รู้จัก เทคนิคทำกำไร แม้ใน ตลาดขาลง

รู้จัก “เทคนิคทำกำไร” แม้ในตลาดขาลง

3 min read  

ฉบับย่อ

  • CFD หรือที่ย่อมาจาก Contract of Differences เป็น “ตราสารอนุพันธ์” ประเภทหนึ่งที่มีความคล้ายคลึงกับ “ฟิวเจอร์ส (Futures)”
  • จุดเด่น CFD คือ มีสินทรัพย์ให้เลือกเก็งกำไรได้ทั้ง “ขาขึ้น” และ “ขาลง” ที่หลากหลาย , ใช้ Leverage ได้สูงตั้งแต่ 1 เท่า ไปจนถึงระดับ 500 เท่า
  • CFD มีความเสี่ยงที่สูงกว่า “ฟิวเจอร์ส” เนื่องจากรูปแบบของสัญญาเป็นไปตามตกลงของ “ผู้ซื้อ” และ “ผู้ขาย” ไม่มีสัญญามาตรฐานเช่นเดียวกับฟิวเจอร์ส ทำให้มีความผันผวนของราคาที่สูงกว่า

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
"เปิดบัญชี Windsor Broker"

สำหรับปี 2022 ส่วนตัวพี่ทุยคิดว่าเป็นอีกปีที่ค่อนข้างตึงเครียดสำหรับนักลงทุนเลยล่ะ เพราะมีหลากหลายปัจจัยที่เข้ามากระทบตลาดการลงทุน จนปวดหัวไม่รู้จะทำกำไรได้อย่างไรในช่วง “ตลาดขาลง”

ตั้งแต่ปัญหาเงินเฟ้อ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่นำมาสู่การชะลอตัวของตัวเลขทางเศรษฐกิจ และยังกระหน่ำซ้ำเติมด้วยนโยบายทางการเงินแบบหดตัวอีก ทั้งการขึ้นดอกเบี้ยและการดึงเงินออกจากระบบ เรียกได้ว่างานนี้เล่นเอานักลงทุนปรับพอร์ตกันหัวหมุน

จากปัจจัยทั้งหมดที่เกิดขึ้น เรียกได้ว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่สินทรัพย์เสี่ยงต่าง ๆ ทั้งตลาดหุ้น ตลาดคริปโต ฯ เป็นขาลงอย่างชัดเจน สำหรับการปรับตัวของนักลงทุนนั้น นอกจากจะตัดสินใจหันมาถือเงินสดในสัดส่วนที่มากขึ้นแล้ว ก็ยังสามารถเลือกทำกำไรจากตลาดขาลงได้อีกด้วย

วันนี้พี่ทุยจะพาทุกคนมารู้จักสิ่งที่เรียกว่า “CFD” อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราสามารถทำกำไรได้แม้ในช่วงตลาดขาลง

“CFD” คืออะไร ? ช่วยนักลงทุนอย่างไร ในช่วง “ตลาดขาลง”

CFD หรือที่ย่อมาจาก Contract of Differences เป็น “ตราสารอนุพันธ์” ประเภทหนึ่งที่มีความคล้ายคลึงกับ “ฟิวเจอร์ส (Futures)” ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการเทรด เพราะสามารถเลือกทำกำไรได้ทั้ง “ขาขึ้น” และ “ขาลง”

ดังนั้น CFD เป็นสัญญาซื้อขายส่วนต่างของราคาระหว่าง “ผู้ซื้อ” และ “ผู้ขาย” โดยตรง แบบไม่ผ่านตัวกลาง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าค่าส่วนต่างนั้นเป็นบวกหรือลบ ถ้าหากเป็นบวกผู้ซื้อจะต้องเป็นคนชำระค่าส่วนต่าง ของราคา ณ “ปัจจุบัน” เมื่อ “สัญญาสิ้นสุด” และถ้าหากค่าส่วนต่างนั้นเป็นลบผู้ขายจะต้องเป็นผู้ชำระไว้แทน

“Futures” และ “CFD” เหมือนกันอย่างไร ?

  • ทำกำไรได้ทั้ง “ขาขึ้น” และ “ขาลง”

เราสามารถใช้ทั้ง “Futures” และ “CFD”  เลือกเก็งกำไรได้ทั้งฝั่งขาขึ้นและขาลง สำหรับเทรดเดอร์แล้ว “Futures” และ “CFD” จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ไม่พลาดโอกาสในการลงทุน 

  • มีสินค้าให้เลือกเก็งกำไรที่หลากหลาย

เราสามารถใช้ “Futures” และ “CFD” เลือกเกร็งกำไรในสินทรัพย์การลงทุนได้มากมาย

ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ดัชนีต่าง ๆ สินค้าโภคภัณฑ์ ค่าเงิน หรือแม้แต่คริปโทเคอเรนซี (Cryptocurrency) ณ ปัจจุบัน ก็สามารถเลือกลงทุนได้เช่นกัน 

