สำหรับใครที่เดินเข้า 7-Eleven เป็นประจำ พี่ทุยเชื่อได้เลยว่าจะต้องเคยเห็นและเลือกซื้อสินค้าประเภทแซนวิชอบร้อนและเบเกอรี่ต่างๆ ถือว่าเป็นอาหารที่รสชาติอร่อย และเหมาะสำหรับช่วงเวลาที่เร่งรีบมากเลยทีเดียว
วันนี้ผู้ผลิตแซนวิชอบร้อนและเบเกอรี่เหล่านี้ อย่าง บมจ. เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ หรือชื่อย่อ NSL ที่กำลังจะเตรียม IPO เข้าตลาดหุ้น ซึ่งแน่นอนว่าพี่ทุยจะมาสรุปธุรกิจให้ฟังกันแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่า NSL Foods ทำอะไรบ้าง
เริ่มจากรายได้กันก่อนเลย ซึ่ง NSL Foods ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร โดยเน้นไปที่กลุ่มเบเกอรี่เป็นหลัก จากข้อมูลปี 2563 มีรายได้มาจาก 3 ส่วนหลัก ได้แก่..
1. รายได้หลักมาจากกลุ่มเบเกอรี่และอาหารรองท้อง (94.3%)
NSL Foods มีกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ทำให้มีกำลังการผลิตแซนวิชและเบเกอรี่มากกว่าล้านชิ้นต่อวัน ซึ่งมีทั้ง แซนวิชอบร้อน (Hot Sandwiches), เบเกอรี่อุ่นร้อน (Ready to eat) และเบเกอรี่แช่เย็น (Chilled Bakery)
นอกจากนี้สินค้าขายดีก็ยังมีแอแคลร์ ที่ถือว่าเป็นสินค้าขึ้นชื่อที่สามารถเก็บได้นานถึง 7 วัน แต่ยังคงรสชาติได้เหมือนตอนทำแบบสด ๆ ใหม่ ๆ แน่นอนว่ากลุ่มลูกค้าหลัก ก็คือ 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ
2. บริการบรรจุและจำหน่ายอาหารทะเล เนื้อสัตว์ต่าง ๆ (Food Services) คิดเป็น4.5% ของรายได้ทั้งหมด
ในช่วงกลางปี 2562 NSL Foods ได้มีการขยายกิจการเข้าสู่ธุรกิจจำหน่ายปลา อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ผักแช่แข็งและสินค้าแปรรูปต่าง ๆ โดยได้เข้าสู่กิจการของ บ.ควอลิตี้ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด (QFS)
โดยกลุ่มลูกค้าหลัก คือ กลุ่ม Modern Trade และกลุ่มร้านอาหาร โรงแรมที่สั่งซื้อวัตถุดิบโดยตรง รวมถึงยังรับเป็น OEM ในการผลิตสินค้าด้วยเช่นกัน
3. กลุ่ม Snack และอื่น ๆ คิดเป็น 1.2% ของรายได้ทั้งหมด
สินค้ากลุ่มขนมขบเคี้ยวแบรนด์ที่เราคุ้นเคย ได้แก่
- เนเชอรัลไบทส์ (Natural Bites) มีวางจำหน่ายที่ Healthiful, Central Food Hall, Gourmet Market, Villa Market และช่องทางออนไลน์
- ชิลี (ChiLee) มีวางจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
- ปังไท (PangTai) มีวางจำหน่ายที่ตลาดค้าส่ง และตลาดใหญ่หัวมุมเมือง
- บัตเตอร์ฟิน (Butterfin) มีวางจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
นอกจากเรื่องรสชาติที่ NSL Foods ไม่เป็นสองรองใครแล้ว ก็ยังมีเป้าหมายสร้างโภชนาการที่ยั่งยืนของชีวิต ตามแนวคิด Nutrition Sustainable for life ทำให้ NSL Foods นั้นใส่ใจเรื่องคุณภาพว่าสะอาดและได้มาตรฐาน การันตีด้วยมาตรฐานจาก GMP ทั้ง ISO 9001 มาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ, ISO 14001 มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม รวมถึง มรท. 8001 มาตรฐานแรงงานว่าด้วยความรับผิดชอบทางสังคม
จากที่พี่ทุุยไปส่องมา ในอนาคต NSL Foods ก็มีแผนขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน (Ready Meal Frozen Food) เช่น มีทบอล อาหารพร้อมรับประทานแบบไม่ต้องแช่เย็น เช่น แกง กับ ข้าวต่าง ๆ ที่เพียงแค่ฉีกซองหรืออุ่นไมโครเวฟแปปเดียวก็รับประทานได้เลย รวมไปถึงอาหารแห่งกึ่งพร้อมรับประทานอย่าง โจ๊กคัพ ซุป ที่แค่เติมน้ำร้อนก็พร้อมรับประทานทันที โดยมีแผนเตรียมลงทุนกว่า 350 ล้านบาท สร้างโรงงานรองรับสำหรับสินค้ากลุ่มนี้
และเร็ว ๆ นี้น่าจะได้เห็นสินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ Natural Bites ที่มีการนำโปรตีนจากจิ้งหรีดมาประกอบในขนม เพื่อเน้นส่งออกต่างประเทศเพิ่มเติม เช่น เบเกอรี่ผสมโปรตีนจิ้งหรีด และขนมขบเคี้ยวผสมโปรตีนจิ้งหรีด คาดว่าน่าจะได้วางจำหน่ายในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2564 นี้
พี่ทุยพามาดูในส่วนของเงินการเงินกันบ้าง รายได้ 3 ปีย้อนหลังนั้นมีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีแค่ในปี 2563 ที่มีรายได้ปรับตัวลงเล็กน้อยจากผลกระทบของโควิด-19
แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ เมื่อเราไปดูที่บรรทัดสุดท้าย ที่ส่วนของกำไรสุทธิ นั้นสามารถกลับมารักษาระดับไว้ที่ 151.4 ล้านบาท ลดต่ำลงจากปี 2562 เพียงแค่ 4.9 ล้านบาทเท่านั้น ทั้งที่รายได้นั้นปรับตัวลดลงมาถึง 445 ล้านบาทเลยทีเดียว
เหตุการณ์นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนต่าง ๆ ในช่วงวิกฤตได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ
จากที่พี่ทุยบอกกันไปแล้วว่า NSL Foods กำลังเตรียม IPO เข้าสู่ตลาดหุ้นให้เราได้เป็นเจ้าของกัน โดยการระดมทุนครั้งนี้จะนำเงินไปสร้างโรงงานใหม่สำหรับโครงการในอนาคต พี่ทุยแอบบอกก่อนเลยว่าสำหรับการก่อสร้างโรงงานใหม่นั้น ทาง NSL Foods ได้มีที่ดินเตรียมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การสร้างโรงงานใหม่บนที่ดินเดิม จะทำให้เสียเงินลงทุนเฉพาะแค่ส่วนที่เป็นโรงงานเท่านั้น โดยจะเริ่มสร้างในปี 2565 และคาดว่าจะเสร็จภายในปี 2566 ซึ่งแน่นอนว่า สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีกอย่างน้อย 21 ตันต่อวัน ช่วยสร้างรายได้กลับมาได้มากกว่าปีละ 1,200 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะนำไปชำระเงินกู้และใช้เป็นเงินหมุนเวียนภายในบริษัท
พี่ทุยย้ำอีกครั้งว่า NSL Foods จะเตรียม IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ “ในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม”ให้เราได้เป็นเจ้าของกันได้ จำนวน 75,000,000 หุ้น โดย 25% ของ 75 ล้านหุ้นจะจัดสรรให้คู่ค้ารวมถึงพนักงาน ส่วนอีก 75% จะจัดสรรให้กับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จำหน่ายหลักทรัพย์
สำหรับใครที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมของ NSL พี่ทุยแนะนำให้เข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ www.nslfoods.com และสามารถดาวน์โหลดเอกสารชี้ชวนได้ ที่นี่
“Understand product characteristics, return conditions and risks before making investment decisions” or “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”