ส่องแนวโน้มเศรษฐกิจและ “ธีมการลงทุน 2022” มีอะไรน่าสนใจบ้าง

ส่องแนวโน้มเศรษฐกิจและ “ธีมการลงทุน 2022” มีอะไรน่าสนใจบ้าง

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ปี 2022 เศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวต่อเนื่องโดยเฉพาะประเทศพัฒนา แต่ภาวะเงินเฟ้อก็น่าห่วงเช่นกัน ทำให้ธนาคารกลางมีบทบาทอย่างมาก เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ดังนั้นประเทศใดที่ภาวะการเงินไม่แกร่งก็อาจเผชิญกับผลกระทบเชิงลบจากการขึ้นดอกเบี้ย
  • 3 Megatrend ประกอบด้วย Cloud Computing, Cybersecurity และ ESG รับผลดีจากการเปลี่ยนผ่านสู่โลกเทคโนโลยีที่ทุกคนหันมาคำนึงถึงความยั่งยืนซึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
  • การลงทุนมีความเสี่ยงดังนั้นไม่ว่าสินทรัพย์นั้นจะน่าสนใจขนาดไหนหรือนักลงทุนในตลาดสนใจมากเพียงใด การกระจายความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญอยู่เสมอไม่เปลี่ยนแปลง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

บรรยากาศเริ่มต้นปีใหม่แบบนี้ หลายคนกำลังชาร์จพลังเตรียมลุยเป้าหมายปีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการงาน สุขภาพ รวมไปถึงการเงิน พี่ทุยได้รวบรวมมุมมองเศรษฐกิจ สำหรับ “ธีมการลงทุน 2022” จากนักวิเคราะห์ พร้อม 3 Megatrend ที่น่าสนใจสำหรับปี 2022 มาให้แล้ว

มุมมองเศรษฐกิจปี 2022

ตลอดปี 2021 เศรษฐกิจทั่วโลกทยอยกลับมาฟื้นตัว นักวิเคราะห์ยังคาดว่า จะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2022 โดยครึ่งแรกของปีเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่นยังคงโมเมนตัมการเติบโต จากนั้นจะชะลอตัวบ้างในครึ่งหลังของปี 2022 

ส่วนประเทศตลาดเกิดใหม่มีการฟื้นตัวที่น้อยกว่าโดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งมีปัญหาในภาคอสังหาฯ และมาตรการควบคุมโควิด-19 อย่างเข้มงวด ทั้งนี้การฟื้นตัวขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจว่าจะมากน้อยขนาดไหน ส่วนประเทศบราซิลมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าเนื่องด้วยภาวะทางการเงินที่ตึงตัว ด้านอินเดียยังน่าสนใจหลังฟื้นตัวจากโควิด-19 ได้โดดเด่น เช่นเดียวกับรัสเซียซึ่งได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ส่องแนวโน้มเศรษฐกิจและ “ธีมการลงทุน 2022” มีอะไรน่าสนใจบ้าง

เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วทำให้เกิดเงินเฟ้ออย่างไม่คาดคิด ซึ่งคาดว่ายังจะเป็นปัญหาสำคัญต่อไปยังปี 2022 ธนาคารกลางจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการควบคุมโดยประเทศที่สภาวะการเงินแกร่งก็สามารถขึ้นดอกเบี้ยหยุดยั้งเงินเฟ้อได้

ยกตัวอย่างเช่น อังกฤษ แคนาดา ส่วนธนาคารกลางสหรัฐฯ ถูกคาดว่ามีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยช่วงครึ่งหลังของปี 2022 ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญมากในปีหน้า แต่หากเป็นประเทศที่สภาวะการเงินไม่แกร่งแล้วต้องเผชิญกับเงินเฟ้อ การขึ้นดอกเบี้ยอาจสร้างผลเสียซ้ำเติมเศรษฐกิจได้อีก เช่น ตุรกี อาร์เจนติน่า

หุ้นก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจอยู่ เนื่องจากภาวะดอกเบี้ยต่ำทำให้สภาพคล่องเหลือล้นในระบบ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้าลงทุนในหุ้น แน่นอนว่าการลงทุนก็มีความผันผวนตามภาวะตลาดเป็นธรรมดาแต่ถ้าใครอยากลงทุนตามกระแส “Megatrend” รับการเติบโตระยะยาวอย่างสบายใจ เราก็ไปดูกันหน่อยว่าจะน่าสนใจขนาดไหน

