วิกฤติหรือโอกาส "หุ้นเวียดนาม" ลงทุนได้หรือยัง?

วิกฤติหรือโอกาส “หุ้นเวียดนาม” ลงทุนได้หรือยัง?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • แม้ตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นซึ่งปกติอัตราส่วน P/E ต้องขึ้นตามด้วยแต่ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 เติบโตต่อเนื่องทำให้อัตราส่วน P/E ลดลงสวนทาง ปัจจุบันอัตราส่วน P/E อยู่ที่ 16 เท่า ซึ่งน่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลก
  • สถานการณ์การ Lockdown ที่จะส่งผลต่อผลประกอบการไตรมาสที่ 3 อาจทำให้ความน่าสนใจลดลง ขณะปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในครึ่งหลังของเดือน ก.ค. ลดลงสะท้อนความมั่นใจของนักลงทุนในประเทศที่ซื้อขายเป็น 90% ของปริมาณทั้งหมด
  • หลายฝ่ายคาดว่าจะควบคุมการระบาดได้แน่นอน บางส่วนมองข้ามผลกระทบในไตรมาส 3 ไปแล้ว และรอการฟื้นตัวที่คาดว่าจะเป็นช่วงปลายปี 2021 ทำให้การปรับตัวลงรอบนี้เป็นโอกาสให้ทยอยลงทุนหุ้นเวียดนาม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset "กองทุน"
Krungsri Asset "กองทุน"

ตลาด “หุ้นเวียดนาม” เป็นตลาดที่ได้รับความนิยมมากในหมู่นักลงทุนชาวไทย ด้วยโอกาสการเติบโตในระยะยาวที่น่าสนใจ แต่ช่วงที่ผ่านมาด้วยสถานการณ์ผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น หุ้นเวียดนามก็ปรับตัวลงรับกับข่าว

คำถามยอดฮิตที่พี่ทุยได้รับมาตลอดก็คือ ตอนนี้ลงทุน (ช้อน) หุ้นเวียดนามได้หรือยัง ? แน่นอนว่าพี่ทุยได้รวบรวมข้อมูลและขอพาทุกคนไปหาคำตอบพร้อมกัน

งบไตรมาส 2 พุ่งแรง กด P/E ต่ำลง

วิกฤติหรือโอกาส "หุ้นเวียดนาม" ลงทุนได้หรือยัง?

วันที่ 4 ก.ค. ตลาดหุ้นเวียดนามแตะระดับสูงสุดที่ 1420.27 จุด อัตราส่วน P/E (ราคาต่อกำไรสุทธิ) อยู่ที่ 19.3 เท่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงจนแตะระดับต่ำสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ทำให้ P/E ลดลงมาที่ 17.1 เท่า จากนั้นตลาดก็ฟื้นตัวขึ้นมา 7.4% ซึ่งปกติแล้วเมื่อตลาดหุ้นขึ้นอัตราส่วน P/E ต้องเพิ่มขึ้น แต่การฟื้นตัวครั้งนี้อัตราส่วน P/E กลับลดสวนทางต่อไปที่ 16.8 เท่า

เป็นเพราะช่วงเวลานั้นมีการเปิดเผยงบไตรมาสที่ 2 ซึ่งเติบโตอย่างโดดเด่นได้รับอานิสงส์จากการส่งออกเติบโตต่อเนื่อง เศรษฐกิจภายในประเทศก็ขยายตัวโดดเด่น และยังไม่มีเชื้อไวรัสแพร่ระบาด

ปัจจุบันตลาดหุ้นเวียดนามย่อตัวลงมาอีกครั้งและอัตราส่วน P/E อยู่ที่ 16 เท่า (SET Index 20.84 เท่า) โดยนักวิเคราะห์คาดว่าอัตราส่วน P/E สำหรับปี 2021 อยู่ที่ 17.5-18 เท่า คิดเป็นเป้าดัชนีก็ประมาณ 1,450-1,500 จุด การย่อตัวลงมาช่วยให้มี Upside ที่น่าสนใจขึ้น

แต่ทว่า กลุ่มธนาคารที่มีสัดส่วนมากที่สุดในตลาดหุ้นเวียดนามถึง 34% ซึ่งโดยธรรมชาติจะมีอัตราส่วน P/E ต่ำทำให้ภาพรวมมูลค่าตลาดหุ้นเวียดนามไม่แพงนัก หากตัดสัดส่วนกลุ่มธนาคารซึ่งไตรมาสที่ 2 กำไรเติบโตกว่า 50% จะส่งให้อัตราส่วน P/E ของตลาดที่ไม่รวมกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นไปที่ 17 เท่า Upside ของบริษัทที่ไม่นับรวมกลุ่มธนาคารก็จะน้อยลง

งบไตรมาส 3 จะไม่ดี กระทบ หุ้นเวียดนาม”

ข้อมูลจาก Google mobility ชี้ชัดว่าการระบาดรอบนี้มีการ Lockdown มากกว่าและนานกว่ารอบเมื่อต้นปี ผลกระทบต้องสะท้อนผ่านผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 อย่างแน่นอน กลุ่มธนาคารก็ต้องลดดอกเบี้ยเพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจซึ่งแม้ยังไม่กระทบในระยะสั้นแต่ก็กดดันการทำกำไร

มุมมองอันสดใสต่อสภาพเศรษฐกิจอย่างที่เป็นมาตลอด 2 ไตรมาสแรกของปี 2021 คงต้องเปลี่ยนไปด้วยผลกระทบจากการแพร่ระบาด สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและนโยบาย (VEPR) ปรับลดประมาณการ GDP ของปี 2021 จาก 6.7% เหลือ 5.8% เช่นเดียวกับบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งที่ก็เริ่มปรับลดประมาณการเศรษฐกิจแล้วเช่นกัน

รายได้และกำไรของบริษัทก็ต้องลดลงตามแนวโน้มเศรษฐกิจ ดังนั้นอัตราส่วน P/E ที่ต่ำจนน่าสนใจซึ่งคำนวณจากกำไรเมื่อไตรมาสที่ 2 ก็คงดูน่าสนใจน้อยลงเช่นกัน ทั้งนี้จะเรียกว่าแพงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการ Lockdown ที่ต้องบอกว่าไม่มีใครรู้คำตอบเลย

แต่พี่ทุยมองว่าตลาดน่าจะรอดูการปรับประมาณการก่อน ทำให้มีโอกาสน้อยมากที่ตลาดจะกลับมาเป็นขาขึ้นในเวลาอันสั้น โดยจะมีแนวโน้มทรงตัวเคลื่อนไหวตามข่าวที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

นักลงทุนในประเทศยังไม่มั่นใจกับสถานการณ์

วิกฤติหรือโอกาส "หุ้นเวียดนาม" ลงทุนได้หรือยัง?

ตั้งแต่ปี 2017 จนถึงเดือน ก.พ. ปี 2020 มีนักลงทุนรายย่อยเปิดบัญชีใหม่ประมาณ 20,000 บัญชีต่อเดือน จากนั้นบัญชีเปิดใหม่ก็เพิ่มขึ้นจนไตรมาส 2 ของปี 2021 มีจำนวนเฉลี่ยที่ 100,000 บัญชีต่อเดือน รวมแล้วมีจำนวนบัญชีของนักลงทุนรายย่อยแล้วประมาณ 3.5 ล้านบัญชี ส่วนปริมาณซื้อขายต่อวันคิดเป็น 90% ของทั้งตลาดมานานแล้ว

เรียกได้ว่าตลาดหุ้นเวียดนามถูกขับเคลื่อนด้วยนักลงทุนในประเทศ พี่ทุยคิดว่าไม่มีใครรู้สถานการณ์นี้ได้ดีเท่ากับนักลงทุนในประเทศอีกแล้ว ปริมาณการซื้อขายก็ช่วยทำให้เห็นแนวโน้มของสถานการณ์ได้เช่นกัน

ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. ที่ตลาดกลับมาฟื้นตัวจนถึงวันที่ 20 ส.ค. ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยแต่ละช่วงเวลาทำการอยู่ที่ 16.74 ล้านล้านดอง ต่ำกว่าเมื่อเดือน มิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ 22.22 ล้านล้านดอง หรือแม้กระทั่งครึ่งแรกของเดือน ก.ค. ก็อยู่ที่ 21.18 ล้านล้านดอง ดังนั้นแม้ตลาดจะฟื้นตัวขึ้นมาแต่ปริมาณการซื้อขายรวมเฉลี่ยที่ลดลงทำให้เห็นความไม่แน่ใจของนักลงทุนในประเทศ

วิกฤติหรือโอกาส "หุ้นเวียดนาม" ลงทุนได้หรือยัง?

ส่วนเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติแม้จะกลับเข้ามาอีกครั้งในเดือน ก.ค. แต่ปริมาณการซื้อขายต่อวันแตกต่างจากนักลงทุนรายย่อยจึงแทบไม่มีอิทธิพลกำหนดทิศทางตลาดหุ้นเวียดนาม

ในวิกฤติย่อมมีโอกาส แต่โอกาสก็มีขีดจำกัด สำหรับ “หุ้นเวียดนาม”

วิกฤติหรือโอกาส "หุ้นเวียดนาม" ลงทุนได้หรือยัง?

ด้วยการบริหารอย่างเด็ดขาดจึงคาดได้ว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้แน่นอน บางส่วนมองข้ามผลประกอบการไตรมาส 3 ไปแล้ว และรอการฟื้นตัวที่คาดว่าจะเป็นช่วงปลายปี 2021 ทำให้เป้าดัชนีกลางปี 2022 ยังทรงตัวที่ประมาณ 1,550-1,600 จุด กลายเป็นว่าการปรับตัวลงรอบนี้เป็นโอกาสให้ทยอยลงทุนหุ้นเวียดนาม ทั้งนี้ส่วนหนึ่งยังขึ้นอยู่กับความเร็วในการฉีดวัคซีนซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม คิดเป็น 18% ส่วนที่ได้รับครบ 2 เข็มแล้วคิดเป็น 2.7% ของประชากรทั้งหมด

และก็มีอีกจุดที่ต้องระวังด้วย เพราะจากที่พี่ทุยหาข้อมูลมาหลายฝ่ายคาดว่าการเติบโตของกำไรจะแตะจุดสูงสุดช่วงปลายปี 2022 ซึ่งปกติแล้วตลาดก็คงไม่รอให้มีข่าวจึงอาจปรับตัวไปแตะจุดสูงสุดก่อนหน้านั้นแล้ว

พี่ทุยขอสรุปว่าการปรับตัวลงรอบนี้นับเป็นโอกาสให้ ‘ทยอย’ ลงทุนหุ้นเวียดนาม เพราะต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าสถานการณ์จะฟื้นตัว อย่างไรก็ตามการเติบโตย่อมมีขีดจำกัด ฉะนั้นพอถึงจุดพีคก็อย่าลืมทำกำไรกันบ้าง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: