เป็นที่ฮือฮากันพอสมควร เมื่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 อนุมัติให้บางวิชาชีพสามารถใช้กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ได้ ย้ำทางการแพทย์เท่านั้น !! เช่น บรรเทาอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ยาแก้ปวดธรรมดาเอาไม่อยู่ จนมีกระแสถึงขนาดว่ากาแฟแบรนด์ดังจะผลิตเครื่องดื่มผสมกัญชาออกมา
ถ้าใครคิดว่า “แปลกจังหุ้นแบบนี้มีจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยเหรอ” พี่ทุยขอคอนเฟิร์มว่าหุ้นที่เกี่ยวกับกัญชา ซึ่งกำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ “แปลกน้อยที่สุด” ในบรรดาหุ้นแหวกแนวแล้วล่ะ (ฮ่า)
ล้อมวงกันเข้ามา เดี๋ยวพี่ทุยเล่าเรื่องบรรดา “หุ้นสุดแปลก” บนตลาดหลักทรัพย์ให้ฟังนะ
4 หุ้นแปลกแต่กำไรปัง
1. หุ้นกัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์
ตอนนี้ยังไม่มีบริษัทผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์จดทะเบียนบนตลาดหลักทรัพย์ของไทย แต่มีบริษัทผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์ยักษ์ใหญ่ที่ชื่อว่า “Canopy Growth Corporation” จดทะเบียนเข้าตลาดหุ้น NYSE ของนิวยอร์ก โดยใช้อักษรย่อว่า ‘CGC’
พี่ทุยไปส่องกำไรของบริษัทนี้ย้อนหลังดู ตัวเลขกำไรสวยงามมากทีเดียว เพราะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในทุกปี ที่อลังการไม่แพ้กัน คือ กราฟราคาหุ้น
ถ้าเราซื้อหุ้นตัวนี้เมื่อต้นเดือนมกราคม 2016 ที่ราคา 2 ดอลลาร์และถือไปจนถึงปี 2018 จะขายได้ราคา 50 ดอลลาร์ คิดเป็นผลตอบแทน 24 เด้ง พูดง่ายๆ คือถ้าเรากำเงินเข้าไปซื้อหุ้นตัวนี้ 100,000 บาท ตอนเดือนมกราคม 2016 เงินตรงนี้จะกลายเป็น 2,500,000 บาท ในเวลาเพียงสองปี ! หุ้นตัวนี้ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดไทย แต่ถ้าใครสนใจก็สามารถไปลงทุนโดยตรงผ่านช่องทางลงทุนต่างประเทศต่างๆ หรือลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศได้นะ ช่วงนี้พี่ทุยเห็นผ่านตาหลายกองทุนเลย
2. หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์
หุ้นตัวนี้เป็นของบริษัท The Royal African Company หรือ RAC และถูกก่อตั้งขึ้นในช่วงปี 1660 และได้รับการสนับสนุนจากดยุกแห่งยอร์ก ผู้เป็นพระเชษฐาของพระเจ้าชาร์ลที่ 2 แห่งอังกฤษ (ต่อมาได้สืบราชสมบัติเป็นพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ด้วย) RAC ได้รับสิทธิ์ผูกขาดในการค้าขายทาสแต่เพียงผู้เดียว
จนกระทั่งเปลี่ยนจากการค้าทาสเป็นการค้างาช้างและทองคำแทนในปี 1731 มีการบันทึกว่าระหว่างปี 1662 ถึงปี 1731 RAC ค้าและขนส่งทาสชาวแอฟริกันกว่า 212,000 ชีวิต ระหว่างการขนส่ง ทาส 44,000 คน ได้ตายลงระหว่างการเดินทาง ว่ากันว่ากำไรมหาศาลที่เกิดจากการค้ามนุษย์นี้ มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อความมั่งคั่งของอังกฤษ ที่น่าตกใจคือผู้ที่ร่วมลงทุนในหุ้น RAC ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อังกฤษและรับส่วนแบ่งเค้กชิ้นโตจากการค้ามนุษย์นี้มีทั้งราชวงศ์ เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 2 จนถึงบุคคลทั่วไปอย่างเราๆเนี่ยแหละ
รูปตราเครื่องหมายการค้าของ The Royal African Company
3. หุ้นของบริษัทรถเช่า ที่บริษัทไม่ได้มีรถไว้ให้บริการเช่าแม้แต่คันเดียว
บริษัทรถเช่าที่มีชื่อว่า Zipcar ได้จดทะเบียนในตลาด NASDAQ เมื่อปี 2011 โดยมีแนวคิดมาจากการแบ่งปันและสร้างรายได้ให้กับสิ่งที่ทุกบ้านมีอยู่แล้ว โดยผู้ที่ต้องการเช่ารถจะสามารถเลือกยี่ห้อ รุ่นและช่วงเวลาที่ต้องการใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น จากนั้นก็สามารถไปปลดล็อกรถที่เข้าร่วมบริการ Zipcar จากบริเวณที่ใกล้ที่สุดได้เลย (ซึ่งจะเป็นลานจอดรถที่ทาง Zipcar ได้ทำสัญญาเช่าระยะยาวไว้)
นอกจากสะดวกแล้วผู้ใช้บริการก็ยังไม่ต้องจ่ายยิบจ่ายย่อยอีก เพราะเมื่อจ่ายค่าเช่าแล้ว จะมีบัตรเติมน้ำมันฟรีไว้ให้พร้อมในรถ แต่น่าเสียดายที่บริษัทนี้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้นานนัก เพราะในเดือนมกราคม 2013 บริษัทเช่ารถอีกแห่งที่มีชื่อว่า Avis Budget Group ก็ได้เข้าซื้อกิจการของ Zipcar และถอดถอนหุ้น ZIP ออกจากตลาด NASDAQ
4. หุ้นของบริษัทรับทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม
อ่านไม่ผิดหรอกมีธุรกิจนี้อยู่จริงๆ และได้ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วย Crime Scene Cleanup หรือบริการรับทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุเป็นธุรกิจของบริษัท Advance Bio Company ซึ่งรับทำความสะอาดคราบสกปรกที่เจ้าของบ้านส่วนมากคงรู้สึกลำบากใจที่จะจัดการเอง เช่น คราบเลือดในสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม บริเวณที่อยู่อาศัยของผู้ที่มีโรคติดต่อร้ายแรงหรือพื้นที่ซึ่งเกิดภัยพิบัติต่างๆ เช่น พายุทอร์นาโด เป็นต้น
บริษัท Crime Scene Cleanup ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1996 มีพนักงานทำความสะอาดหลายร้อยคนในสังกัดและสร้างรายได้ได้ประมาณ 25-50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปีทีเดียว และเมื่อปี 2016 กำไรปังๆก็เข้าตาและทำให้บริษัทแม่อย่าง Prestige Worldwide Company วางแผนจะนำบริษัทนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดด้วย ไม่แน่เราอาจจะได้เทรดหุ้นของบริษัทนี้ในเร็วๆนี้ก็ได้
ใครที่สนใจจะลงทุนใน “หุ้นสุดแปลก” บริษัทที่มีธุรกิจแหวกแนวอย่างบริษัทเหล่านี้ ก็ไปแกะพื้นฐานกิจการและหาจุดเข้าที่ได้เปรียบกันอย่างละเอียดอีกทีนะ บางทีเพชรก็ซ่อนตัวอยู่ในที่แปลกๆ และคาดไม่ถึงอย่างนี้แหละ ถึงได้มีสำนวน “เพชรในตม” เกิดขึ้นมายังไงล่ะ (ฮ่า)

Comment