เหตุการณ์ชื่อซ้ำปี 2564 เป็นเหตุให้หุ้นขึ้น

[สรุปโพสต์เดียวจบ] 4 เหตุการณ์ชื่อซ้ำปี 2564 เป็นเหตุให้ “หุ้นขึ้น”

3 min read  

ฉบับย่อ

  • Signal เป็นแอปพลิเคชันแชท แต่ Signal Advance เป็นบริษัทที่ให้บริการและที่ปรึกษา เกี่ยวกับวิศวกรรม ของสหรัฐฯ 
  • Clubhouse แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เน้นการสนทนาผ่านเสียง แต่บริษัท ClubHouse Media Group ดำเนินธุรกิจเน้นการโปรโมตอินฟลูอินเซอร์และช่องทางโซเชียลมีเดีย
  • Facebook ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta แต่ Meta Materials เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านวัสดุในแคนาดา และบริษัทเมตะ คอร์ปอเรชั่น ในไทยทำอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง 
  • การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้ ดันให้ Token คริปโตที่ชื่อ Omicron ที่คล้ายกับชื่อสายพันธุ์ใหม่ ราคาดีดขึ้น 8 เท่า

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

หุ้นขึ้น ปี 2564 ที่ได้รับผลจากการใช้ “ชื่อคล้าย” หรือ “ชื่อซ้ำ” ที่ทำให้นักลงทุนหลายคนงงกันไปตาม ๆ กันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจ แต่ทำไม “หุ้นขึ้น” แรงขนาดนี้ ไปฟังกัน…

7 ม.ค. : Signal 

Elon Musk ได้ทวีตว่า “Use Signal” เชิญชวนให้คนที่ติดตามเขาอยู่ ให้หันมาใช้แอปพลิเคชันแชทของ Signal แทน หลังจากที่ Facebook ได้ปรับเงื่อนไขการใช้งานของ WhatsApp ว่าต้องแชร์ข้อมูลส่วนตัวให้กับ Facebook 

ซึ่ง Signal มีจุดเด่นในเรื่องของ “ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว” โดยทุกข้อความจะถูกเข้ารหัสไว้ (Signal Protocol) ทั้งนี้ แอปพลิเคชัน Signal เป็นของ Signal Foundation ซึ่งเป็นองค์การไม่แสวงหาผลกำไร และไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้น

แต่มีบริษัทหนึ่งที่ชื่อคล้ายกัน คือ “Signal Advance” ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการและที่ปรึกษา เกี่ยวกับวิศวกรรม ของสหรัฐฯ และบริษัทมีการซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้น ด้วยชื่อย่อ “SIGL”

ซึ่งนักลงทุนหลายคน ที่อยากลงทุนในแอปพลิเคชัน Signal เนื่องจากเห็นอัตราการเติบโตของยอดดาวน์โหลดทั่วโลก ก็เลยรีบเข้าไปลงทุนในหุ้นของ Signal Advance ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นทันที 527% ในวันนั้น และวันต่อมาราคาก็พุ่งขึ้นอีก 91% รวมแล้ว ภายใน 2 วัน ราคาหุ้นของ Signal Advance เพิ่มขึ้นจาก 60 เซนต์ต่อหุ้น ไปเป็น 7.19 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1,098% 

เหตุการณ์ชื่อซ้ำปี 2564 เป็นเหตุให้หุ้นขึ้น

17 ก.พ. : Clubhouse

“Clubhouse” แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เน้นการสนทนาผ่านเสียง มีชื่อพ้องกับบริษัทผู้ผลิตสื่อและคอนเทนต์อย่าง ClubHouse Media Group Inc. (CMGR) 

รายงานจาก Bloomberg ระบุว่าบริษัท ClubHouse Media Group ที่เพิ่งจะเปลี่ยนชื่อมาจาก Tongji Healthcare Group Inc. และเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจ มาเน้นการโปรโมตอินฟลูอินเซอร์และช่องทางโซเชียลมีเดียเมื่อเมื่อไม่นานมานี้ 

สร้างความสับสนให้เหล่านักลงทุนเป็นอย่างมาก หลังจากคนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าพวกเขาเป็นบริษัทเดียวกันกับผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน Clubhouse ทำให้หุ้นของ ClubHouse Media Group พลอยได้รับอานิสงส์จากความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นไปด้วย 

โดยหุ้นทะยานขึ้นแรง 1,026%  มูลค่าบริษัทตามราคาตลาด (Market Cap) ของ ClubHouse Media Group ยังปรับขึ้นเป็น 2,538 ล้านดอลลาร์ หรือราว 76,100 ล้านบาท

เหตุการณ์ชื่อซ้ำปี 2564 เป็นเหตุให้หุ้นขึ้น

29 ต.ค. : META

หลัง Facebook ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta อย่างเป็นทางการแล้วเพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นบริษัท Metaverse อย่างเต็มตัว โดยหุ้นจะซื้อขายภายใต้อักษรย่อว่า “MVRS

ก็มีบริษัทหุ้นชื่อ “META” หลายบริษัทพุ่งขึ้น ทั้งในไทยและต่างประเทศแม้บริษัทเหล่านี้ จะไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับ Facebook เลยหุ้น

1. บริษัท Meta Materials บริษัทเทคโนโลยีด้านวัสดุในแคนาดา ที่ซื้อขายภายใต้อักษรย่อว่า “MMAT” หุ้นขึ้นดีดขึ้นทันที +25% ทำให้ทาง CEO ถึงกับออกมาทวีตว่า “ขอต้อนรับ Facebook สู่ metaverse”

2. หุ้น META หรือบริษัทเมตะ คอร์ปอเรชั่น ในไทยที่ทำอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง อยู่ ๆ ราคาก็ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บวกขึ้นสูงสุดถึง +15%

เหตุการณ์ชื่อซ้ำปี 2564 เป็นเหตุให้หุ้นขึ้น

28 พ.ย. : OMICRON

การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้ ดันให้ Token คริปโตที่ชื่อ “Omicron” ราคาดีดขึ้น 8 เท่าภายในวันเดียว โดยราคาของเหรียญได้ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 60 ดอลลาร์ ขึ้นมาเป็น 440 ดอลลาร์ ภายในเวลา 24 ชั่วโมง

เหตุการณ์ชื่อซ้ำปี 2564 เป็นเหตุให้หุ้นขึ้น

ใครถือหุ้นเหล่านี้อยู่ถือว่าเป็นโชคดีของปี 2564 เลยที่ “หุ้นขึ้น” นอกเหนือปัจจัยทางตรง แต่พี่ทุยอยากให้ทุกคนระวังในการลงทุน ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนจะลงทุน เพราะหากดูจากปัจจัยพื้นฐานแล้วการที่หุ้นขึ้นแบบนี้มาจาก “ความเข้าใจผิด” ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาหุ้นในระยะสั้นมาก ๆ 

ดังนั้น การใช้โอกาสรูปแบบนี้ในการลงทุนต้องอาศัยความไว ในการเข้าเร็ว และออกเร็ว ซึ่งเป็นโอกาสที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงที่สูง ที่ต้องอาศัยการยอมรับ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่สามารถรับได้เช่นกัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
error: