บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ AURORA และ เซ่งเฮง มีแบรนด์ย่อยอย่าง ของขวัญ ทองมาเงินไป และ Aurora Diamond เตรียม หุ้น AURU เข้า IPO 334 ล้านหุ้น อยู่ในระหว่างขั้นตอนการยื่นไฟล์ลิ่ง AURA นั้นรายได้จะมาจากไหน ธุรกิจเป็นยังไง ถ้าเข้าตลาดแล้วจะน่าซื้อมั้ย ไปส่องรายละเอียดกัน
แบรนด์ภายใต้ หุ้น AURA มีอะไรบ้าง ?
Aurora – ค้าปลีกทองคำ สินค้าหลักได้แก่ Modern Gold, Design Gold และเครื่องประดับเพชร มีบริการขายฝากทองรูปพรรณ เครื่องประดับที่มีทองคำและเพชรเป็นส่วนประกอบ มีหน้าร้านลุคทันสมัยให้ความรู้สึก Premium
เซ่งเฮง – ค้าปลีกทองคำ สินค้าหลักได้แก่ Modern Gold, Design Gold และเครื่องประดับเพชร มีบริการขายฝากทองรูปพรรณ เครื่องประดับที่มีทองคำและเพชรเป็นส่วนประกอบ มีหน้าร้านแบบดั้งเดิมให้ความรู้สึกน่าเชื่อถือ
Khongkwan – ค้าปลีกที่เน้น Design Gold เน้นทำสินค้าของขวัญ ของฝาก เป็นสินค้าหลัก
Aurora Diamond – ค้าปลีกที่เน้นสินค้าเครื่องประดับเพชรเป็นหลัก
ทองมาเงินไป – เน้นบริการขายฝากทองรูปพรรณและเครื่องประดับที่มีทองคำและเพชรเป็นส่วนประกอบ และมีค้าปลีกสินค้า Modern Gold และ Design Gold
หุ้น AURA รายได้มากจากไหน
AURA สามารถแบ่งธุรกิจใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท คือ
ธุรกิจค้าปลีกทองรูปพรรณ เครื่องประดับเพชร และ อัญมณี และของขวัญที่มาจากทองคำเป็นหลัก โดยมีผลิตภัณฑ์ 3 ประเภท ดังนี้
ผลิตภัณฑ์ Modern Gold – ทองคำรูปพรรณ 96.5% อย่าง สร้อยคอ แหวน สร้อยข้อมือ ต่างหู ทองแผ่น
ผลิตภัณฑ์ Design Gold – ผลิตภัณฑ์จากทองอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ใน Modern Gold อย่าง พระเครื่องเลี่ยมทอง สินค้าเสริมสิริมงคล เครื่องประดับ สินค้ากลุ่มของขวัญ
เครื่องประดับเพชร – ผลิตภัณฑ์ เพชรแท้ อย่าง แหวนเพชร สร้อยคอ ต่างหูเพชร สร้อยข้อมือ
ซึ่งในธุรกิจเอง AURA มีความได้เปรียบทางด้านช่องทางการจัดจำหน่ายทั้ง Online และ Offline โดยที่ Offline มีพื้นที่สาขาครอบคลุมจังหวัดสำคัญทั่วประเทศ มุ่งเน้นที่ศูนย์การค้า และแหล่งชุมชน มีการเพิ่มจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่อง
จนในปัจจุบัน AURA มีสาขามากสุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ 220 สาขา เป็นรองห้างทองเยาวราช 319 สาขา (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 2565)
ธุรกิจขายฝากทองคำ เครื่องประดับที่มีทองคำและเพชรเป็นส่วนประกอบ ปัจจุบันบริษัทคิดอัตราดอกเบี้ยรับขายฝากอยู่ที่ไม่เกิน 1.25% ต่อเดือน โดยมีค่าบริการเริ่มต้น 40 บาท มีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงอยู่ที่ประมาณ 12% โดยปี 2564 มีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงอยู่ที่ 13.21% และเมื่อเปรียบเทียบคู่แข่งในตลาด ธุรกิจขายฝากทองคำ ”ทองมาเงินไป” ของ AURA มีความโดดเด่นในเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดในบรรดาห้างทอง
โดยรวมแล้ว AURA มีรายได้ 2 ประเภทเป็นรายได้จากการขายและรายได้จากดอกเบี้ยรับ โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขาย เป็นสัดส่วนกว่า 99% โดยส่วนใหญ่นั้นมาจากการขาย Modern Gold เป็นหลัก ถึงกว่า 90% รายได้สุทธิทั้งปี 2564 สูงถึง 22,270.30 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 591.03 ล้านบาท เป็นอัตรากำไรสุทธิ 2.65%
โครงสร้างผู้ถือหุ้น AURA
AURA เป็นธุรกิจที่มีผู้ถือหุ้นหลักคือตระกูล ศรีรุ่งธรรม รวมถึง บริษัท ธัม เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (Holding Company) ซึ่งถือหุ้นโดยครอบครัว ศรีรุ่งธรรม เท่ากับว่าหุ้น 82.7% นั้นถือหุ้นโดยครอบครัว ศรีรุ่งธรรม
ซึ่งภายหลังจากเสนอขายให้แก่ประชาชนแล้ว สัดส่วนของครอบครัว ศรีรุ่งธรรมจะเหลือ 61.99% โดยประชาชนทั่วไปจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 25.04% จำนวน 334,000,000 หุ้น โดยวัตถุประสงค์การใช้เงินทุนยังไม่ได้ถูกระบุไว้ในไฟล์ลิ่งเนื่องจากธุรกิจมีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนทิศทางอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีรายละเอียดชัดเจนเมื่อทราบปีที่จะเข้า IPO ชัดเจนมากขึ้น
ทิศทางธุรกิจอุตสาหกรรมทองคำ
สิ่งหนึ่งที่กำลังจะมีผลกับธุรกิจทองคำเลยคือเทคโนโลยี ซึ่ง Covid-19 เองก็เป็นตัวเร่งที่ผลักดันให้กลุ่มลูกค้าทองคำ เข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น ซึ่ง AURA เองก็เพิ่งเข้าสู่ตลาดออนไลน์เพียง 3 ปีเท่านั้น ก็มีสัดส่วนรายได้ถึง 11% แล้ว
ซึ่งในช่วงนี้ทองแผ่น ก็ได้รับความนิยมมากใน E-Commerce ทำให้เห็นโอกาสในการเติบโต และทิศทางการขยายช่องทางรายได้ที่น่าสนใจมาก
ในอีกด้านหนึ่งกับเทคโนโลยีอย่าง Blockchain ถึงแม้จะเหรีญต่าง ๆ จะซบเซาลง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประโยชน์ของเทคโนโลยี Blockchain กำลังเติบโตและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราอย่างต่อเนื่อง อย่างแม่ทองสุก ก็มีการนำนวัตกรรม MTS Gold Blockchain มาเชื่อมต่อกับระบบ “เป๋าตัง” ของกรุงไทย เพื่อสร้าง Gold Blockchain Eco system ในไทย ทำให้เราสามารถซื้อขายทองคำต่างประเทศได้แบบ Real time ด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย และค่าธรรมเนียมต่ำ
ราคาทองคำในช่วงที่ 5 ปีที่ผ่านมามีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เริ่มปรับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงต้นปี 2019 จากความกังวลของโรคระบาดอย่าง Covid-19 ก่อนจะไปทำจุดสูงสุดช่วง ส.ค. 2563 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในยูโรโซน พร้อมกับแรงขายจากธนาคารกลางทั่วโลกช่วงต้นปี 2564 ก่อนที่จะกลับมาปรับตัวขึ้นจากตัวเลขว่างงานในสหรัฐที่สูงขึ้น และปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้งจากผลกระทบสงครามรัสเซียและยูเครนช่วงต้นปี 2565
ในสถานการณ์ที่หลาย ๆ ประเทศและไทยเองกำลังฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้ทองคำมีแนวโน้มที่จะพักฐานหรือปรับตัวลง จุดนี้เองก็เป็นโอกาสของร้านทองที่จะมีคนมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อทองมากขึ้นเพื่อลงทุนจากความคาดหวังการเติบโตของทองในอนาคต
โดยรวมแล้ว AURA เป็นธุรกิจที่น่าสนใจเลยทีเดียวทั้งมีตัวเลขรายได้ที่มั่นคงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีช่องทางการขยายธุรกิจที่มีทิศทางที่ดีไม่ยึดติดกับการทำธุรกิจเดิม ๆ มีการโดดเข้าไปในธุรกิจออนไลน์ ถือว่าใครที่อยากเป็นเจ้าของห้างทองก็เป็นหุ้นที่น่าสนใจเลยทีเดียว แต่ AURA จะเข้าตลาดเมื่อไหร่ก็ยังคงต้องติดตามต่อไปเพราะ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการยื่นไฟล์ลิ่งเท่านั้น
อ่านเพิ่ม