1. Cloud Computing

ระบบ Cloud Computing ถูกใช้อย่างแพร่หลายช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ iCloud จาก Apple เป็นตัวอย่างการใช้ cloud ในชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัวใครหลายคนมาก เช่นเดียวกับชีวิตการทำงานซึ่งหันมาการเก็บไฟล์ข้อมูลไว้กับ Google Drive และสามารถแชร์ Link ที่อยู่ไฟล์ไปให้เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือลูกค้าก็ได้

โควิด-19 ทำให้การทำงานถูกปรับเปลี่ยนสู่ยุค Work From Home ซึ่งหากธุรกิจใดยังยึดติดกับระบบ Server เก็บข้อมูลแบบเก่าคงขยายธุรกิจไม่ทันคู่แข่งที่ใช้ระบบ Cloud ที่ตอบโจทย์ด้านความยืดหยุ่น ประหยัดต้นทุนและค่าใช้จ่ายกว่าระบบเซิฟเวอร์ 77% เพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลได้ง่าย และเชื่อมต่อฐานข้อมูลกับโปรแกรมอื่นอย่างมีประสิทธิภาพ

Gartner บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีคาดว่าปี 2021 ทั่วโลกจะใช้จ่ายกับระบบ Cloud เพิ่มขึ้นจากปี 2020 ถึง 23.1% แน่นอนว่าสหรัฐฯ เป็นตลาด Cloud ใหญ่ที่สุดในโลกทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างจีนอยู่ราว 3 เท่าตัว ซึ่งตลาด Cloud ของสหรัฐฯ มีการเติบโตในไตรมาส 2 ปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงโควิด-19 ระบาด 38% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ข้อมูลล่าสุดไตรมาส 1 ปี 2021 แม้จะเปิดเมืองแล้วก็ยังโตเพิ่มอีก 29% จากไตรมาส 4 ปี 2020

กระแสนี้ส่งให้ Top 4 ผู้ให้บริการ Cloud คือ Amazon, Microsoft, Google และ Alibaba มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันเมื่อไตรมาส 4 ปี 2020 ประมาณ 65% โดยเบอร์ 1 แห่งวงการอย่าง Amazon รายได้โต 28% (YoY) ตามด้วย Microsoft โต 50% (YoY) ส่วน Google และ Alibaba โตขึ้น 58% และ 54% ตามลำดับ

ส่องแนวโน้มเศรษฐกิจและ “ธีมการลงทุน 2022” มีอะไรน่าสนใจบ้าง

ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่าการเข้าสู่ยุค 5G ทำให้ระหว่างปี 2018 ถึง 2025 ทั่วโลกจะมีข้อมูลในโลกออนไลน์มากขึ้น 5 เท่า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็ต้องพึ่งพา Cloud เป็นที่เก็บ 

ส่วนตลาด Cloud ของประเทศสหรัฐฯ ก็ถูกคาดว่าระหว่างปี 2021 ถึง 2028 จะขยายประมาณปีละ 18.1% นอกจากนี้ยังมีผลสำรวจทั้งบริษัทและ SME ทั่วโลกจาก Flexera ปี 2021 พบว่าบริษัทและ SME เปลี่ยนมาใช้ Cloud เนื่องจากโควิต-19 เร็วกกว่าที่วางแผนไว้ถึง 90% โดยปี 2020 จะเป็นองค์กรขนาดเล็กที่หันมาลงทุน  Cloud ส่วนปี 2021 กลับเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่เพิ่มงบส่วนนี้

โดยรวมความต้องการ Cloud มีแนวโน้มเติบโตไปได้ยาว ๆ ทั้งจากข้อมูลโลกออนไลน์มากขึ้นในยุค 5G พร้อมโควิด-19 ได้เปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปสู่ความยืดหยุ่น ขยายธุรกิจรวดเร็วพร้อมต้นทุนที่ต่ำลง

2. Cybersecurity

Global X by Mirae Asset จัดให้ Cybersecurity เป็น Theme ประเภทหนึ่งใน Mega-Theme กลุ่ม Big Data การมาของยุค Big Data จากกระแส Internet of Things (IoT), Cloud Computing และ AI อีกทั้งกระแสการทำงานแบบ Remote ต่างเป็นเป้าการก่ออาชญกรรมทางไซเบอร์ เช่น ระบบของบริษัท Colonial Pipeline ผู้ดูแลท่อส่งน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ ต้องปิดระบบหลังถูกแฮก หรือใกล้ตัวเข้ามาหน่อยก็จะเห็นว่ามีข่าวในโลกโซเชียลเกี่ยวกับการถูกขโมยข้อมูลหรือหลอกโอนเงินมากขึ้น

ทุกบริษัทที่ใช้อินเตอร์เน็ตล้วนเป็นเป้าการโจมตีทางไซเบอร์ แต่กลุ่มบริษัทการเงินเป็นกลุ่มที่จะได้รับความเสียหายด้านความน่าเชื่อถืออย่างมาก รายงานจาก HSBC ชี้ว่าใช้เวลากว่า 2 ปี ถึงจะกู้ความน่าเชื่อถือกลับมาได้ ชัดเจนว่า Cybersecurity เป็นอุตสาหกรรมเบื้องหลังที่ขาดไม่ได้ในยุคเทคโนโลยีเติบโตเช่นนี้

ส่องแนวโน้มเศรษฐกิจและ “ธีมการลงทุน 2022” มีอะไรน่าสนใจบ้าง

เหล่าบริษัทก็มองเห็นความเสี่ยงด้านนี้เช่นกัน 451 Research สำรวจผู้เชี่ยวชาญด้าน IT พบว่ามีถึง 92% ตอบว่าปี 2021 บริษัทที่พวกเขาทำงานอยู่จะเพิ่มงบความปลอดภัยด้านข้อมูลเมื่อเทียบกับปี 2020 และคาดว่าการใช้จ่ายด้าน Cybersecurity ระหว่างปี 2020-2026 จะเติบโตปีละ 7.7-14.5%

3. ESG : Environmental, Social & Governance

ที่ผ่านมาบริษัทหลายแห่งดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับผลประกอบการเป็นหลักโดยไม่คำนึงถึงทรัพยากรที่ใช้ไป สร้างมลพิษของเสียกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ไม่มีสวัสดิการดูแลพนักงาน นอกจากนี้ยังการทุจริตในองค์กรสร้างผลเสียต่อผู้ถือหุ้น หน่วยงานภาครัฐจึงบังคับใช้มาตรการด้าน Environmental, Social & Governance (ESG) เพื่อให้ดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืน

เมื่อปี 2011 มีบริษัทในดัชนี S&P 500 รายงานข้อมูลด้าน ESG เพียง 20% แต่ในปี 2019 สัดส่วนบริษัทที่รายงานข้อมูล ESG เพิ่มขึ้นเป็น 90% แสดงว่า ESG ถูกใช้เป็นมาตรฐานแล้วเพียงแต่ว่ายังไม่เป็นที่รู้จักในตลาดหุ้น การมาของโควิด-19 พร้อมกระแสพลังงานสะอาดได้ปลุกความนิยมการลงทุนแบบ ESG

ส่องแนวโน้มเศรษฐกิจและ “ธีมการลงทุน 2022” มีอะไรน่าสนใจบ้าง

เม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้ากองทุนที่เน้นความยั่งยืนเพิ่มขึ้นจากปี 2019 ที่ 165,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 348,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2020 เติบโตมากกว่า 100% ผลสำรวจจาก BNP ชี้ว่าปัจจัยที่นักลงทุนหันมาสนใจ ESG อันดับแรกคือมองว่าจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้พอร์ตในระยะยาว รองลงมาพิจารณาภาพลักษณ์ของแบรนด์ ตามมาด้วยเพื่อลดความเสี่ยงการลงทุน

กระแสการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นกำลังหลักที่หนุนกระแส ESG ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อไปอย่างแน่นอน ยืนยันได้จากประเทศสหรัฐฯ จีน ยุโรป และญี่ปุ่นหันมาส่งเสริมอุตสาหกรรมเหล่านี้กันอย่างจริงจังจนกลายเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาล 

ไม่เพียงเท่านี้บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่รู้จักกันซึ่งดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับ ESG สักเท่าไรกลับกลายเป็นกลุ่มที่เน้นมาตรฐาน ESG อย่างเคร่งครัด เช่น Apple ใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษและวัสดุรีไซเคิล Microsoft ตั้งเป้าปล่อยคาร์บอนเหลือ 0 ภายในปี 2030 เช่นเดียวกับ Google ซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน

สรุป “ธีมการลงทุน 2022″

สรุป 3 Megatrend ที่น่าสนใจปี 2022

นอกจาก 3 Megatrend นี้แล้วก็ยังมี Megatrend อีกมากมายที่น่าสนใจ เช่น Healthtech, Sustainable Energy หรือแม้กระทั่ง Blockchain อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Megatrend นั้นจะมีความน่าสนใจมากขนาดไหน พี่ทุยอยากเตือนว่า อย่าลืมแบ่งสัดส่วนและกระจายความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตัวเองด้วยนะ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
error: