ทำไมฝากเงินที่ธนาคาร ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ?

   Money Buffalo

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

สมัยก่อนตอนพี่ทุยหนุ่มๆ ปี พ.ศ.2540 ในตอนที่ประเทศไทยเรา
เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินต้มแซ่บกระดูกอ่อน
แผล่บๆ เอ้ออ .. ต้มยำกุ้ง สิถึงจะถูก

การฝากธนาคารดอกเบี้ยสูงลิบลิ่วถึง
12-15%ต่อปี ไม่รู้ว่ายังจำกันได้อยู่มั้ย ?

ตอนนี้หาแบบนี้ได้มั้ย ?
ได้แน่นอน.. ได้บ้านแกสิ !!
เดี๋ยวนี้ฝากธนาคารให้ผลตอบแทน
ประมาณ 0.5-1.5% ต่อปีแค่นั้นแหละ !

ลองมาคิดดูเล่นๆ ..
ฝากเงิน 1 ล้านบาท ระยะเวลา 1 ปี ถ้าเป็นตอนปี 2540
เราจะได้ผลตอบแทนถึง 120,000 – 150,000 บาท

แต่ถ้าเป็นตอนนี้จะได้แค่ 5,000–15,000 บาทเท่านั้นแหละ
แทบอยากจะย้อนเวลาไปฝากตอนปี 2540 กันเลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่อยากจะย้อนเวลาเพราะดอกเบี้ยมันดีอย่างเดียว
ปัจจุบัน “เงินเฟ้อ” โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3% ต่อปี
และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน !
โธ้ .. มันมีอะไรดีบ้างเนี่ยตอนนี้

หมายความว่าอะไร …
ถ้ามีเงิน 1 ล้านบาท เวลาผ่านไป 1 ปี
มูลค่าของเงินในมือจะลดลง
เหลือเพียง 970,000 บาท หายไปถึง 30,000 บาท

สิ่งที่หายไปไม่ได้หายไปในรูปตัวเงิน
ธนาคารไม่ได้ขโมยเงินเราไป ไม่ต้องรีบไปแจ้งความ

เงินในบัญชีเรายังเขียนว่ายังมีเงิน 1 ล้านบาท
แต่ที่หายไปเค้าเรียกว่า “อำนาจซื้อ” ต่างหากละ

มันหมายความว่าอะไรอีกละ….
ตัวอย่างง่ายๆเลย :: เงิน 1,000 บาท
ตอนนี้ซื้อ ผัดไทยประตูผีแคสเปอร์ จานละ 40 บาท กินได้ 25 จาน

แต่ถ้าเวลาผ่านไป 1 ปี….
ราคาของผัดไทยประตูผีแคสเปอร์ก็หลอกหลอนลูกค้า
ขึ้นราคาเป็น 50 บาท เงินเท่าเดิมก็ซื้อได้แค่ 20 จาน

ลงทุนไม่ควรฝากธนาคาร
บางร้านเค้าอาจจะไม่หลอกหลอนด้วยราคา
แต่หลอกหลอนด้วยการลดปริมาณลง

ไม่ใช่จำเป็นต้องเป็นผัดไทยประตูผีแคสเปอร์นะ
เค้าหลอกหลอนคุณทุกร้านนั่นแหละ

นี่แหละผลจาก “เงินเฟ้อ” ที่ทำให้ “อำนาจซื้อลดลง”
ดังนั้นการที่เราฝากเงินในธนาคารที่ได้ดอกเบี้ยเพียงนิดเดียว
เลยไม่เหมาะสมกับยุคนี้อีกต่อไป

เอาเงินไปทำอย่างอื่นเถอะ ฝากไปมูลค่าของเงินเราก็ลดลงอยู่ดี
รีบไปถอนเงินออกมาเลยนะ เดี๋ยวจะหาว่าพี่ทุยไม่เตือน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile