้ กยศ. อีก ช่วงแรกบอกเลยว่ามันมืดแปดด้านไม่รู้จะทำยังยังไงดี พ่อแม่มีหนี้สินมากมาย เลยตัดสินใจ ยื่นกู้ธนาคาร เพื่อมาปิดหนี้ให้พ่อแม่

ช่วงแรกที่ทำงาน ตัดสินใจแบ่งเงินเป็น 2 กองหลัก ๆ แบบง่าย ๆ

1. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ค่ากิน ค่าเดินทาง
2. ที่เหลือจากก้อนแรกทั้งหมดเก็บเพื่อไว้ใช้หนี้พ่อแม่ แยกเงินส่วนนี้ออกมาจำนวนเท่ากันทุกเดือน

ซึ่งส่วนที่ 2 พอเก็บได้ประมาณ 5 หมื่น สามารถปิดหนี้บัตรของพ่อได้ 1 ใบ ใช้เงินก้อนนี้ไปปิดบัตรใบแรก (เก่งนะมีความพยายามในการวางแผนการเงิน พี่ทุยเอาใจช่วยอยู่ ) แต่ก็ยังให้พ่อจ่ายเงินค่าบัตรอื่น ๆ อยู่ แต่เลือกจ่ายที่ตัวเองแทน เช่น แต่เดิมพ่อต้องจ่ายค่าบัตร A = 3,800 บาท ทุกเดือน ก็เอาเงินก้อนนี้มาจ่ายให้เราแทน สาเหตุเนื่องจากว่า เอาเงินเก็บในส่วนของตัวเองไปปิดบัตรหมดแล้ว ทำให้ไม่มีเงินสำรองเลย พ่อแม่ก็ไม่มีเงินเก็บ ถ้าเกิดมีเหตุฉุกเฉิน หรืออะไรก็ตาม ก็จะสามารถใช้เงินนี้เป็นเงินสำรองค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในครอบครัวได้ หลังจากที่ปิดใบแรกได้ อายุงานก็สามารถยื่นกู้ได้แล้ว ได้ศึกษาค้นข้อมูลมาหลายธนาคาร

มี 2 ธนาคาร ที่ดอกเบี้ยถูก

1. ธนาคารออมสิน แต่ปัญหาคือต้องมีคนค้ำ หรือไม่ก็ต้องหลักทรัพย์ค้ำประกัน และพอดีที่ว่าคนที่เราตั้งใจจะให้ช่วยค้ำ เค้าแนะนำให้ลองยื่นกู้สินเชื่อธนาคารที่ 2 เลยไม่ได้ยื่นกู้กับธนาคารออมสิน

2. ธนาคาร CIMB ดอกเบี้ยถูก แต่ถ้าจะให้ถูกต้องเลือกอายุสัญญา 12 เดือน ไม่ต้องใช้คนค้ำ เลยลองยื่นกู้สินเชื่อกับธนาคารนี้ และผลคือผ่านการอนุมัติจ้า แต่อนุมัติไม่เต็มตามวงเงินที่ขอไป

เงินก้อนนี้ที่ได้ ก็เอาไปซื้อรถแท็กซี่มือสองให้พ่อ และให้พ่อขายรถคันเดิมซึ่งใกล้จะหมดอายุแท็กซี่แล้ว แต่เงินจะขาดอยู่จำนวนหนึ่ง โชคดีที่มีญาติยื่นมือเข้ามาช่วย ให้ยืมเงินในส่วนที่ไม่พอซื้อรถและให้ส่งคืนทุกเดือน ก็เลยขอส่งคืนตามกำลังที่ส่งไหว เพราะต้องส่งสินเชื่อที่กู้มา แต่ก็จะพอมีเงินที่หักจากค่าใช้จ่ายส่งคืนญาติอยู่ก้อนหนึ่งทุกเดือน

พอจ่ายค่างวดสินเชื่อไปได้ 7 งวด ต้องหาธนาคารที่ปล่อยสินเชื่ออีกครั้ง เนื่องจากแม่มีหนี้ที่ต้องส่งให้ป้าซึ่งดอกเบี้ยแพง และต้องส่งไปอีก 5 ปี บางครั้งก็ไปยืมเงินคนอื่นมาส่งอีก และช่วงนึงป้าได้เงินจากการขายบ้าน เลยเห็นโอกาสปิดหนี้ก้อนนี้ แต่เงินก็ไม่พอที่จะปิด เลยตัดสินใจกู้เงินอีกก้อนหนึ่ง เพื่อให้สามารถปิดหนี้ก้อนนั้นได้ โดยคนที่ส่งเงินก้อนนี้มีป้าและแม่เรา แต่ระยะเวลาจะสั้นลง จาก 5 ปี เหลือ 1 ปี ดอกเบี้ยถูกกว่าเดิม และยอดที่ส่งในแต่ละงวดน้อยลงด้วย (ซึ่งพี่ทุยก็คิดว่าโอเลยเพราะดอกเบี้ยถูกกว่าเดิมไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแพง ๆ เหมือนแต่ก่อนนะ)

คือหากู้หลายธนาคารมาก แต่ไม่ผ่านสักที่ สุดท้ายเลยลองติดต่อไปที่ CIMB อีกครั้งว่าสามารถกู้ได้อีกหรือไม่ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ถ้าส่งเกิน 6 งวด สามารถยื่นกู้อีกครั้งได้ สุดท้ายก็ผ่านการอนุมัติตามใจหวังแล้วหล่ะ

ปัจจุบัน พ่อและแม่ ยังมีหนี้อยู่ วางแผนไว้ว่า ถ้าส่งสินเชื่อเก่าหมดก็จะกู้อีกเพื่อมาปิดหนี้ จะทำวนไปแบบนี้ทุก 6 เดือนจนกว่าหนี้จะหมด น่าจะ 2 ปี หนี้ก็จะหมด ส่วนตัวเอง ก็มีหนี้ กยศ. แนะนำว่าถ้าใครเป็นหนี้ กยศ. ต้องใช้หนี้คืนธนาคารนะ ปีนึงไม่ได้เยอะเลย ปีแรกที่เรียนจบไม่ต้องส่ง ปีที่สองยอดส่งแค่ 4 พันกว่าบาท แต่คนส่วนมากไม่มีจ่ายเนื่องจาก กยศ จ่ายเป็นรายปี และก็ไม่ได้วางแผนเก็บเงินจ่าย พอถึงเวลาจ่าย ก็ไม่พอ ดังนั้นควรจะเก็บเรื่อย ๆไปทุกเดือน เช่น เดือนละ 500 ปีนึงก็ 6,000 บาทแล้ว ปีถัดไปยอดส่งสูงขึ้นก็เก็บมากขึ้นในแต่ละเดือน แต่ต้องมีวินัย กันเงินส่วนนี้ออกมาชัดเจน ส่งคืนเพื่อให้คนรุ่นหลังมีโอกาสเอาเงินนี้ไปเรียน ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ได้อีกด้วย

สิ่งที่ต้องทำในการปลดหนี้

1. คำนวณรายรับ/รายจ่ายของทุกคนในบ้าน สามารถลดรายจ่ายส่วนไหนได้บ้าง หรือสามารถหาเพิ่มได้บ้าง ถ้าไม่ได้ไม่เป็นไรยังมีทางออก
2. เอาหนี้ทุกอย่างมากางดูว่า ใครมีหนี้สินอะไรบ้าง และอีกนานแค่ไหนถึงจะใช้หนี้หมด ก้อนไหนดอกเบี้ยแพงที่สุด ถูกที่สุด และทุกคนต้องบอกความจริง อย่าปิดบังกัน ถ้าจะให้ช่วยเหลือกันต้องห้ามปิดบังเรื่องหนี้
3. เมื่อเรารู้หนี้ทั้งหมดของทุกคนในบ้าน เราก็จะเริ่มมองออกว่าเรามีกำลังทรัพย์ที่จะปิดก้อนไหนได้ก่อน ใครสามารถช่วยใครได้บ้าง
4. สำหรับใครที่จบใหม่ ช่วงแรกที่เริ่มทำงานจะยังยื่นกู้ไม่ได้ ให้เก็บเงินให้ได้มากที่สุด แต่ไม่ต้องเก็บแบบอด ๆ ยาก ๆ จะทำให้เครียด ให้พอมีเงินกินใช้บ้าง แต่ไม่ฟุ่มเฟือย พอเก็บสะสมได้ที่พอจะปิดหนี้ได้ก็เอาไปปิด
5. อายุงานสามารถยื่นกู้ได้ หาธนาคารที่ดอกเบี้ยถูกที่สุด ยื่นกู้ไป ถ้าไม่ผ่านก็ยื่นกู้ไปเรื่อย ๆ อย่าพึ่งท้อ แต่คำนวณให้ดีอย่ากู้กับธนาคารที่ดอกเบี้ยแพงกว่าที่ปัจจุบันส่งอยู่
6. ถ้าเป็นหนี้ของพ่อแม่ เอาเงินเก็บไปปิดหนี้ให้พ่อแม่ แล้วถ้าพ่อแม่ยังพอหาเงินได้อยู่ ให้เค้าส่งเงินนั้นให้กับเรา แล้วเก็บเงินก้อนนั้นไว้ใช้ยามฉุกเฉิน หรือเพื่อไปปิดหนี้ก้อนถัดไป
7. ระหว่างดำเนินชีวิตไปเรื่อย ๆ จะมีเรื่องฉุกเฉินอย่างเช่น เครื่องซักผ้าพัง ตู้เย็นพัง ทีวีพัง อะไรแบบนั้น แนะนำให้สมัครบัตรเครดิตเอาไว้ ให้หาบัตรที่มีโปรผ่อน 0 % 10 เดือน จะช่วยได้ในช่วงนี้ แต่ต้องมีสติ ใช้ให้เป็น ห้ามใช้บัตรกดเงินสดเด็ดขาด และให้ใช้ผ่อนแค่ที่เป็นโปร 0 % เท่านั้น ห้ามนำไปใช้ฟุ่มเฟือย (พี่ทุยเห็นด้วยสุด ๆ)
8. สำคัญคือ ให้กำลังใจกันและกันในครอบครัว มีอะไรก็คุยกัน อย่าปิดบังกัน มีหนี้สินที่ไหนต้องพูดออกมาให้หมดถ้าอยากหมดหนี้ และต้องช่วยเหลือกัน ถ้าใครหาเงินได้มาก ก็ช่วยเหลือคนที่หาเงินได้น้อย และอย่าสร้างหนี้เพิ่ม มีเงินพอเหลือเก็บก็ไปพักผ่อนบ้าง อย่าเก็บเงินจนกดดันเกินไป ชีวิตมันจะเครียดมาก ใช้เงินบ้างแต่อย่าใช้มาก ไปเที่ยวแบบบ้าน ๆ ราคาถูก ไปเช้าเย็นกลับ พักผ่อนรับอากาศดี ๆ จะได้มีพลังหาเงินใช้หนี้ต่อไป

ขอบคุณประสบการณ์การปลดหนี้เพื่อครอบครัวครั้งนี้ จาก คุณคิ้วบาง บนเว็บไซต์ Pantip.com
ใครมีประสบการณ์การปลดหนี้ดีดีอยากจะแชร์ สามารถส่งเรื่องมาที่อีเมลล์ hello@moneybuffalo.in.th ได้เลย

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: