หากนึกถึงบริษัทประกันชีวิตในไทยสักแห่งนึง เชื่อได้เลยว่า "ไทยประกันชีวิต" จะต้องผุดขึ้นมาในใจของใครหลายคนแน่ ๆ ก็เค้าอยู่ดูแลคนไทยมานานขนาดนี้ เป็นแบรนด์ประกันชีวิตที่แข็งแกร่งอันดับต้น ๆ ล่าสุดทาง "ไทยประกันชีวิต“ ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นจากสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นที่เรียบร้อย และอยู่ระหว่างเตรียมเสนอขายหุ้น IPO วันนี้พี่ทุยเลยจะพาไปดูกันว่า "ไทยประกันชีวิต" เป็นอย่างไร ? แล้วมีอะไรที่น่าสนใจบ้างสำหรับนักลงทุนแบบเรา ๆ ขอแอบบอกว่า "ไทยประกันชีวิต" เค้าไม่ได้ขายประกันภัยแบบเคลมเงินก้อนเมื่อติดโควิด-19 นะ และไทยประกันชีวิตมีตัวเลขกำไรและการเติบโตที่น่าสนใจทีเดียว

“ไทยประกันชีวิต” เตรียม IPO หลังเติบโตเคียงคู่คนไทยมา กว่า 80 ปี

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ล่าสุดทาง “ไทยประกันชีวิต“ ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นจากสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นที่เรียบร้อย และอยู่ระหว่างเตรียมเสนอขายหุ้น IPO
  • ไทยประกันชีวิตได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากล โดยไทยประกันชีวิตได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในอันดับ A- (ระดับสากล) และ AAA (tha) (ระดับภายในประเทศ) โดย Fitch Ratings
  • วัตถุประสงค์การเสนอขายหุ้นครั้งนี้ก็คือ 1. การลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) และการทำการตลาด 2. เสริมสร้างความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายผ่านทางพันธมิตร 3. เสริมสร้างความแข็งแกร่งของเงินทุน และสำรองเป็นเงินทุนหมุนเวียนและวัตถุประสงค์อื่น ๆ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
"เปิดบัญชี Windsor Broker"

หากนึกถึงบริษัทประกันชีวิตในไทยสักแห่งหนึ่ง เชื่อได้เลยว่า “ไทยประกันชีวิต” จะต้องผุดขึ้นมาในใจของใครหลายคนแน่ ๆ ก็เขาอยู่ดูแลคนไทยมานานขนาดนี้ เป็นแบรนด์ประกันชีวิตที่แข็งแกร่งอันดับต้น ๆ

ล่าสุดทาง “ไทยประกันชีวิต“ ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นจากสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นที่เรียบร้อย และอยู่ระหว่างเตรียมเสนอขายหุ้น IPO วันนี้พี่ทุยเลยจะพาไปดูกันว่า “ไทยประกันชีวิต” เป็นอย่างไร ? แล้วมีอะไรที่น่าสนใจบ้างสำหรับนักลงทุนแบบเรา ๆ

ขอแอบบอกว่า “ไทยประกันชีวิต” เขาไม่ได้ขายประกันแบบเจอ จ่าย จบ เมื่อติดโควิด-19 นะ และไทยประกันชีวิตมีตัวเลขกำไรและการเติบโตที่น่าสนใจทีเดียว

ThaiLife IPO

ในเวลานี้ คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อ “ไทยประกันชีวิต” บริษัทประกันชีวิตที่มีรากฐานมายาวนานกว่า 80 ปี เจ้าของผลงานหนังโฆษณาสร้างแรงบันดาลใจที่ On Air กี่ครั้งก็กินใจคนไทยทั่วประเทศ

ล่าสุดไทยประกันชีวิตได้ประกาศเตรียมเสนอขายหุ้น IPO แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกและนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

วันนี้พี่ทุยจะพาไปเจาะลึกไทยประกันชีวิตกันว่าเป็นอย่างไร แล้วมีแผนจะเติบโตไปในรูปแบบไหนบ้าง

ผลิตภัณฑ์หลัก 6 กลุ่ม  ของ “ไทยประกันชีวิต”

ThaiLife IPO

บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (“ไทยประกันชีวิต”) เป็นบริษัทประกันชีวิตแบรนด์ไทยและก่อตั้งโดยคนไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (เมื่อพิจารณาจากรายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมจากข้อมูลของสมาคมประกันชีวิตไทยสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2563 และ 2564 และสำหรับรอบระยะเวลาสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2565 ) ไทยประกันชีวิตดำเนินธุรกิจและเติบโตคู่คนไทยมาตลอด 80 ปี โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก 6 กลุ่ม ได้แก่

(1) ประกันชีวิตประเภทสามัญ (Basic Ordinary Life Insurance) ได้แก่ แบบสะสมทรัพย์ (Endowment) แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล (Participating Product) แบบตลอดชีพ (Whole life) แบบชั่วระยะเวลา (Term life) และแบบเงินได้ประจำหรือแบบบำนาญ (Annuity)

(2) ประกันชีวิตประเภทควบการลงทุน (Investment-linked) ได้แก่ แบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (Universal Life) และแบบยูนิต ลิงค์ (Unit-linked) 

(3) ประกันชีวิตประเภทอุตสาหกรรม (Industrial Life Insurance) 

(4) ประกันชีวิตประเภทกลุ่ม (Group Life Insurance) 

(5) ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident) และ

(6) สัญญาเพิ่มเติม (Riders) เช่น สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ เป็นต้น

โดยไทยประกันชีวิตมีช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างกว้างขวางผ่าน 3 ช่องทางหลัก คือ 

1. ตัวแทนประกันชีวิต

ซึ่งมีมากกว่า 64,000 ราย และมีจำนวนสาขาและศูนย์บริการลูกค้าครอบคลุมทั่วประเทศ 264 สาขา ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าและสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อน รวมถึงให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565)

2. พันธมิตร

เป็นการทำสัญญาจัดจำหน่ายทั้งแบบ Exclusive และ Non-Exclusive ซึ่งช่วยให้ไทยประกันชีวิตมีความคล่องตัวในการเลือกพันธมิตรที่ดีที่สุดในแต่ละพื้นที่ และสามารถมุ่งเน้นไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีความแตกต่างกันได้อย่างทั่วถึง ซึ่งพันธมิตรของไทยประกันชีวิตมีทั้งธนาคารพาณิชย์ 4 แห่งที่มีเครือข่ายสาขารวมกันมากกว่า 730 แห่งทั่วประเทศ ธนาคารและองค์กรของรัฐ (ซึ่งรวมถึงไปรษณีย์ไทย) ที่มีเครือข่ายสาขารวมมากกว่า 2,900 แห่งทั่วประเทศ บริษัทลีสซิ่งและเช่าซื้อ 9 แห่ง ที่มีสาขาและจุดจำหน่ายรวมมากกว่า 200 แห่ง และบริษัทสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคจำนวน 2 แห่ง ที่มีเครือข่ายสาขารวมกันกว่า 110 แห่ง (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565)

3. ช่องทางอื่น ๆ

เช่น การขายผ่านทางโทรศัพท์ สวัสดิการพนักงานแบบกลุ่ม และ Digital Platform

ThaiLife IPO

จุดเด่นที่ทำให้ไทยประกันชีวิตสามารถเติบโตมาได้อย่างยาวนานตลอดกว่า 80 ปี นั้น เนื่องจากไทยประกันชีวิตมีความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่ง ซึ่งประกอบไปด้วย

1. เป็นแบรนด์สัญชาติไทย ที่ก่อตั้งโดยคนไทยรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 

มีหัวใจของการดูแลคนไทยอย่างเข้าใจ เติบโตและอยู่เคียงคู่กับคนไทยเสมอมา

2. มีตัวแทนประกันชีวิตจำนวนมาก

มีตัวแทนประกันชีวิตที่มีจิตวิญญาณแห่งการบริการลูกค้า โดยมีจำนวนมากกว่า 64,000 ราย (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565)

3. มีช่องทางการจัดจำหน่ายและพันธมิตรที่หลากหลาย

มีช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม หลากหลาย รวมไปถึงช่องทาง E-Commerce

4. มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ตอบโจทย์ลูกค้าประเภทต่าง ๆ

มีผลิตภัณฑ์คุณภาพมากมายให้เลือกอย่างหลากหลาย และตอบโจทย์ในทุกช่วงของชีวิต ทำให้ไทยประกันชีวิตครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงเป็นอันดับที่สองและอันดับที่สามของบริษัทประกันชีวิตชั้นนำในประเทศไทย ซึ่งรายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมของไทยประกันชีวิตคิดเป็นร้อยละ 14.7 และ 12.9 ของอุตสาหกรรมประกันชีวิต (เมื่อพิจารณาจากรายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมสำหรับปี 2564 และสำหรับรอบระยะเวลาสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2565 )

