"เครื่องหมายท้ายหุ้น" แต่ละตัว หมายความว่ายังไง ?

“เครื่องหมายท้ายหุ้น” แต่ละตัว หมายความว่ายังไง ?

3 min read  

นักลงทุนหุ้นทุกคน น่าจะเคยเห็น “เครื่องหมายท้ายหุ้น” กันมาบ้าง แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าเครื่องหมายทั้งหมดที่ควรรู้มันมีอะไร และแต่ละตัวมีความหมายแบบไหน พี่ทุยจะมาสรุปแบบเข้าใจง่าย ๆ ให้ฟังกัน

“เครื่องหมายท้ายหุ้น” ที่นักลงทุนควรรู้ มีอะไรบ้าง ?

"เครื่องหมายท้ายหุ้น" แต่ละตัว หมายความว่ายังไง ?

1. เครื่องหมายตระกูล X

เป็นเครื่องหมายที่เราน่าจะเห็นกันบ่อยที่สุด และเป็นสิ่งที่แสดงการ “ยกเว้นสิทธิ” อะไรบางอย่าง ถ้าเราซื้อหุ้นในวันที่ขึ้นเครื่องหมาย X จะไม่ได้รับสิทธิในเรื่องนั้น ๆ แต่ถ้าซื้อหรือถือหุ้นก่อนขึ้นเครื่องหมาย X แล้วถือจนถึงวันที่ขึ้นเครื่องหมาย X จะได้รับสิทธิตามปกติ

สำหรับใครที่อยากรู้ว่า หุ้นตัวไหน จะขึ้นเครื่องหมาย X ต่าง ๆ วันไหนอย่างไรบ้าง เราสามารถตรวจสอบได้จากปฏิทินหลักทรัพย์ในเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ (SET)

และอีกหนึ่งเครื่องหมายที่เราจะเห็นได้บ่อย ๆ คือ เครื่องหมาย “CA” ท้ายชื่อหุ้น ซึ่งย่อมา จาก “Corporate Action” เป็นเครื่องหมายที่แสดงให้รู้ว่าหุ้นนั้น ๆ กำลังจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นภายในระยะเวลา 7 วัน

และถ้าอยากรู้ว่าเป็นเหตุการณ์อะไร ให้ลองคลิกเข้าไปดูที่เครื่องหมาย CA ก็จะมี Pop-up เครื่องหมายตระกูล X และวันที่จะเกิดเหตุการณ์นั้น ๆ ปรากฎขึ้นมา

"เครื่องหมายท้ายหุ้น" แต่ละตัว หมายความว่ายังไง ?

2. เครื่องหมายตระกูล T

เป็นอีกหนึ่งเครื่องหมายที่เราจะเห็นได้บ่อย ตอนที่หุ้นตัวไหนปรับขึ้นแรง ๆ เป็นเครื่องหมายในการควบคุมความร้อนแรงของตลาด เพราะบางครั้งอาจจะมีนักเก็งกำไรมาปั่นราคาหุ้นให้สูงขึ้นโดยการใช้บัญชีกู้ยืม (Margin) ซึ่งทำให้มีแรงซื้อขายมากกว่าปกติ ทำให้ราคาหุ้นปรับขึ้นไปสูง จนมีนักลงทุนเริ่มให้ความสนใจเข้ามาซื้อตามกันเยอะ และอาจจะทำให้เกิดความผันผวนทั้งแรงซื้อและแรงขายได้

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผันผวนที่มากจนเกินไป ตลาดหลักทรัพย์เลยต้องมีมาตรการป้องกันความเสี่ยง ด้วยกัน 3 ระดับ คือ

Trading Alert Level 1 (T1) : ระดับ 1
การบังคับให้หุ้นที่มีการเคลื่อนไหวผิดปกติจะต้องใช้บัญชี Cash Balance ในการซื้อขายหุ้นเท่านั้น เมื่อใช้บัญชีกู้ยืมไม่ได้ ก็จะทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาซื้อขายหุ้นตัวดังกล่าวน้อยลง ความแรงของราคาและปริมาณการซื้อหุ้นก็อาจจะลดลงนั่นเอง

Trading Alert Level 2 (T2) : ระดับ 2
ถ้าหุ้นตัวนั้นยังเข้าเกณฑ์ Trading Alert list ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จะเพิ่มการห้ามไม่ให้โบรกเกอร์ใช้หุ้นตัวนี้ค้ำประกันในการคำนวณวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ในทุกประเภทบัญชีด้วย

Trading Alert Level 3 (T3) : ระดับ 3
ถ้าหุ้นตัวนั้นยังเข้าเกณฑ์ Trading Alert list ซ้ำเป็นครั้งที่ 3 จะเพิ่มการห้ามหักกลบค่าซื้อขายในวันเดียวกัน หมายความว่า เมื่อเราซื้อขายหุ้นตัวนี้ในวันเดียวกันจะไม่ได้รับวงเงินคืนมา ต้องรอวันทำการถัดไป จะทำให้นักเก็งกำไรเข้าไปซื้อขาย ๆ หุ้นตัวนั้นหลาย ๆ รอบใน 1 วันไม่ได้นั่นเอง

"เครื่องหมายท้ายหุ้น" แต่ละตัว หมายความว่ายังไง ?

นอกจากเครื่องหมายตระกูล X และตระกูล T แล้ว ยังมีเครื่องหมายอื่น ๆ ที่เป็นการห้ามหรือเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น

Trading Halt (H) คือ การห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว อาจเพราะมีข่าวที่ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น แต่บริษัทยังไม่ได้แจ้งข้อมูล หรืออยู่ระหว่างรอเปิดเผยข้อมูล หรือมีเหตุอื่นที่อาจกระทบต่อการซื้อขายอย่างร้ายแรง

Trading Suspension (SP) คือ การห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว เมื่อเกิดเหตุการณ์เหมือนกันกับการขึ้นเครื่องหมาย H แต่บริษัทยังไม่สามารถชี้แจงหรือเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ได้ หรืออาจฝ่าฝืน ละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งไม่ส่งงบการเงินให้ภายในเวลากำหนด

Notice Pending (NP) คือ บริษัทมีข้อมูลที่ต้องรายงาน และตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างรอข้อมูลจากบริษัท

Notice Received (NR) คือ ตลาดหลักทรัพย์ ได้รับการชี้แจงข้อมูลจากบริษัทแล้ว

Non-Compliance (NC) คือ บริษัทที่เข้าข่ายการถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์

Stabilization (ST) คือ หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการซื้อหุ้นเพื่อส่งมอบหุ้นที่จัดสรรเกิน (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องหมาย ST คลิก)

พี่ทุยหวังว่านักลงทุนจะเข้าใจและจำความหมายของ “เครื่องหมายท้ายหุ้น” แต่ละตัวให้ได้ขึ้นใจ เพราะแต่ละเครื่องหมายจะแสดงข่าวความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่แตกต่างกัน รวมถึงส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ของนักลงทุน

ยิ่งเราเข้าใจข้อมูลต่าง ๆ มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้สามารถจับจังหวะการลงทุน ช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรและลดโอกาสขาดทุนได้มากเท่านั้น

ดู Youtube เพิ่มเติม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: