ถ้าเราจะพูดถึง Index Fund หรือ กองทุนที่เน้นสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงตลาด ชื่อของ “John Bogle” และ Vanguard group คงจะเป็นเชื่อแรก ๆ ที่นักลงทุนทั่วโลกจะนึกถึง โดยเฉพาะผู้ที่ลงทุนผ่านกองทุนในสหรัฐฯ
แม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้เป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในแง่ของการสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองจนรวยติดอันดับต้น ๆ ของโลก แต่เขาคือนักลงทุนคนหนึ่งที่ช่วยให้คนจำนวนมากสามารถทำให้เงินเก็บของพวกเขางอกเงยขึ้นมาได้
Warren Buffett เคยกล่าวยกย่อง John Bogle ไว้ว่า เขาเป็นฮีโร่ของชาวอเมริกัน ซึ่งช่วยให้ผู้คนมีเงินเก็บออมมากมาย ด้วยแนวคิดการลงทุนที่แสนเรียบง่ายของเขา และแม้แต่ภรรยาของ Buffett เอง ก็เลือกที่จะลงทุนเป็นสัดส่วนใหญ่กับ “กองทุนอิงดัชนี” ของ Vanguard ซึ่งก่อตั้งโดย John Bogle
นักลงทุนมากความสามารถคนนี้มีชื่อเล่นว่า “Jack” ในช่วงเริ่มต้นของการเป็นผู้จัดการกองทุน เขามีแนวทางไม่ได้ต่างจากผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่ ซึ่งพยายามที่จะสร้างผลตอบแทนเอาชนะตลาดให้ได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วเขากลับต้องพบกับความล้มเหลว และกลับมานั่งทบทวนตัวเองใหม่อีกครั้ง
ในปี 1976 เขาได้ก่อตั้ง Index fund สำหรับนักลงทุนทั่วไปกองแรกขึ้นมา ซึ่งเป็นกองทุนที่จะซื้อหุ้นทุกตัวตามน้ำหนักในดัชนี S&P500 พร้อมกับการเป็นกองทุนที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่ำที่สุดในช่วงเวลานั้น โดย 45 ปีผ่านไป Vanguard group เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายมาเป็นบริษัทจัดการกองทุนที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารสูงถึง 6.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 186 ล้านล้านบาท จากกองทุนภายใต้การบริหารงาน 230 กองทุนทั่วโลก และมีผู้ที่ลงทุนผ่าน Vanguard ถึง 30 ล้านคน จากประมาณ 170 ประเทศ
ปัจจุบันกองทุน Flagship ของ Vanguard ยังคงเป็นกองทุนรวมที่เน้นซื้อหุ้นทั้งตลาด ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 12.8% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ผลตอบแทนเฉลี่ยนับแต่ปี 2001 อยู่ที่ราว 7.1% ขณะที่ค่าธรรมเนียมของกองทุนนั้นยังคงต่ำเพียง 0.03%
ตลอดช่วงชีวิตของเขา ได้ให้แง่คิดเกี่ยวกับการลงทุนไว้มากมาย อย่างเรื่องของ “เวลา” เขาบอกว่า เวลาคือเพื่อนของนักลงทุน ยิ่งคุณเริ่มต้นลงทุนเร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสดื่มด่ำกับความมหัศจรรย์ของผลตอบแทนทบต้นมากขึ้นเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ดูเหมือนว่าศัตรูตัวฉกาจของการลงทุนในมุมมองของเขา คือ “แรงกระตุ้น” จากอารมณ์ภายใน นักลงทุนควรตัดอารมณ์ออกไปจากการลงทุน พร้อมกับคาดหวังผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลจากตลาด โดยหลีกเลี่ยงที่จะปรับเปลี่ยนความคาดหวังเพียงแค่ความหวือหวาชั่วคราวจากตลาด
ขณะเดียวกันเขายังได้เน้นย้ำในเรื่องของการยึดมั่นกับ “ความเรียบง่าย” ผ่านการกระจายการลงทุนในหุ้น พันธบัตร และการสำรองเงินสด โดยเน้นการสร้างความสมดุลให้กับพอร์ตลงทุน คำนึงถึงความเสี่ยง ผลตอบแทน และต้องไม่ลืม “ต้นทุน” ของการลงทุนด้วยเช่นกัน
อีกประเด็นที่เขาคอยเน้นย้ำเสมอคือ การลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยไม่พยายามที่จะคาดเดาหรือเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การลงทุนเพียงเพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราว แม้ว่าเขาจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 2019 แต่แนวคิดของเขายังคงคุณค่าแก่การศึกษา และเป็นแนวทางที่เรียบง่าย แต่ทรงพลังต่อการลงทุน สมกับฉายาที่ว่า “Simply as Jack”

Comment