บริการใหม่ "ยืมมือถือ" จะถูกกว่าซื้อเองมั้ย ?

บริการใหม่ “ยืมมือถือ” จะถูกกว่าซื้อเองมั้ย ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • สมาร์ทโฟนในปัจจุบันมีการปรับตัวเปิดตัวใหม่ทุกปีและด้วยเทคโนโลยีทำให้เราเหมือนถูกบังคับให้ต้องปรับเปลี่ยนบ่อยขึ้น
  • “ยืมมั้ย” เป็นบริการที่มาตอบโจทย์การยืมโทรศัพท์ช่วยลดปัญหาการเปลี่ยนมือถือและปัญหาการขายโทรศัพท์ต่อ
  • สิ่งที่ได้จาก “ยืมมั้ย” ซิมราคาพิเศษ ประกันภัยช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายจากการซ่อม เงินมัดจำคืนเมื่อคืนเครื่องในสภาพที่กำหนด
  • หากเครื่องเสียหายผู้ใช้รับผิดชอบเพียง 10% ของค่าซ่อม และหากเครื่องพังจนไม่สามารถใช้งานได้ก็จ่ายเพียง 30% ของมูลค่าเครื่อง
  • ปัจจุบันมีมือถือให้ยืมเพียง 5 รุ่นเท่านั้น และมีสัญญาระยะเดียวคือ 1 ปี

เคยมั้ยสมาร์ทโฟนของคุณใช้ได้แค่ 2-3 ปีก็ตกรุ่น จะซ่อมทีก็แพงเผลอ ๆ ซ่อมแพงกว่า”มูลค่าซาก”ของเครื่องซะอีก จะเอาไปขายต่อก็ไม่รู้แหล่งกลัวโดนหลอกกดราคา สุดท้ายไม่ได้ทำอะไรกลายเป็นที่ทับกระดาษตั้งอยู่ที่บ้านเฉย ๆ  ตอนนี้เค้าเลยมีการ”ยืมมือถือ” เกิดขึ้น

วันนี้พี่ทุยจะพาไปพบกับบริการใหม่ “ยืมมั้ย” บริการยืมมือถือสมาร์ทโฟนมือหนึ่งที่มาตอบโจทย์ยุคที่ปรับเปลี่ยนเร็ว และยิ่งคนที่ชอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ รู้ตัวว่าเป็นคนเปลี่ยนมือถือบ่อย ๆ ก็สบายใจได้เพราะตอบโจทย์ทั้งการเปลี่ยนมือถือใหม่ได้ตามใจและไม่ต้องมานั่งกังวลใจกับการขายต่ออีกด้วย

ถึงแม้การยืมกับ “ยืมมั้ย” จะมีขั้นต่ำระยะสัญญาคือ 1 ปี แต่ก็สามารถใช้โปรผ่อน 0% 10 เดือนได้ทำให้สามารถแบ่งภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนให้เบาลงได้ โดยรุ่นที่นำมาเปรียบเทียบได้แก่ iPhone XS Max ขนาดความจุ 64 GB

ยืมโทรศัพท์กับ “ยืมมั้ย” ยังไง ?

เพื่อตอบโจทย์ความไฮเทค “ยืมมั้ย” สามารถยืมได้โดยนั่งสบาย ๆ อยู่ที่บ้านเพราะเพียงเลือกมือถือที่ต้องการยืมผ่าน Application “Yuemmai” ก็จะมีมือถือส่งมาถึงส่งมาที่บ้านผ่านบริการของ Kerry โดยค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายก็สามารถทำธุรกรรมผ่าน SCB ได้เลย โดยจำเป็นต้องเก็บค่ายืมและค่ามัดจำรวมกัน และเมื่อใช้งานครบ 1 ปีหากเครื่องอยู่ในสภาพดีตามเงื่อนไขก็จะได้รับมัดจำคืน

ยืมกับซื้อผ่อนอะไรถูกกว่ากัน?

ข้อดีของการยืมมือถือเลยคือการปรับเปลี่ยนมือถือปีต่อปีค่อนข้างสะดวกและไม่ต้องเสียเวลาขายเครื่องที่ไม่ใช้แล้วเอง และยังได้เงินมัดจำกลับคืนมาเป็นเงินก้อนในกรณีที่รักษาเครื่องดีตามเงื่อนไขอีกด้วย ซึ่งก็ตอบสนองกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีมือถือที่พัฒนาและปรับเปลี่ยนใหม่อยู่ทุก ๆ ปี

บริการใหม่ ยืมมือถือ จะถูกกว่าซื้อเองมั้ย

ถ้าเราซื้อเครื่องเปล่าจาก AIS จะตกเครื่องละ 40,900 บาท ผ่อน 0% 10 เดือนก็จะตกเดือนละ 4,090 บาท ต่อเดือน แต่หากยืมกับ “ยืมมั้ย” 1 ปี จะต้องจ่าย 38,880 บาท (รวมค่ามัดจำ) แต่เมื่อใช้งานครบ 1 ปี ก็จะได้เงินมัดจำ 15,000 บาท เท่ากับเสียเงินเพียง 23,880 ต่อปีเท่านั้น

บริการใหม่ ยืมมือถือ จะถูกกว่าซื้อเองมั้ย

ซึ่งทาง “ยืมมั้ย”บริการ”ยืมมือถือ” ก็มีดีลพิเศษกับ AIS ซึ่งหากเลือกรับ SIM AIS จะได้รับซิมเติมเงินราคาพิเศษที่ใช้เน็ตได้ไม่จำกัดความเร็ว 4Mbps โทรเบอร์ AIS 1 บ./ชม. นอกเครือข่าย 1 บ./นาที ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ไปพอสมควรเลยทีเดียว เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบได้ใกล้เคียง พี่ทุยจะนำไปเปรียบเทียบกับการซื้อมือถือจ่ายค่าย AIS ที่ได้ส่วนลดเยอะแต่ติดโปรโมชั่นและจะคิดค่ามูลค่าซากตามการรับซื้อคืนของ Apple ที่จะได้มูลค่าซากประมาณ 30% ของราคาตัวเครื่องจากราคาเปิดตัว

หากติดสัญญา 1499 บาท/เดือน จะเหลือค่าเครื่อง 31,200 แต่เมื่อคำนวณรวมค่าบริการแล้วจะตกปีนึงถึง 49,433เลย และหากติดสัญญา 699 บาท/เดือน จะเหลือค่าเครื่อง 35,300 บาท แต่เมื่อคำนวณรวมค่าบริการแล้วจะตกปีนึง 43,793 บาท

และหากคำนวณ “มูลค่าซาก” ของ iPhone ที่ Apple จะรับซื้อคืนกรณีซื้อเครื่องใหม่จะได้ประมาณ 30% ของเครื่อง(รวมมูลค่าเครื่องที่ลดลง 1 ปี) จะได้เงินคืนประมาณ 13,170 บาท เท่ากับ 1 ปีจะใช้เงิน 36,263 บาท/ปี กรณีติดสัญญา 1,499 และ 30,623 บาท/ กรณีติดสัญญา 699 บาท

บริการใหม่ ยืมมือถือ จะถูกกว่าซื้อเองมั้ย

แต่ถ้าใครเก่ง ๆ หน่อยอาจสามารถนำไปขายต่อที่ตู้ MBK หรือขายต่อผ่านในสภาพดี 95% สามารถขายต่อได้สูงถึง 25,000 บาทเลยทีเดียว นั่นจะทำให้ค่าใช้จ่ายต่อปีลดลงเป็นจำนวนมาก ในแบบที่ติดสัญญา 1,499 ก็จะลดลงเหลือเพียง 24,433 บาทต่อปี และแบบติดสัญญา 699 ก็จะลดเหลือเพียง 18,793 บาทต่อปีเท่านั้น

เมื่อเทียบกับซิมที่ได้จาก “ยืมมั้ย” ฉะนั้นค่าบริการรวมค่าเครื่องและมัดจำเพียง 42,480 บาท (ยังไม่รวมค่าโทรราคาพิเศษ) และหากหักมัดจำที่จะได้คืน 15,000 บาท จะเหลือเพียงปีละ 27,480 บาท นั่นทำให้สำหรับหลายคนที่ไม่ชอบยุ่งยากกับการยืมเท่าไหร่ พี่ทุยว่าต้องพิจารณาไปขายเครื่องต่อตามร้านมือถือต่าง ๆ เอาก็ดูคุ้มกว่าเหมือนกันนะ แต่เงื่อนไขคือสภาพเครื่องต่อดีหน่อย ติดฟิล์มใส่เคสตลอดก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร

หากเครื่องพัง ชำรุดเสียหายจะทำอย่างไร?

กรณีระหว่างที่เรายืมมือถือนั้น เกิดมีอุบัติเหตุหรือเครื่องชำรุดก็อุ่นใจได้เพราะมีประกันจากเมืองไทยประกันภัย ที่ช่วยรับผิดชอบค่าซ่อมแซ่มให้ส่วนนึง ทำให้ผู้ใช้งานเสียค่าซ่อมแซมเพียง 10% จากราคาซ่อมแซมจริง และหากเกิดชำรุดเสียหายจนไม่สามารถซ่อมได้แล้ว ผู้ใช้งานก็จ่ายเพียง 30% จากราคาเครื่องเท่านั้น

นั่นหมายความว่าโทรศัพท์มูลค่า 3หมื่นบาท หากเราใช้งานปกติแล้วมันเสียจนไม่สามารถใช้งานได้แล้ว เราจะต้องจ่ายค่าเครื่องเพียง 30% หรือไม่ถึง 1หมื่นบาท เมื่อเทียบกับเราซื้อเป็นเจ้าของเองหากเสียหรือพังแล้ว มูลค่าที่ซื้่อมาทั้งหมด 3 หมื่นบาทก็หายไปทันที

ก็ถือว่าเป็นการโอนความเสี่ยงที่สบายใจทั้งคนให้ยืมอย่าง “ยืมมั้ย” และผู้ใช้งานอย่างพวกเรา ที่ต่อให้เหตุไม่เกิดก็ดี แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็มีคนคอยแบ่งเบาภาระไม่เจ็บตัวหนัก

ข้อจำกัดในปัจจุบัน

ทาง “ยืมมั้ย” ยังมีเครื่องโทรศัพท์มือถือให้ยืมแค่บางรุ่นเท่านั้น ได้แก่

     Galaxy S10E
     iPhone 7 Plus
     iPhone 8 Plus
     iPhone XR
     iPhone XS Max

เพียง 5 รุ่น และขนาดความจุก็เป็นแบบต่ำสุดของรุ่นนั้นที่มี ส่วนระยะเวลาในการยืมในปัจจุบัน มี เพียงแบบ 1 ปีเท่านั้น แต่สามารถทำการต่อสัญญาและรับเครื่องใหม่ได้

ส่วนซิมราคาพิเศษนั้นจะเป็นเบอร์ที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ดังนั้นถ้าใครชอบเบอร์เก่าก็อาจจะต้องอดซิมโปรโมชั่นราคาพิเศษนี้

สรุปแล้วการยืมโทรศัพท์กับ “ยืมมั้ย” ทำให้ได้โปรโมชั่นซิมพิเศษและมีประกันภัยแถมให้ ทำให้ค่าใช้จ่ายในระยะสั้นนั้นถูกกว่า (ในกรณีไม่สะดวกขายเอง) และเมื่อครบ 1 ปีตามสัญญา เราก็จะสามารถเปลี่ยนเครื่องหรือเลือกสมาร์ทโฟนที่ออกมาใหม่ได้อย่างสบายใจ เหมาะกับคนที่ทันสมัยและชอบอัพเดทเปลี่ยนมือถือเป็นประจำอยู่แล้ว

แต่สิ่งที่เสียไปก็คือสิทธิในการเป็นเจ้าของเมื่อครบ 1 ปี เพราะหลาย ๆ คนก็รักในสิ่งที่เราใช้และก็มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับหลาย ๆ คน หวังว่าจะเป็นตัวช่วยข้อมูลในการตัดสินใจและนำไปปรับใช้ว่าใครเหมาะกับวิธีไหนกันดูนะ


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: