มนุษย์เงินเดือนกับการ “เป็นหนี้” นี่แทบจะเป็นของคู่กันไปแล้ว
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันคู่กันได้ตั้งแต่เมื่อไร ?
เพราะทุกคนเข้าใจอยู่แล้ว เวลาที่เรา “เป็นหนี้”
แล้วเราต้องมาทยอยจัดการหนี้เนี่ย
มันเกิดอาการเครียดไม่ใช่เล่น ๆ พยายามหาทางออกทุกทาง
ที่จะทำให้หนี้สินหมดไป !
คนที่เป็นหนี้ เกิดเห็นนักลงทุนที่ลงทุนแล้วได้กำไรเยอะ ๆ
ก็เกิดอยากจะเอาเงินของเราไปลงทุนบ้าง
เผื่อจะได้กำไรงาม ๆ แล้วเอาเงินมาปิดหนี้สินให้หมด !
แต่ ! พี่ทุยอยากจะบอกว่า หยุดความคิดนั้นซะเดี๋ยวนี้ !
เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง เสี่ยงที่จะติดลบขาดทุน
เราอาจจะได้มากกว่าที่คิดก็จริง แต่มันมีโอกาสขาดทุนอยู่
ถ้ามันขาดทุน เราก็จะเป็นหนี้หนักเข้าไปอีก
จากแผลเล็กนิดเดียว กลายเป็นแผลลามทั้งตัว อาการจะหนักขึ้นแบบซะยังงั้น !
สำหรับคนที่เป็นหนี้ หรืออยากเริ่มต้นบริหารเงินด้วยตัวเอง
อย่าเพิ่งรีบพุ่งเข้าไปหาเรื่องการลงทุน เพราะการลงทุนจริง ๆ แล้ว
เป็นด่านสุดท้ายที่เราจะมาจัดการเรื่องการเงิน แล้วนำไปลงทุน
แต่ควรเริ่มจากการทำให้ “กระแสเงินสดเราเป็นบวก” ก่อน
ถ้ากระแสเงินสดยังเป็นลบ ก็เห็นชัด ๆ กันอยู่ว่าทำไมเราถึงเป็นหนี้
บ่อเกิดของการเป็นหนี้มันเริ่มจากตรงนี้แหละ
ถ้าไม่รู้ทำยังไง โฟกัสตรงไหน
หันกลับไปมองที่กระเป๋าตังเราเนี่ยแหละ
ท่องไว้ว่าเงินเข้าต้องมากกว่าออกเท่านั้น
ไม่ต้องไปพยายามหาท่ายาก
เป็นหนี้ง่ายแบบไหน ก็แก้ให้มันง่าย ๆ แบบนั้นแหละ
แต่สิ่งที่ยากคือใจเรานี่แหละ ที่จัดการยากที่สุด