หุ้นจีนวันนี้ กลับมาเติบโตอีกครั้งแล้วหรือยัง ?

หุ้นจีนวันนี้ กลับมาเติบโตอีกครั้งแล้วหรือยัง ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • นักลงทุนสถาบันมองตรงกันว่า ถึงเวลาที่หุ้นจีนจะกลับมาเติบโตแล้ว หลังจากลงไปจนถึงจุดต่ำสุดช่วงที่ผ่านมา ด้วยพลังบวกจากนโยบายผ่อนคลายของทางการจีน
  • กลุ่มหุ้นที่น่าจับตาคือ อสังหาริมทรัพย์และส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการในห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
  • สำหรับคนที่ลงทุนระยะยาว ช่วงเวลานี้น่าดึงดูดใจมาก ๆ สำหรับการเข้าลงทุน โดยเหตุผลที่ควรลงทุนต่อเนื่องในจีนเพราะจีนมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก และหุ้นจีนก็น่าจะทำผลงานได้ดีกว่าหุ้นสหรัฐฯ หลังบริษัทที่คุณภาพสูงราคาลงมามาก

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ถ้าพูดถึงตลาดหุ้นที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจด ๆ จ้อง ๆ อยู่ว่า จะเข้าไปลงทุนดี หรือจะยังรอก่อนดีช่วงนี้ ชื่อตลาดหุ้นจีนลอยขึ้นมาด้วยแน่นอน วันนี้พี่ทุยก็เลยจะชวนเพื่อน ๆ มาติดตามข้อมูลและพิจารณาไปพร้อมๆ กันว่า ถึงเวลาแล้วหรือ ยังที่เราควรจะเข้าลงทุน “หุ้นจีนวันนี้” โดยดูจากมุมมองของนักลงทุนสถาบันที่อยู่ในตลาดจีนที่พี่ทุยไปลองหามา

หุ้นจีนวันนี้ ในมุมมองของ HSBC Asset Management

เริ่มที่มุมมองของ HSBC Asset Management ก่อน ที่วิเคราะห์หุ้นจีนไว้น่าสนใจ ซึ่งพี่ทุยขอเอามาสรุปให้เพื่อน ๆ อ่านกันง่าย ๆ แบบนี้

สรุปเหตุการณ์ช็อคที่กระทบเศรษฐกิจจีนครึ่งแรกปี 2022

  • การล็อคดาวน์ควบคุมโควิด-19
  • ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ตกต่ำ
  • การบริโภคในประเทศอ่อนแอ
  • การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของสหรัฐฯ
  • ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในโลก

ปัจจัยที่มีผลกับเศรษฐกิจจีนครึ่งหลังปี 2022

  • มีสัญญาณการออกมาตรการสนับสนุนถ่วงดุลกับผลกระทบจากการจำกัดเพื่อควบคุมโควิด-19 เช่น การช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็กที่ประสบปัญหา การกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และการสร้างงาน
  • ข้อมูลกิจกรรมทางเศรษฐกิจตั้งแต่เดือน พ.ค. 2022 เริ่มปรับตัวดีขึ้น จากจุดต่ำสุดในเดือน เม.ย. 2022 และเป็นการปรับขึ้นที่เหนือความคาดหมายตลาด หลังการผ่อนคลายล็อคดาวน์ มีการกลับมาเริ่มธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป การผ่อนคลายนโยบายภาคอสังหาริมทรัพย์ และมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเงิน

ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีนช่วงครึ่งหลังปี 2022

  • เศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 3 หลังหดตัวในไตรมาสที่ 2
  • คาดการณ์ทั้งปี 2022 เศรษฐกิจจีนโต 4-4.5% ต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ 5.5%
  • การฟื้นตัวที่ชัดเจนจะเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 4 ปี 2022 และปี 2023 เป็นผลจากนโยบายที่ผ่อนคลาย กรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้น และการปรับนโยบายโควิด-19 เน้นสมดุลระหว่างการควบคุมโควิดและการเติบโตของเศรษฐกิจ

ที่มา : HSBC Asset Management

พอเห็นภาพเศรษฐกิจให้ใจชื้นแบบนี้แล้ว HSBC Asset Management ก็เลยมองว่า ช่วงครึ่งหลังปี 2022 นี้ หุ้นจีนมีความน่าสนใจมากขึ้น ด้วยปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง บวกกับยังมีพื้นที่ว่างที่จะทำให้จีนใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีก และมูลค่าหุ้นจีนก็ไม่ได้แพงเกินไป ในขณะที่ตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเอเชียอื่น ๆ อยู่ในช่วงใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อเบรกเงินเฟ้อที่ทำสถิติสูงสุดในรอบหลาย ๆ สิบปี

เหตุผลที่หุ้นจีนกลับมาน่าสนใจ

  • ตลาดหุ้นจีนถึงจุดเปลี่ยนแล้ว ช่วงที่ผ่านมาผันผวนเพราะประเด็นการใช้นโยบายการเงินการคลังที่เข้มงวด และการปราบปรามด้านกฎระเบียบในภาคการศึกษา อินเทอร์เน็ต และอสังหาริมทรัพย์ แต่ทางการส่งสัญญาณแล้วว่าจะผ่อนคลายการพิจารณาบางส่วนเกี่ยวกับภาคเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนการพัฒนาบริษัทอินเทอร์เน็ต
  • นักลงทุนกลับมาเชื่อมั่นในบริษัทที่กำลังเติบโต อารมณ์เหมือนในเนื้อเพลงพี่ป้าง “พอดูรวม ๆ แล้วพี่เสน่ห์เหลือเกิน” เลยมานั่งปรับมูลค่าดัชนีใหม่ด้วยมุมมองบวกมากขึ้น ทำให้ภาพของหุ้นจีน 1 ปีข้างหน้า อาจจะแตกต่างไปจากเวลานี้มาก
  • ดัชนี MSCI China และ CSI 300 ซื้อขายอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะถ้าไปเทียบกับมูลค่าในอดีตซึ่งอยู่ที่ 10 เท่า กับ 11 เท่า ตามลำดับ

คราวนี้พอดูเจาะลึกไปที่ภาคธุรกิจว่าภาคไหนล่ะที่น่าลงทุนช่วงครึ่งหลังปี 2022 HSBC Asset Management มองไว้ดังนี้

1. ภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

ความต้องการที่อยู่อาศัยในเมืองระดับต้น ๆ ของประเทศยังไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะมีการล็อคดาวน์หรือความเชื่อมั่นผู้บริโภคอ่อนแอลง ซึ่งก็จะช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีเสถียรภาพมากขึ้นถ้านโยบายยังผ่อนคลายต่อเนื่อง

2. ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เช่น เลนส์ ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และเซมิคอนดักเตอร์

อัตราการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก ความก้าวหน้าของระบบและการยกระดับการทำงานจะเป็นประโยชน์กับซัพพลายเออร์ โดยบริษัทที่น่าสนใจคือรายได้มีแนวโน้มสูงขึ้นและเติบโตได้ในระยะยาว รวมถึงบางบริษัทที่น่าสนใจหลังราคาปรับลดลงมารวดเร็ว

ดูรวม ๆ แล้ว โอ้โห มีแต่เรื่องราวดี ๆ สำหรับหุ้นจีน แต่พี่ทุยก็ต้องบอกว่า มีปัจจัยบวกแล้ว ก่อนจะลุยก็ต้องไม่ลืมพิจารณาปัจจัยเสี่ยงด้วย เพราะอันที่จริงแล้ว ยังมีเรื่องต้องระวังอยู่ ได้แก่ ประเด็นรายได้ของบริษัทบางแห่งที่อาจจะปรับลดลงเพราะได้รับผลกระทบจากการจำกัดเพื่อควบคุมโควิด-19 ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และการบริโภคที่อ่อนแอ

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่จีนยังคงใช้นโยบาย zero-Covid หรือควบคุมให้จำนวนผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ต่อไปในระยะใกล้ แต่การกลับมาติดเชื้อระลอกใหม่ ๆ ก็คงล็อคดาวน์ไม่ยาวนานมากเท่าเดิม เพราะว่าจีนก็มีความกังวลเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจเช่นกัน

ส่วนอีกเรื่องที่ต้องระวังคือ การถอนบริษัทจดทะเบียนจีนออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพราะหน่วยงานกำกับของสหรัฐฯ ร้องขอการเข้าถึงผู้ตรวจสอบรวมถึงเอกสารการตรวจสอบในจีนเต็มรูปแบบ และปฏิเสธการพิจารณาเป็นรายกรณีไป ซึ่งถ้าเรื่องนี้ไม่ได้รับการแก้ไขที่เหมาะสม บริษัทจีนบางแห่ง ก็อาจจะต้องถูกถอดออกจากบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2023 หรือประมาณเดือน มี.ค.-พ.ค.

UBS มองการปรับฐานที่ผ่านมาเหมือนตลาดถูกจัดการไขมันส่วนเกินออกไป

คราวนี้พี่ทุยลองไปดูความเห็นของอีกค่าย คือ UBS ชี้ว่า ความเชื่อมั่นนักลงทุนสอดคล้องกับไปนโยบายของรัฐบาลจีนที่ออกมา ซึ่งมุมมองที่เลวร้ายที่สุดคือเดือน เม.ย.  2022 ช่วงที่มีการล็อคดาวน์เซี่ยงไฮ้ ดังนั้นก็ถือว่าผ่านจุดที่แย่ที่สุดมาแล้ว โดยเชื่อว่าหลังจากนี้ไปจีนยังมีเวลาที่จะฟื้นฟูการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูญเสียไปได้ ดังนั้นก็จะเห็นความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีเสถียรภาพมากขึ้น ที่สำคัญถ้ามองกันยาว ๆ เวลานี้นี่แหละเป็นจังหวะดีของการเริ่มลงทุนหุ้นจีน

UBS มองว่า ตลาดจะกลับมามองกันที่ปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งนี่ก็คงจะไม่ใช่ข่าวดีนักสำหรับบริษัทที่ทำกำไรไม่ได้ โดยจากการสังเกตตลาดในช่วงที่ผ่านมา พบว่า ช่วงที่ตลาดหุ้นจีนเป็นภาวะตลาดกระทิง มีหลายบริษัทที่ยังดำเนินธุรกิจไปได้เพราะมีสภาพคล่องสูง พอตัดภาพมาที่สภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ในเวลานี้ บริษัทที่ไม่มีกำไร ราคาหุ้นก็จะปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มีการปรับฐานไปไม่ต่ำกว่า 70%

ง่าย ๆ ก็คือเหมือนราคาที่ขึ้นมาช่วงก่อนหน้านี้เป็นไขมันส่วนเกิน ที่ถูกจำกัดออกไป จนทำให้ตลาดโดยรวมตอนนี้ดูเป็นตลาดที่มีสุขภาพดีขึ้น มูลค่าโดยรวมก็ถูกลง ส่วนบริษัทไหนที่ยังอยู่ก็จะต้องทำให้ตัวเองมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งกว่านี้  

ดังนั้น ถ้าเทียบปัจจุบันกับอดีต UBS ก็มองว่า หุ้นจีนซื้อขายกันที่ในช่วงราคาต่ำสุดแล้วเมื่อเทียบจากช่วงราคาที่เคยซื้อขายในอดีต แปลว่า มุมมองลบ ๆ สะท้อนไปในราคาหุ้นหมดแล้ว 

และพอมองไปข้างหน้า ก็พบว่า อัตราการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่ซื้อขายในตลาดหุ้นฮ่องกงก็ดูน่าดึงดูดใจเหลือเกิน โดยเฉพาะถ้าเทียบกับผลตอบแทนจากตราสารหนี้ โดยบริษัทจีนบางแห่งจ่ายปันผลถึง 8% ขณะที่ธุรกิจก็ยังมีการเติบโตได้

สรุปเหตุผลที่ควรลงทุนต่อเนื่อง “หุ้นจีนวันนี้” ในมุมมอง UBS

  • จีนเป็นประเทศที่เศรษฐกิจมีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก และยังเป็นสมาชิกที่มีความสำคัญกับประชาคมโลกต่อไป
  • จีนยังเดินหน้าเปิดตัวเอง โดยภาคการผลิตจีนก็พยายามปิดช่องว่างที่มีให้แคบลง
  • บริษัทและผู้ประกอบการจีนมีความยืดหยุ่นสูง
  • ในช่วงเวลาที่มีล็อคดาวน์คุมโควิด การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ หรือมีเรื่องนโยบายเข้มงวด จีนยังทำงานอย่างหนักเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ที่่น่าสนใจที่สุดในราคาที่ดึงดูดใจที่สุด
  • ยังมีบริษัทจีนดี ๆ อีกมาก ที่ UBS เชื่อว่าจะแข็งแกร่งขึ้น มีความสามารถแข่งขันมากขึ้น และเป็นที่รู้จักทั่วโลกมากขึ้น
  • หุ้นจีนจะสามารถทำผลงานได้ดีกว่าหุ้นสหรัฐฯ เพราะบริษัทจีนที่มีคุณภาพสูงซื้อขายในราคาที่น่าดึงดูดใจมาก
  • ถ้าทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ จะเห็นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของราคาหุ้นจีน

หุ้นเทคฯ จีน บางตัวฟื้นแล้ว 20% จากจุดต่ำสุด

อ่านมาถึงตรงนี้ พี่ทุยคิดว่า หลายคงคงชักจะอยากกำเงินกลับไปลงทุนหุ้นจีนบ้างแล้วแหละ เพราะของมันถูก ของมันต้องมี และกลุ่มหุ้นหนึ่งที่สนใจกันเหลือเกิน ไม่พูดถึงคงไม่ได้ ก็คือหุ้นเทคโนโลยี เพราะที่ผ่านมากลุ่มนี้บาดเจ็บสาหัสจากการถูกทางการปราบปรามด้านกฎระเบียบ

ข่าวดีก็คือ ถ้าดูข้อมูลจากเว็บไซต์  Morningstar ในต่างประเทศ พบว่า ถ้าดูความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นจีน โดยพิจารณาจาก Morningstar China NR USD ที่วัดประสิทธิภาพตลาดหุ้นจีน โดยดูจากหุ้นที่อยู่ใน 97% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม พบว่า หุ้นจีนที่เคยลงไป 53% จากจุดสูงสุดที่ทำไว้ในเดือน ก.พ. 2021 ไต่ระดับขึ้นมาต่อเนื่อง  โดยถ้าดูการปรับขึ้นมาจากระดับต่ำสุดที่ทำเอาไว้ช่วงกลางเดือน มี.ค. 2022 ก็ขึ้นมาแล้ว 12%  

หุ้นจีนวันนี้ กลับมาเติบโตอีกครั้งแล้วหรือยัง ?

พอดูหุ้นรายตัว ก็พบว่า มีอัตราการขึ้นแตกต่างกัน เช่น Tencent ที่อาจจะยังมาท้ายตารางอยู่ในการปรับขึ้นระลอกนี้อยู่ ขณะที่ JD.com กับ Meituan ควงคู่กันกลับมาเกิน 20% แล้ว จากระดับต่ำสุดที่เคยปรับลงไป หลังทางการมีโทนเสียงที่อ่อนลงในเรื่องการปราบปราม และส่งสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น ขณะที่โดยรวมแล้ว ก็มองว่า ราคาหุ้นเทคโนโลยีจีน น่าดึงดูดใจมาก ๆ สำหรับคนที่วางแผนลงทุนระยะยาว

หุ้นจีนวันนี้ กลับมาเติบโตอีกครั้งแล้วหรือยัง ?

DCA หรือทยอยลงทุน กองทุนหุ้นจีน ทางเลือกที่น่าสนใจ

โดยรวมแล้วจะเห็นว่านักลงทุนสถาบันต่างมีมุมมองไปข้างหน้าคล้ายกันคือ หุ้นจีนผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และเริ่มกลับมาเป็นขาขึ้นได้อีกครั้ง และ ณ เวลานี้ระดับราคาหุ้นจีนก็ถือว่ายังอยู่ในระดับที่น่าสนใจอยู่ ถ้าคิดว่าจะลงทุนระยะยาว ก็เป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่เข้ามาลงทุนได้

ในมุมมองพี่ทุย ก็อยากแนะนำเพื่อน ๆ ว่า ด้วยธรรมชาติของหุ้นจีนที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวไปตามตลาดอื่น ๆ ในโลก แต่เคลื่อนไหวด้วยปัจจัยเฉพาะตัวในประเทศมากกว่า ทำให้เป็นตลาดหุ้นหนึ่งที่นักลงทุนควรจะมีเอาไว้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อบริหารความเสี่ยง เวลาที่การลงทุนในตลาดอื่น ๆ ในโลกปรับลดลง ตลาดหุ้นจีนก็อาจจะเป็นหนึ่งในตลาดที่ยืนหนึ่งอยู่ได้ แต่ในทางกลับกัน เวลาตลาดอื่นขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าจีนจะขึ้นไปพร้อม ๆ กันด้วย เพราะจีนมีปัจจัยเฉพาะตัวจริง ๆ โดยเฉพาะเรื่องนโยบายทางการที่สร้างเซอร์ไพร์สได้ตลอด

อย่างไรก็ตาม ทางการส่งสัญญาณแล้วว่าสนับสนุนตลาดหุ้น ดังนั้นก็ถือว่านักลงทุนมีสัญญาณนำทางที่โล่งใจได้แล้วส่วนหนึ่งกับการเข้าไปลงทุนในจีน โดยกลยุทธ์ที่น่าจะเหมาะสำหรับตลาดนี้ก็คือ ทยอยลงทุนไปเรื่อยๆ แทนที่จะใส่เงินก้อนเดียวครั้งเดียวแล้วจบ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า จุดต่ำสุดของตลาดหุ้นจีนอยู่ตรงไหน ผ่านไปแล้ว จะผ่านกลับมาได้อีกรึเปล่า

การทยอยลงทุนจะช่วยให้เราได้ต้นทุนเฉลี่ยในแต่ละช่วงเวลาได้ โดยอาจจะเป็นรูปแบบการทำ DCA คือตั้งเวลาตัดเงินเอาไว้เลยทุกๆ เดือน ในฤกษ์วันดีๆ ที่เราต้องการ และจำนวนเงินเท่าๆ กัน หรือถ้าไม่อยากทำแบบนั้นน จะเก็บเงินไว้หลายๆ ก้อน แล้วพอเห็นตลาดปรับลง จะเข้าไปลงทุนก็ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ถ้าเราลงทุนหุ้นจีนผ่านกองทุนรวม ราคากองทุนก็อาจจะไม่ได้เคลื่อนไหวไปตามตลาดเสียทีเดียว เพราะกองทุนลงทุนหุ้นหลายๆ ตัว แล้วยังมีเรื่องนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เหมือนกันด้วย

10 อันดับกองทุนหุ้นจีนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดย้อนหลัง 3 ปี  

ส่วนถ้าใครยังไม่รู้จะเลือกกองทุนหุ้นจีนไหน พี่ทุยก็ขอหยิบข้อมูลของ Morningstar Thailand ที่จัดทำ 10 อันดับกองทุนหุ้นจีนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดเมื่อดูข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี มาให้พิจารณากัน

พี่ทุยแนะนำเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันการดำเนินงานในอนาคต ดังนั้นก่อนจะลงทุน ก็ควรจะเข้าไปศึกษาข้อมูลการลงทุนที่แต่ละกองทุนนำเสนอไว้ด้วย ว่าไปลงทุนยังไง ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวหรือหลายกองทุน ลงทุนตรงในหุ้นจีนเองรึเปล่า หรือลงทุนในดัชนีไหน เป็นหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดไหน

นอกจากนี้ก็อาจจะไปดูตัวอย่างหุ้นที่หนังสือชี้ชวนหยิบยกมาอธิบายด้วยว่า กองทุนนั้นมีการลงทุนในหุ้นจีนตัวไหนบ้าง ซึ่งแม้ว่าข้อมูลในหนังสือชี้ชวนอาจจะไม่ใช่ข้อมูลล่าสุด แต่อย่างน้อยก็เป็นคู่มือนำทางเราได้คร่าว ๆ ว่าสไตล์หุ้นที่กองทุนนั้นเลือกมันตอบโจทย์ ตรงกับความเชื่อของเรารึเปล่า

หรือถ้าจะให้ดี ถ้าคิดจะลงทุนระยะยาวในหุ้นจีนอยู่แล้ว แถมได้ประหยัดภาษีอีกต่อด้วย พี่ทุยก็แนะนำว่า ไปลงทุนหุ้นจีนผ่านกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นจีน ก็น่าจะตอบโจทย์ได้ ซึ่งจากข้อมูลของ Morningstar Thailand ก็พบว่า เริ่มมีคนเห็นโอกาสจากหุ้นจีนที่ลงไปต่ำมาก และเข้ามาลงทุนผ่านกองทุน RMF หุ้นจีนเยอะทีเดียว

โดยไตรมาสที่ 2 ปี 2022 มีเงินไหลเข้าลงทุนกองทุน RMF หุ้นจีนกว่า 900 ล้านบาท โดยเฉพาะต้นเดือน มิ.ย. 2022 เป็นต้นมา เม็ดเงินลงทุนหุ้นจีนเร่งตัวขึ้นชัดเจน ซึ่งก็ตรงกับช่วงเวลาเดียวกับที่จีนเริ่มคลายล็อคดาวน์ ส่งผลให้รวมครึ่งแรกปี 2022 มีเงินไหลเข้ากองทุน RMF หุ้นจีนแล้วถึง 1,800 ล้านบาท

เอาเป็นว่า เพื่อน ๆ จะลงทุนกองทุนรวมทั่วไป หรือกองทุนลดหย่อนภาษีอย่าง RMF และ SSF ก็พิจารณาได้ตามความต้องการของตัวเองเลย พี่ทุยขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ลงทุนอยู่ด้วย จำไว้ว่า เริ่มต้นเร็ว ก็ไปได้ไกลกว่า ถึงจุดหมายได้เร็วกว่า

หุ้นจีนวันนี้ กลับมาเติบโตอีกครั้งแล้วหรือยัง ?

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: