บัตรเครดิต co brand

9 บัตรเครดิต Co-brand สำหรับคนรักแบรนด์ ชอบรูดใช้จ่ายประจำ

5 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • บัตร Co-brand (บัตรเครดิตร่วม) ให้สิทธิพิเศษและประโยชน์ที่เหนือกว่าบัตรทั่วไป โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Royalty) สูง และจะได้รับส่วนลด แต้มสะสม หรือสิทธิพิเศษต่างๆ มากกว่าบัตรธรรมดา
  • บทความได้แนะนำ 9 บัตรเครดิต Co-brand ที่น่าสนใจสำหรับการใช้จ่ายประจำ ซึ่งครอบคลุมหมวดหมู่หลากหลาย เช่น การเดินทาง (UOB Royal Orchid Plus Preferred, KTC Agoda), ช้อปปิ้งออนไลน์ (UOB Lazada, KBank Shopee), ห้างสรรพสินค้า/ร้านค้าส่ง (UOB Makro, Central The 1 REDZ, Bangkok Bank M LIVE, Krungsri Homepro) และสุขภาพ (KTC Samitivej Hospitals)
  • ข้อควรระวังสำคัญ: ผู้ใช้บัตรควรใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด ไม่รูดเกินตัว รูดเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ และต้องชำระเต็มจำนวนทุกเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยที่จะสูงกว่าส่วนลดที่ได้รับ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ใครที่ใช้ บัตรเครดิต อยู่แล้ว อาจจะเคยได้ยินคำว่าบัตร Co-brand หรือบัตรเครดิตร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ ที่ให้สิทธิพิเศษเยอะกว่าบัตรทั่วไปอยู่ละเนอะ ซึ่งก็มีประโยชน์มาก ๆ สำหรับคนที่มี Brand Royalty สูง ชอบแบรนด์ไหน กาบัตรนั้น พี่ทุยก็เลยจะแนะนำ 9 บัตรเครดิต Co-brand ที่น่าสนใจมาให้ดูฮะ

บัตรเครดิต แบบ Co-brand หรือบัตรร่วมกับแบรนด์นั้น ต่างจากบัตรทั่วไปตรงที่มีความร่วมมือระหว่างธนาคารกับแบรนด์ดัง ทำให้ผู้ถือบัตรได้รับสิทธิพิเศษมากกว่า ทั้งแต้มสะสมเพิ่ม ส่วนลดพิเศษ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อคนที่ใช้จ่ายกับแบรนด์นั้น ๆ เป็นประจำ วันนี้พี่ทุยจะมาแนะนำ 9 บัตรที่น่าสนใจ มาดูกันเลยว่าแต่ละใบมีอะไรดีบ้างครับ

 

บัตร UOB Royal Orchid Plus Preferred

บัตรใบแรกที่พี่ทุยอยากแนะนำคือ UOB Royal Orchid Plus Preferred เป็นบัตรร่วมกับการบินไทย เหมาะกับคนที่ชอบเก็บไมล์

รูดใช้จ่าย 15 บาท เท่ากับ 1 คะแนน สามารถสะสมแต้มแล้วแลกเป็นไมล์การบินไทยได้ ยิ่งใช้จ่ายมาก ยิ่งได้ไมล์มาก

สิ่งที่พิเศษคือ รับไมล์สะสมเพิ่ม 50% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร ทุก 50,000 บาทต่อเซลล์สลิป นี่คือโอกาสดีสำหรับคนที่ใช้จ่ายก้อนใหญ่ เช่น ซื้อตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม จ่ายค่าใช้จ่ายธุรกิจ จะได้ไมล์เพิ่มมากขึ้น

บัตรใบนี้เหมาะกับคนที่บินบ่อย ชอบเดินทาง อยากสะสมไมล์เพื่อแลกตั๋วเครื่องบินฟรี หรืออัพเกรดชั้นที่นั่ง ยิ่งใช้บัตรมาก ยิ่งได้ไมล์มาก ยิ่งประหยัดค่าเดินทางได้มากขึ้นครับ

 

บัตร UOB Lazada Credit Card

บัตรที่สองคือ UOB Lazada Credit Card เป็นบัตรร่วมกับ Lazada เหมาะกับคนที่ชอบช็อปออนไลน์

รับคะแนนสะสม 10 เท่า ทุกการใช้จ่าย 25 บาท ที่ลาซาด้า นี่คือข้อดีใหญ่ที่สุด ถ้าช็อปที่ลาซาด้าบ่อย ๆ จะได้แต้มเยอะมาก

นอกจากนี้ยัง รับคะแนนสะสม 3 เท่า ทุกการใช้จ่าย 25 บาท ในหมวดแฟชั่น สุขภาพ ท่องเที่ยว แม้จะไม่ใช่ที่ลาซาด้า ก็ยังได้แต้มเพิ่มอยู่ดี

คะแนนที่ได้สามารถนำไปแลกของรางวัล ส่วนลด หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้ ยิ่งช็อปมาก ยิ่งได้แต้มมาก ยิ่งประหยัดได้มากขึ้น

บัตรใบนี้เหมาะกับคนที่ช็อปออนไลน์บ่อย โดยเฉพาะที่ลาซาด้า หรือคนที่ใช้จ่ายในหมวดแฟชั่น สุขภาพ ท่องเที่ยว เป็นประจำ จะได้ประโยชน์สูงสุดจากบัตรใบนี้ครับ

 

บัตรที่ 3 KBank Shopee Credit Card

บัตรที่สามคือ KBank Shopee Credit Card เป็นบัตรร่วมกับ Shopee เหมาะกับคนที่ช็อปที่ช็อปปี้เป็นประจำ

รับทั้ง K Point และ Shopee Coins เมื่อใช้จ่ายที่ Shopee Thailand นี่คือจุดเด่น เพราะได้แต้มสองระบบพร้อมกัน ทั้งแต้มของธนาคารและแต้มของช็อปปี้

นอกจากนี้ยัง รับโค้ดส่วนลด 150 บาท ที่ Shopee เป็นสิทธิพิเศษที่ช่วยให้ช็อปถูกลงอีก สามารถนำไปใช้ซื้อของได้เลย

K Point ที่ได้สามารถแลกของรางวัล ส่วนลด หรือนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้ ส่วน Shopee Coins ก็ใช้ซื้อของในช็อปปี้ได้เลย เหมือนได้เงินคืนไปในตัว

บัตรใบนี้เหมาะกับคนที่ช็อปที่ช็อปปี้บ่อย ๆ จะได้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุด ยิ่งช็อปมาก ยิ่งได้แต้มและส่วนลดมาก ยิ่งประหยัดได้มากขึ้นครับ

 

บัตรเครดิต UOB Makro Credit Card

บัตรที่สี่คือ UOB Makro Credit Card เป็นบัตรร่วมกับแม็คโคร เหมาะกับคนที่ซื้อของที่แม็คโครเป็นประจำ

ทุก 5,500 คะแนน แลกบัตรกำนัลแม็คโคร 500 บาท นี่คืออัตราแลกที่ดี ยิ่งสะสมแต้มเยอะ ยิ่งแลกบัตรกำนัลได้มาก

รับคะแนนยูโอบี รีวอร์ด 1 คะแนน สำหรับยอดใช้จ่ายทุก 100 บาท ที่แม็กโครทุกสาขา ถ้าซื้อของที่แม็คโครเดือนละ 10,000 บาท ก็จะได้แต้ม 100 คะแนน

คะแนนที่สะสมสามารถนำไปแลกบัตรกำนัลแม็คโคร แล้วเอาไปช็อปต่อได้เลย เหมือนได้เงินคืนมาซื้อของ ยิ่งซื้อบ่อย ยิ่งได้แต้มเยอะ

บัตรใบนี้เหมาะกับคนที่ซื้อของที่แม็คโครเป็นประจำ ไม่ว่าจะซื้อของใช้ในบ้าน อาหาร หรือของใช้สำนักงาน จะได้ประโยชน์สูงสุดจากบัตรใบนี้ครับ

 

บัตรเครดิต co brand

 

บัตรเครดิต Central The 1 REDZ Credit Card

บัตรที่ห้าคือ Central The 1 REDZ Credit Card เป็นบัตรร่วมกับเครือเซ็นทรัล เหมาะกับคนที่ช็อปที่ห้างเซ็นทรัลบ่อย

รับคะแนน The 1 สูงสุด 3 เท่า นี่คือจุดเด่น ยิ่งช็อปมาก ยิ่งได้แต้มเยอะ แต้ม The 1 ใช้ได้กับทุกสาขาในเครือเซ็นทรัล

รับส่วนลดสูงสุด 5% เมื่อช็อปในเครือเซ็นทรัล นี่เป็นการประหยัดเงินได้ทันที ไม่ต้องรอแลกแต้ม

แบ่งจ่ายสบาย 0% สูงสุด 10 เดือน สำหรับคนที่อยากซื้อของราคาแพง แต่ไม่อยากจ่ายครั้งเดียว ก็แบ่งจ่ายได้โดยไม่มีดอกเบี้ย

แต้ม The 1 ที่ได้สามารถนำไปแลกของรางวัล ส่วนลด หรือใช้แทนเงินสดได้ มีประโยชน์มาก

บัตรใบนี้เหมาะกับคนที่ช็อปที่ห้างเซ็นทรัล โรบินสัน พาวเวอร์บาย ท็อปส์ เป็นประจำ จะได้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุดครับ

 

บัตรเครดิต KTC Agoda Platinum Mastercard

บัตรที่หกคือ KTC Agoda Platinum Mastercard เป็นบัตรร่วมกับ Agoda เหมาะกับคนที่ชอบเดินทาง จองโรงแรมบ่อย

โปรโมชันรวมร้าน Fine Dining และ Casual Fine Dining รับส่วนลดสูงสุด 10% นี่เป็นสิทธิพิเศษสำหรับคนที่ชอบทานอาหารร้านดัง ๆ

รับสิทธิ์ Agoda VIP PLATINUM นี่คือจุดเด่นใหญ่ เป็นสมาชิก VIP ของอโกด้า ได้ส่วนลดพิเศษในการจองโรงแรม ได้ห้องอัพเกรด มีสิทธิพิเศษมากมาย

การเป็นสมาชิก VIP ทำให้จองโรงแรมถูกกว่าคนทั่วไป มีโปรโมชั่นพิเศษ และได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ยิ่งจองบ่อย ยิ่งประหยัดได้มาก

บัตรใบนี้เหมาะกับคนที่ชอบเดินทาง จองโรงแรมผ่านอโกด้าบ่อย ๆ หรือคนที่ชอบทานอาหารร้านดัง จะได้ประโยชน์สูงสุดจากบัตรใบนี้ครับ

 

บัตรเครดิต KTC Samitivej Hospitals Visa Platinum

บัตรที่เจ็ดคือ KTC Samitivej Hospitals Visa Platinum เป็นบัตรร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวช เหมาะกับคนที่ใส่ใจสุขภาพ

  • ส่วนลด 50% ค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินต้องใช้รถพยาบาล จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก
  • ส่วนลด 20% ค่าห้องพักผู้ป่วยใน ถ้าต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ค่าห้องก็ถูกลง ประหยัดเงินได้เยอะ
  • ส่วนลด 10% ค่ายา ค่าตรวจวิเคราะห์ ค่าเอ็กซเรย์ นี่เป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญในการรักษา มีส่วนลดช่วยให้ประหยัดได้มาก

สิทธิประโยชน์เหล่านี้ช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลได้มาก โดยเฉพาะถ้ามีครอบครัว หรือใส่ใจสุขภาพ ชอบตรวจสุขภาพประจำ

บัตรใบนี้เหมาะกับคนที่ใส่ใจสุขภาพ ตรวจรักษาที่สมิติเวชเป็นประจำ หรือคนที่มีครอบครัว ต้องดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว จะได้ประโยชน์สูงสุดครับ

 

บัตรเครดิต Bangkok Bank M LIVE Visa Platinum

บัตรที่แปดคือ Bangkok Bank M LIVE Visa Platinum เป็นบัตรร่วมกับห้างเครือเดอะมอลล์ เหมาะกับคนที่ช็อปที่เดอะมอลล์บ่อย

ส่วนลด 5% เมื่อช้อปในห้างเครือเดอะมอลล์ นี่เป็นส่วนลดทันที ไม่ต้องรอแลกแต้ม ยิ่งซื้อมาก ยิ่งประหยัดมาก

แลก 800 M Point รับคูปองส่วนลดแทนเงินสด 100 บาท นี่เป็นอัตราแลกที่ดี เหมือนได้เงินคืน 12.5% จากการสะสมแต้ม

M Point สะสมได้จากการใช้จ่ายในเครือเดอะมอลล์ ยิ่งช็อปบ่อย ยิ่งสะสมแต้มเยอะ ยิ่งแลกคูปองได้มาก

ส่วนลด 5% บวกกับคูปองที่แลกได้ ทำให้ประหยัดได้มากขึ้น เหมาะกับคนที่ช็อปเป็นประจำ

บัตรใบนี้เหมาะกับคนที่ช็อปที่เดอะมอลล์ พารากอน เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ เป็นประจำ จะได้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุดครับ

 

บัตรเครดิต Krungsri Homepro Visa Platinum

บัตรสุดท้ายคือ Krungsri Homepro Visa Platinum เป็นบัตรร่วมกับโฮมโปร เหมาะกับคนที่ซื้อของแต่งบ้าน ของใช้ในบ้านบ่อย

ส่วนลด 3% เมื่อช้อปที่โฮมโปรทุกสาขา นี่เป็นส่วนลดทันที ถ้าซื้อของมูลค่า 10,000 บาท ก็ประหยัด 300 บาท

ส่วนลด 13% เมื่อแลกพอยต์เท่ายอดชำระต่อเซลล์สลิป นี่เป็นส่วนลดสูงมาก ถ้าสะสมแต้มไว้แล้วนำมาใช้ จะประหยัดได้เยอะ

การได้ส่วนลด 3% ทันที บวกกับอีก 13% เมื่อใช้พอยต์ รวมแล้วประหยัดได้ถึง 16% นี่คือการประหยัดที่คุ้มค่ามาก

บัตรใบนี้เหมาะกับคนที่ซื้อของที่โฮมโปรเป็นประจำ ไม่ว่าจะซื้อของตั้งบ้าน ของแต่งบ้าน อุปกรณ์ซ่อมแซม หรือของใช้ในบ้าน จะได้ประโยชน์สูงสุดครับ

 

ข้อดีของ บัตรเครดิต Co-brand

หลังจากที่เห็นบัตรทั้ง 9 ใบแล้ว มาดูกันว่าบัตร Co-brand มีข้อดีอะไรบ้าง

  1. ข้อดีแรกคือ ได้แต้มสะสมเพิ่ม เมื่อเทียบกับบัตรทั่วไป บัตร Co-brand มักให้แต้มสะสมมากกว่า บางบัตรให้ถึง 10 เท่า
  2. ข้อดีที่สองคือ ได้ส่วนลดพิเศษ มีส่วนลดเฉพาะสำหรับผู้ถือบัตร บางบัตรให้ถึง 50% ประหยัดเงินได้มาก
  3. ข้อดีที่สามคือ มีสิทธิพิเศษเฉพาะ เช่น เป็นสมาชิก VIP ได้รับการอัพเกรด หรือได้รับบริการพิเศษต่าง ๆ
  4. ข้อดีที่สี่คือ คุ้มค่าถ้าใช้บ่อย ยิ่งใช้จ่ายกับแบรนด์นั้นบ่อย ยิ่งได้ประโยชน์มาก คืนทุนค่าธรรมเนียมได้ง่าย
  5. ข้อดีที่ห้าคือ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เลือกบัตรที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของเรา จะได้ประโยชน์สูงสุดครับ

 

ข้อควรระวังในการใช้ บัตรเครดิต

แม้บัตร Co-brand จะมีข้อดีเยอะ แต่ก็มีข้อควรระวังที่ต้องรู้

  1. ข้อแรก อย่ารูดเกินตัว แม้จะได้ส่วนลดหรือแต้มเยอะ แต่ถ้ารูดมากจนจ่ายไม่ไหว ก็จะเป็นหนี้ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะมากกว่าส่วนลดที่ได้
  2. ข้อสอง ต้องจ่ายเต็มจำนวนทุกเดือน ไม่ควรจ่ายขั้นต่ำ เพราะจะมีดอกเบี้ยสูง ประมาณ 18% ต่อปี แพงมาก
  3. ข้อสาม เช็คค่าธรรมเนียมประจำปี บางบัตรมีค่าธรรมเนียมสูง ต้องคำนวณว่าประโยชน์ที่ได้คุ้มกับค่าธรรมเนียมหรือไม่
  4. ข้อสี่ อ่านเงื่อนไขให้ดี บางสิทธิมีเงื่อนไข มีระยะเวลาจำกัด หรือต้องใช้จ่ายถึงจำนวนหนึ่งถึงจะได้
  5. ข้อห้า ใช้ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ถ้าไม่ได้ช็อปที่แบรนด์นั้นบ่อย ก็ไม่คุ้มที่จะทำบัตร ควรเลือกบัตรที่ตรงกับการใช้ชีวิตของเราครับ

บัตรเครดิต Co-brand เหล่านี้ให้ประโยชน์เยอะมาก โดยเฉพาะถ้าเราใช้จ่ายกับแบรนด์นั้น ๆ บ่อย ๆ จะได้ส่วนลด แต้มสะสม หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ มากกว่าบัตรธรรมดา

 

แต่อย่าลืมนะว่า อย่ารูดเกินตัว ต้องรูดแค่สิ่งที่จำเป็นจริง ๆ และต้องจ่ายเต็มจำนวนทุกเดือน ไม่งั้นดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะมากกว่าส่วนลดที่ได้เสียอีก

การเลือกบัตรที่เหมาะกับตัวเองสำคัญมาก ต้องดูว่าเราใช้จ่ายที่ไหนบ่อย ชอบแบรนด์ไหน แล้วค่อยเลือกบัตรที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ เมื่อเลือกถูกแล้ว ใช้อย่างมีสติ จ่ายเต็มจำนวนทุกเดือน บัตรก็จะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยประหยัดเงินได้จริง ๆ ครับ

 

ติดตามพี่ทุยเพิ่มเติมได้ที่ Facebook

อ่านบทความอื่น ๆ

รวมบัตรเครดิตเติมน้ำมันอัปเดต 2025 บัตรไหนเติมอะไรคุ้มสุด ๆ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile