หุ้นอีกตัวที่เตรียม IPO ก็คือ หุ้น MEB แพลตฟอร์ม E-Book รายใหญ่ของประเทศ กับยอดขาย 1,444.46 ล้านบาทในปี 2564 วันนี้พี่ทุยจะพาไปดูธุรกิจ
จุดเริ่มต้นของ หุ้น MEB
MEB เริ่มต้นในปี 2554 จาก คุณกิตติพงษ์ และ คุณรวิวร เริ่มดำเนินการแพลตฟอร์มขายวรรณกรรมออนไลน์ MEB ภายใต้ บริษัท เอเอสเค มีเดีย จำกัด ต่อมีเพียง 3 ปี ก็ได้ไปเตะตา B2S เข้ามาร่วมลงทุน ด้วยความสามารถของ MEB และเครือข่ายของ B2S ทำให้ MEB สามารถเติบใหญ่ได้อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
MEB ประกอบธุรกิจหลักคือจัดจำหน่าย E-Book นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยมีโครงสร้างบริษัทดังนี้
โครงสร้างบริษัท
MEB นั้นถือหุ้น Hytexts 75% โดย MEB ทำหน้าที่จัดจำหน่าย E-Book ผ่าน platform meb และ readAwrite ที่มีช่องทางทั้ง website และ application โดยที่ readAwrite เป็น platform สำหรับชุมชนนักอ่าน ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานและเป็นช่องทางสร้างรายได้
ในส่วนของ Hytexts นั้นจะดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องอ่านหนังสือ (E-Reader) ทั้งเว็บไซต์ หรือ ช่องทาง E-Commerce และที่น่าสนใจเลยคือ Hytexts ยังให้บริการระบบห้องหนังสือ (E-Library) สำหรับองค์กรอีกด้วย โดยจะใช้ชื่อว่า Hibrary ซึ่งธุรกิจนี้เองตอบโจทย์และแก้ Pain point ให้กับองค์ต่าง ๆ ได้มาก แถมสนับสนุนการอ่านเป็นวงกว้างอีกด้วย
ตัวอย่างที่ใกล้ตัวหลาย ๆ คนหน่อย คือ Tkpark ที่ Hytexts ไป Support ในส่วนของ TK Read จนสามารถขึ้นเป็นอันดับ 1 ยอดดาวน์โหลดในไทย ช่วง เม.ย. 2022
ปัจจุบัน Hytexts มีองค์กรเข้าร่วม Hibrary มากกว่า 40 องค์กร มีสำนักพิมพ์และนักเขียนอิสระเข้าร่วมมากกว่า 100 ราย และยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีหนังสือเข้าใหม่ในทุก ๆ ปี โดยปี 2021 มีจำนวนหนังสือเข้าใหม่สูงถึง 8,374 รายการ โตจากปีก่อนถึง 54.5%
ซึ่งนอกจากจะสร้างช่องทางการอ่านหนังสือที่ใช้งานง่ายและสะดวกให้กับองค์กรแล้ว ยังมีระบบจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้บรรณารักษ์สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อประกอบการตัดสินใจจัดซื้อหรือเลือกสรรค์หนังสือให้กับองค์กรได้ตรงโจทย์อีกด้วย
เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถใช้และตอบตรงใจผู้ใช้งานได้จริงทั้งระดับองค์กรและผู้อ่าน ซึ่งยังมีโอกาสและช่องว่างในการพัฒนาขยับขยายเติบโตได้อีก รวมถึงการขยับขยายออกไปในต่างประเทศอีกด้วย
วัตถุประสงค์การใช้เงิน
MEB มีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนเพื่อนำเงินไปใช้ดังนี้
- ขยายธุรกิจที่อยู่ในแพลตฟอร์มปัจจุบัน (meb readAwrite และ Hytexts) ซึ่งใช้ การซื้อลิขสิทธิ์ วรรณกรรม Webtoon เพื่อนำไปขายในแพลตฟอร์มปัจจุบัน และนำปรับปรุงแพลตฟอร์มให้ดียิ่งขึ้น
- ขยายธุรกิจใหม่ ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจปัจจุบัน อย่างการนำวรรณกรรมออนไลน์ไปขายในภาษาท้องถิ่นของประเทศนั้น ๆ
- ใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ
นโยบายจ่ายปันผลมีการจ่ายให้ผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยมีอัตรารวมกันไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ
โครงสร้างผู้ถือ หุ้น MEB
ผู้ถือหุ้นหลักของ MEB ได้แก่บริษัทร้านอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือ ที่เรารู้จักกันดีอย่าง B2S ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ COL ซึ่งอยู่ภายใต้ Central Retail นั่นเอง รองลงมา Two Bees (HK) Limited เป็นบริษัทที่จัดตั้งในฮ่องกงมี B2S ถือหุ้นอยู่ 100% หรือในอีกมุมนึง MEB นั้นถือครองโดย Central สูงถึง 75% และจะเหลือ 56.25% หลัง IPO
อันดับสาม Brain Ventures Limited มีคุณกิตติพงษ์ แซ่ลิ้ม และ คุณรวิวร มหะสิทธิ์ ถือหุ้นอย่างละครึ่ง ซึ่งภายหลัง IPO สัดส่วนของ Two Bees (HK) Limited จะลดลง 39,375,000 หุ้น
และส่วนของ Brain Ventures Limited 13,125,000 หุ้น กลายเป็นสัดส่วนของประชาชน 75,000,000 หุ้นแทน รวมแล้ว MEB จะมีจำนวนหุ้นทั้งหมด 300,000,000 หุ้น
สัดส่วนรายได้
ถึงแม้ MEB จะมีหลากหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แต่รายได้หลักนั้นมาจาก E-Book เป็นหลัก สูงถึง 94.32% เลยทีเดียว
โดยแบ่งเป็นกลุ่มนิยาย/ วรรณกรรม 1,145.35 ล้านบาท สัดส่วน 78.64% และ หมวดอื่น ๆ อย่าง การ์ตูน ไลท์โนเวล นิตยสาร และ หนังสือพิมพ์ 228.31 ล้านบาท หรือ 15.68%
ในด้านของแพลตฟอร์ม readAwrite มีรายได้ 45.77ล้านบาท คิดเป็น3.14% และ รายได้อื่น ๆ ที่ได้มาจาก E-Buffet Audio Book และ E-Reader นั้น มีรายได้ 25.04 ล้านบาท คิดเป็น 1.72% ของรายได้ทั้งหมด
โดยเมื่อดูรายได้ย้อนหลังนั้นมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หากเทียบปี 2564 กับ ปี 2562 รายได้รวมโตขึ้น 135.39% และ 44.96% เมื่อเทียบ 2564 กับ ปี 2563 โดยรายได้รวมครึ่งปี 2565 นั้นทำไปสูงถึง 843.51 ล้านบาท ถือมีการเติบโตที่สูงและต่อเนื่องจริง ๆ สำหรับ MEB
งบการเงิน MEB
เมื่อมาเจาะลึกดูกำไรสุทธิก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แถม Net Profit Margin (อัตรากำไรสุทธิ) ยังมีการเติบโตที่ดีและสูงขึ้นทุกปี เป็น 13.27, 16.4 และ 18.91 ตามลำดับ เรียกได้ว่า รายได้โต กำไรโต และยังบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในหุ้นที่ดีต่อสังคม เป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับไทย แถมยังมีงบการเงินที่แข็งแรงอีกด้วย อาจจะมีความเสี่ยงที่รายได้กระจุกตัวจากธุรกิจหลัก ซึ่งหากมีปัจจัยใดเข้ามาสร้างผลกระทบต่อธุรกิจ E-Book ก็อาจกระทบ MEB เข้าเต็ม ๆ
MEB จึงดูเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก สำหรับใครที่กำลังหาธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ ๆ ดี ๆ เพื่อสังคม ก็เป็นหนึ่งธุรกิจที่น่ากระจายเก็บเข้าพอร์ทเหมือนกัน ก็ต้องไปรอดูอีกทีว่าเราจะมีโอกาสได้ IPO ที่ราคาเท่าไหรกับหุ้นเนื้อหอมตัวนี้
ถ้าใครสนใจลงทุนในธุรกิจ MEB ก็อย่าลืมศึกษาเจาะลึกตัวธุรกิจให้ดี และหากพี่ทุยมีข้อมูลใหม่ ๆเพิ่มเติมก็จะคอยนำมาอัปเดทให้ฟัง
อ่านเพิ่ม