  • ใช้เงินลงทุนน้อย เลือกใช้ Leverage ได้สูง 

อีกหนึ่งจุดเด่นของทั้ง “Futures” และ “CFD” คือการเพิ่มอำนาจซื้อด้วยการใช้ “Leverage” จึงทำให้นักลงทุนสามารถทำกำไรได้สูง แม้จะใช้เงินลงทุนไม่มาก ทั้ง “Futures” และ “CFD” จึงช่วยให้นักลงทุนมีโอกาสในการทำกำไรมากขึ้น โดยสามารถเลือกเทรดได้ตั้งแต่ 1 เท่า ไปจนถึงระดับ 500 เท่า ก็ได้

“Futures” และ “CFD” แตกต่างกันอย่างไร

ถ้าหากเราดูแบบผิวเผินแล้ว จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะเป็น “Futures” หรือ “CFD” ก็ช่วยทำให้นักลงทุนทำกำไรได้ไม่แตกต่างกัน เพิ่มโอกาสทำกำไรได้เหมือนกันมาก ๆ แต่ในความเป็นจริง ยังมีความเหมือนที่แตกต่างกันในบางมุม ได้แก่

1. “Futures” เป็นสินค้ามาตรฐาน ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ แต่ CFD เป็นการตกลงกันระหว่าง “ผู้ซื้อ” และ “ผู้ขาย” ผ่านการซื้อขายกันเองโดยตรงหรือที่เราจะเรียกว่า Over-the-Counter ทำให้ CFD มีความยืดหยุ่นของขนาดสัญญาที่มากกว่า 

2. “Futures” ไม่สามารถซื้อขายได้ 24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเวลาเปิดปิดของตลาด แต่สำหรับ CFD สามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง

3. “Futures” จะมีความผันผวนของราคาหรือส่วนต่างของราคาที่ต่ำกว่า CFD หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ CFD มีความเสี่ยงที่สูงกว่า

“Windsor Brokers” โบรกเกอร์คุณภาพที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1988

มาถึงตรงนี้แล้ว นักลงทุนท่านไหนที่กำลังมองหาโบรกเกอร์ที่ให้บริการซื้อขาย CFD พี่ทุยมีอีกหนึ่งโบรกเกอร์มากประสบการณ์ที่น่าสนใจมาแนะนำ คือ “Windsor Brokers” นั่นเอง

Windsor Brokers ให้บริการมายาวนานกว่า 34 ปี มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกตามเป้าหมายการลงทุนอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น CFD , ทองคำ , น้ำมัน , หุ้นต่างประเทศ , สกุลเงิน , FX และผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่น ๆ

ได้รับการจดทะเบียนการลงทุนจากสถาบันชั้นนำมากมายไม่ว่าจะเป็น FSA , FSC , CySEC, JSC และ CMA อีกทั้งยังการันตีคุณภาพด้วยรางวัลระดับท้องถิ่นและระดับนานาชาติที่ได้รับอย่างต่อเนื่องมากมาย สามารถเทรดได้อย่างปลอดภัย และมั่นใจได้ทุกการเทรด

นอกจากนี้ เพื่อให้ทุกคนอุ่นใจในการเทรดกับ “Windsor Brokers” ยิ่งขึ้น ทางโบรกเกอร์ยังมีการประกันเงินทุนให้กับทุกบัญชีด้วยเงินประกันกว่า 5,000,000 ยูโรหรือมากถึงประมาณ 185 ล้านบาท 

ไม่เพียงเท่านั้น Windsor Brokers มีเจ้าหน้าที่ดูแลบัญชีเฉพาะในประเทศไทยเพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการทุกท่าน พร้อมยังสนับสนุนนักลงทุนในแง่ของทั้งองค์ความรู้และเทคนิคต่าง ๆ โดยได้มีการจัดงานสัมมนา Workshop รวมไปจนถึงการอัปเดตข่าวเศรษฐกิจต่าง ๆ ให้นักลงทุนอีกด้วย 

แอป ฯ “Windsor Brokers” เทรดสะดวก ปลอดภัย ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ 

Windsor Brokers มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย รองรับการใช้งานผ่าน Metatrader 4 ให้เราได้สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายแพลตฟอร์มและอุปกรณ์ ไม่ว่าจะมือถือหรือคอมพิวเตอร์

ล่าสุดได้เปิดตัวแอป ฯ “Windsor Brokers” เพื่อให้นักลงทุนสามารถจัดการบัญชีได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น จะฝาก ถอน ดูกราฟ ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจก็สามารถใช้งานในแอป ฯ ได้จบในที่เดียวเลย

สำหรับใครที่สนใจเทรดกับ “Windsor Brokers” สามารถสมัคร และเข้าดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3QDt9Q6

สุดท้ายก็ต้องขอย้ำทุก ๆ คนอีกครั้งว่า การลงทุน Forex หรือ CFD เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมาก น่าจะสูงที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์การลงทุนทั้งหมดเลยล่ะ และการเทรดผ่าน CFD นี้จำเป็นต้องมีแผนและวินัยการลงทุนที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกด้วย ดังนั้น อย่าลืมศึกษาข้อมูลการลงทุนอย่างละเอียดและถี่ถ้วนทุกครั้งนะ

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial
error: