“ดัชนีหุ้น” เรามักจะเห็นการอัพเดทกันอยู่บ่อย ๆ วิ่งว่อนกันไปหมด ออกแนวน่ารำคาญด้วยซ้ำไป ทุกวันนี้เวลาที่เสพสื่อต่าง ๆ ทั้งในโลกแห่งความเป็นจริงบนหน้าจอทีวี หรือแม้กระทั่งบนอินเทอร์เน็ต คำถามต่อมาที่พี่ทุยคิดว่าหลายคนน่าจะสงสัยกันนั่นก็คือ ถ้าเราอัพเดท “ดัชนีหุ้น” ตลอดเวลา ชีวิตเราจะดีขึ้นมั้ย ?
ถ้าถามพี่ทุยว่าชีวิตจะดีขึ้นมั้ย ? พี่ทุยคงตอบว่าไม่ดีขึ้นหรอกเพราะแค่อัพเดทไปเรื่อย ๆ ก็คงแค่รู้ว่าวันนี้หุ้นขึ้นหรือลงเท่านั้นเอง แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราเอาดัชนีนั้นไปต่อยอดทำอะไรได้มากกว่า อย่างพี่ทุยเนี้ยก็ดูดัชนีทุกวันนะ ไม่เฉพาะแค่ SET Index ด้วย ก็ดูทั้ง S&P500 Dowjone และอื่น ๆ ไปด้วย เหตุผลที่พี่ทุยดูก็เพราะ Index เป็นตัวท้ายของค่าเฉลี่ยหุ้นที่ถูกคำนวณ มันก็จะทำให้เราเห็นทิศทางหรือแนวโน้มคร่าว ๆ ว่าอารมณ์ของคนลงทุนเป็นอย่างไรด้วย
นอกจากนั้น Index ก็เป็นตัวสะท้อนข่าวได้เป็นอย่างดีเหมือนกันนะ ว่าเวลาเกิดข่าวประมาณนี้ภาพรวมของตลาดจะไปในทิศทางไหน แล้วมีตลาดไหนบ้างที่ขึ้น ตลาดไหนบ้างที่ลง เพราะดัชนีก็ไม่มีเฉพาะหุ้นอย่างเดียว ก็มีดัชนีของทั้งตราสารหนี้ ทองคำ น้ำมัน รวมไปถึงสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆด้วยเช่นกัน
การจับตามองดัชนีบ่อยๆ พี่ทุยว่าจะช่วยทำให้เราเข้าใจตรรกะการลงทุนดีขึ้นนะ
….ทำไมดอกเบี้ยขึ้นราคาตราสารหนี้จะลง ?
….ทำไมค่าเงินดอลล่าร์อ่อนแล้วราคาทองถึงแข็ง ?
….ทำไมราคาน้ำมันขึ้นหุ้นหลาย ๆ ตลาดถึงปรับตัวขึ้นมา ?
คำถามเหล่านี้และอีกมากมาย เราจะสามารถตอบได้จากการช่างสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วเราจะลงทุนได้ดีมากขึ้น คมมากขึ้น จากที่เราลองจับทางดัชนีแล้วขยันตั้งคำถามกับมันเนี้ยแหละ นอกจากเรื่องตรรกะการลงทุนที่เราจะคมขึ้นแล้ว
ถ้าใครอยู่ในตลาดการลงทุนมาสักพัก เราก็จะเห็นว่ามีสินค้าการเงินตัวนึงชื่อ “ตราสารอนุพันธ์” ถ้าให้พี่ทุยอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็คือ เป็นการลงทุนแบบไฮโล ถ้าเราคิดว่าดัชนีตัวนี้จะขึ้นเราก็แทงได้ หรือคิดว่าตัวนี้จะลงก็สามารถแทงได้เช่นกัน เป็นสินค้าทางการเงินที่สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง
ซึ่งตลาดตราสารอนุพันธ์หรือที่เราคุ้นหูว่า Future เนี่ยก็มีหลากหลายดัชนีให้เราเหลือทายเลยว่าจะขึ้นหรือลง ซึ่งถ้าเราเข้าใจพฤติกรรมหรือว่าเวลามีเหตุการณ์อันนี้เกิดขึ้นแล้วดัชนีตัวนี้จะขึ้นหรือลง เราก็สามารถทำกำไรได้เช่นกัน