มีบริการที่มากกว่าการประกันชีวิต เช่น ไทยประกันชีวิตHotline เป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกและแห่งเดียว ที่มีบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ ตลอด 24 ชั่วโมง ทั่วโลก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมไปถึง Digital Platform “แอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต” ทำให้ลูกค้าสามารถได้รับบริการจากไทยประกันชีวิตได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง

5. สามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้ดี

สร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่องตลอด 15 ปี นอกจากนี้ ยังมีสถานะเงินทุนที่แข็งแกร่งแม้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติของโรคระบาด ด้วยอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio: CAR) ถึง 360.57%  (ณ วันที่ 31 มี.ค. 2565)

6. มีทีมผู้บริหารมากประสบการณ์

มีทีมผู้บริหารที่เชี่ยวชาญทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ด้านธุรกิจประกันชีวิตสั่งสมมายาวนาน รวมถึงการได้รับความสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น MY ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ในญี่ปุ่น

และแน่นอนว่า ด้วยจุดเด่นทั้งหมดนี้ ไทยประกันชีวิตจึงสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินอย่างน่าประทับใจ

อีกทั้งยังได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากล โดยไทยประกันชีวิตได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในอันดับ A- (ระดับสากล) และ AAA (tha) (ระดับภายในประเทศ) โดย Fitch Ratings อันสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงขององค์กร (ณ เดือนเม.ย. 2565 โดย Fitch Ratings)

ไทยประกันชีวิตเติบโตอย่างแข็งแกร่งแม้ในวิกฤตโควิด-19

ThaiLife IPO

แม้ในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ไทยประกันชีวิตก็ยังมีกำไรสุทธิที่เติบโตจาก 7,692.32 ล้านบาทสำหรับปี2563 เป็น 8,393.52  ล้านบาท สำหรับปี 2564 ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสำหรับรอบระยะเวลาสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2565 ไทยประกันชีวิตมีกำไรสุทธิ 3,793.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จาก 3,307.97 ล้านบาท จากรอบระยะเวลาสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2564 เรียกได้ว่าไทยประกันชีวิตสามารถบริหารจัดการและสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องทีเดียวในเวลานี้

นอกจากนี้ไทยประกันชีวิตยังมีเป้าหมายและนโยบายการจัดการด้านความยั่งยืน (SD) เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวด้วย   

ไทยประกันชีวิต จึงไม่ใช่แค่การขายประกันชีวิตแต่เป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต หรือ “Life Solutions Provider” โดยมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ลูกค้าวางแผนชีวิต และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีความมั่นคงด้านการเงินตลอดช่วงอายุ พร้อมตระหนักถึงความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ รวมทั้งความสำคัญในการได้รับการพิจารณาว่าเป็นองค์กรที่คำนึงถึง ธรรมาภิบาล (Governance) สิ่งแวดล้อม (Environmental) และ สังคม (Social)  หรือตามหลัก ESG เพื่อให้ไทยประกันชีวิตและสังคมไทยเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กัน 

ไทยประกันชีวิตจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแนวทางของ UN Global Compact ซึ่งประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่

1. การยึดมั่นคำสัญญา (Promise) 
มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ทุกชีวิต เพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตชั้นนำในระดับสากล
2. การคุ้มครองป้องกัน (Protect)
มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงใจ และเพิ่มคุณค่าให้กับทุกช่วงเวลาของชีวิต
2. การสร้างความรุ่งเรืองเฟื่องฟู (Prosper)  
มุ่งเน้นการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ ไปพร้อมกับการสนับสนุนบุคลากรให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ชุมชนและสภาพแวดล้อมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

จุดประสงค์ในการ IPO ครั้งนี้

ThaiLife IPO

ซึ่งการขออนุญาตเพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) โดยวัตถุประสงค์การเสนอขายหุ้นครั้งนี้ก็คือ

1. การลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) และการทำการตลาด

2. เสริมสร้างความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายผ่านทางพันธมิตร

3. เสริมสร้างความแข็งแกร่งของเงินทุน และสำรองเป็นเงินทุนหมุนเวียนและวัตถุประสงค์อื่น ๆ

สำหรับใครที่สนใจหุ้น IPO ของไทยประกันชีวิต ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเลยนะว่าเค้าจะเปิดขายเมื่อไหร่ แล้วราคาจองซื้อเท่าไหร่ และจองซื้อยังไงบ้าง

สามารถติดตามได้ที่นี่

ที่สำคัญคือ อย่าลืมศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยนะทุกคน

หมายเหตุ : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ในประเทศไทยเท่านั้น และไม่ถือเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ ห้ามมิให้มีการทำซ้ำ ส่งต่อ หรือเผยแพร่เอกสารฉบับนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial
error: