เพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ แต่รับความเสี่ยงได้น้อย วันนี้พี่ทุยมี “หุ้นกู้” จาก “แสนสิริ” มาเล่าให้ฟัง !
ล่าสุดทางบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ “SIRI” เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ เพื่อชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดและเป็นเงินทุนหมุนเวียนรองรับแผนรุกธุรกิจ รับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2566
โดยการออกหุ้นกู้รอบนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ชุด หุ้นกู้ชุดที่ 1 ให้ดอกเบี้ย 3.85% ต่อปี อายุ 3 ปี , หุ้นกู้ชุดที่ 2 ให้ดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี อายุ 5 ปี , หุ้นกู้ชุดที่ 3 ให้ดอกเบี้ย 4.20% ต่อปี อายุ 4 ปี และจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เริ่มต้นลงทุนเพียง 1,000 บาท และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ระดับ BBB+ แนวโน้ม “คงที่” จาก TRIS Rating โดยคาดว่าจะเสนอขายระหว่างวันที่ 21 – 23 ก.ย. 2565 นี้
“หุ้นกู้แสนสิริ” มีอะไรน่าสนใจ ? พี่ทุยสรุปมาให้เเล้ว !
สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ระดับปานกลางขึ้นมา และต้องการผลตอบแทนมากกว่าการฝากธนาคาร แนะนำว่าสินทรัพย์การลงทุนที่เหมาะที่สุดก็คงหนีไม่พ้น “หุ้นกู้”
หุ้นกู้ คือ “ตราสารหนี้” ที่ออกโดยภาคเอกชน ที่ช่วยให้นักลงทุนแบบเรา ๆ สามารถเข้าไปเป็น “เจ้าหนี้” เพื่อปล่อยกู้ให้กับบริษัทได้โดยตรง โดยจุดเด่นของหุ้นกู้ คือ เราจะรู้ล่วงหน้าเลยว่าจะได้รับดอกเบี้ยเท่าไหร่ ได้รับในทุกกี่เดือน ไปจนถึงว่าจะได้รับเงินต้นคืนเมื่อไหร่ ?
ซึ่งแน่นอนว่าทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง สำหรับ “ตราสารหนี้” แล้วความเสี่ยงที่ต้องระวังให้ดีเลย คือ “ความเสี่ยงการผิดนัดชำระ” ทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น ทั้งนี้ ระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย ตั้งแต่ความมั่นคงของบริษัท ประเภทของหุ้นกู้ ไปจนถึงระยะเวลาการถือครอง
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนสามารถลดความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นกู้ได้ด้วยการดู “อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating)” ว่าอยู่ที่ระดับใด ซึ่งในประเทศจะมีอยู่ 2 บริษัทที่ทำหน้าที่จัดอันดับความน่าเชื่อก็คือ TRIS Rating และ Fitch นั่นเอง
วิธีการดู Credit Rating ก็สามารถใช้งานได้ง่าย ๆ โดยยิ่งมีระดับที่สูงยิ่งมีความเสี่ยงต่ำ พี่ทุยแนะนำว่าสำหรับใครที่อยากเริ่มต้นลงทุนในตราสารหนี้ ควรเลือกลงทุนตราสารหนี้ที่อยู่ในระดับ Investment Grade ขึ้นไป ก็จะถือว่ามีระดับความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ
และอีกหนึ่งความเสี่ยงสำหรับการลงทุนตราสารหนี้ที่ต้องระวังก็คือเรื่องของ “สภาพคล่อง” ที่ค่อนข้างต่ำ เพราะโดยทั่วไปการเข้าลงทุนตราสารหนี้ควรถือจนครบอายุที่กำหนดจะดีมากกว่า
ถึงแม้ตราสารหนี้ในบ้านเราจะมี “ตลาดรอง” ที่สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ แต่ด้วยสภาพคล่องในตลาดรองของตราสารหนี้มีไม่สูงเท่ากับตลาดหุ้น และอาจจะทำให้การขายไม่ได้ราคาที่เหมาะสมก็เป็นไปได้ ดังนั้นสำหรับใครที่อยากลงทุนตราสารหนี้แนะนำว่าต้องมั่นใจว่าสามารถถือตราสารหนี้นั้นได้ครบตามอายุของตราสารหนี้
อย่างไรก็ดี สำหรับหุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ ชุดที่ 3 ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดรอง ได้ก่อนครบอายุตราสาร ในวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้ บนแอปฯ เป๋าตัง โดยราคาซื้อ-ขาย จะขึ้นอยู่กับสภาวะและความต้องการของตลาดในขณะนั้น
แสนสิริ เตรียมระดมทุน ดันธุรกิจเติบโตก้าวกระโดดในปี 2566 ผ่าน “หุ้นกู้”
ล่าสุดทาง “บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)” หรือ SIRI ได้เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ หลังจากที่ชุดก่อนหน้านี้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากนักลงทุนรายย่อย จนถูกจองซื้อหมดอย่างรวดเร็ว
เรียกได้ว่าเป็นผู้นำการระดมทุนรูปแบบใหม่ และเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพียงรายเดียวในขณะนี้ ที่มุ่งมั่นให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการลงทุนได้ ด้วยการกำหนดจองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท
โดย “แสนสิริ” เป็นหนึ่งในบริษัทนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ที่ส่งมอบโครงการคุณภาพทั้งบ้านและคอนโดมากมายให้คนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 38 ปี พร้อมการันตีความเชื่อมั่นจากกลุ่มลูกค้า เป็นผู้นำตัวจริงด้านการอยู่อาศัย ด้วยการครองแชมป์แบรนด์อสังหาฯ อันดับ 1 ในใจลูกค้า และแบรนด์อันดับ 1 ของคนอยากมีบ้าน
อีกทั้งยังมีสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง เพราะมียอดขายและรายได้เติบโตอย่างสม่ำเสมอ และแม้กระทั่งในช่วงวิกฤติโควิด-19 ก็ยังสามารถรักษาระดับยอดขายในระดับสูงไว้ได้
ซึ่งจุดประสงค์ของการเสนอหุ้นกู้ในรอบนี้ เพื่อนำเงินไปชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดและเป็นการเตรียมพร้อมรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2566 เพื่อรองรับความต้องการที่กำลังพลิกฟื้นกลับมาหลังวิกฤติโควิด-19
โดยการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ชุด ได้แก่ “หุ้นกู้ทั่วไป” จำนวน 2 ชุด และ “หุ้นกู้ดิจิทัล” อีก 1 ชุด
สำหรับหุ้นกู้ทั่วไป แบ่งออกเป็น
1. หุ้นกู้ชุดที่ 1 ให้ดอกเบี้ย 3.85% ต่อปี อายุ 3 ปี
2. หุ้นกู้ชุดที่ 2 ให้ดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี อายุ 5 ปี
หุ้นกู้ทั้ง 2 ชุดจะจัดจำหน่ายผ่าน 9 สถาบันการเงิน ได้แก่
- ธนาคารกรุงเทพ
- ธนาคารกสิกรไทย
- ธนาคารไทยพาณิชย์
- ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย
- ธนาคารทหารไทยธนชาต**
- บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร
- บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส
- บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง
- และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย)
และหุ้นกู้ดิจิทัล (Digital Bond) ชุดที่ 3 ให้ดอกเบี้ย 4.20% ต่อปี อายุ 4 ปี จะจัดจำหน่ายผ่าน วอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้ บนแอปฯ “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย
**สงวนสิทธิ์การรับจองซื้อเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น และเงื่อนไขการจองซื้อให้เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
หุ้นกู้ทั้ง 3 ชุดเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา โดยจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ระดับ BBB+ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) นอกจากนี้แนวโน้มของอันดับเครดิตก็อยู่ในระดับ “คงที่“จาก TRIS Rating เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2565
คาดว่าจะเสนอขายระหว่าง วันที่ 21 – 23 ก.ย. นี้ โดยจองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท และซื้อเพิ่มได้ครั้งละ 1,000 บาท
สำหรับใครที่สนใจจองซื้อ หรือต้องการอ่านข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผ่านสถาบันการเงินที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ได้เลย
อ่านเพิ่ม