“ภาษีหุ้น” หรือ FTT คืออะไร - ไทยเตรียมเก็บภาษีหุ้นหลังยกเว้นมา 30 ปี

“ภาษีหุ้น” หรือ FTT คืออะไร – ไทยเตรียมเก็บภาษีหุ้นหลังยกเว้นมา 30 ปี

4 min read  

ฉบับย่อ

  • Financial Transaction Tax หรือ FTT เป็นเครื่องมือเรียกเก็บภาษีธุรกรรมบางอย่างเป็นการเฉพาะ เช่น การซื้อขายหุ้น ตราสารหนี้ โดยแต่ละประเทศมีรูปแบบการจัดเก็บภาษีตัวนี้แตกต่างกันออกไป
  • จากกรณีศึกษาในยุโรป การเก็บภาษี FTT มีเป้าหมาย 2 อย่าง คือ เพิ่มรายได้ภาษีให้รัฐบาล และทำให้คนไม่ซื้อขายสินทรัพย์บ่อยเกินไป เพื่อลดความผันผวน ลดฟองสบู่ในตลาด
  • หากเก็บภาษี FTT จะทำให้ต้นทุนของกองทุนรวมเพิ่มด้วย ดังนั้นก็จะทำให้กองทุนมีโอกาสทำผลตอบแทนได้ลดลงจากเดิม

 


รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

หลายคนคงได้ยินข่าวที่กระทรวงการคลังมีแนวทางเก็บภาษีจากการทำธุรกรรมการเงิน หรือ Financial Transaction Tax ในอัตรา 0.1% ของยอดขาย จากการขายหุ้น โดยเก็บเป็นรายเดือน ไม่แยกว่าเป็นรายใหญ่หรือรายเล็ก เก็บเท่ากัน หลังจากยกเว้นการเก็บ “ภาษีหุ้น” มานานกว่า 30 ปี หรือตั้งแต่ปี 1991 และคาดว่าหลังจากจัดเก็บภาษีตัวนี้จะทำให้มีรายได้ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี

วันนี้พี่ทุยก็เลยจะชวนมาศึกษาเรื่องราวของ Financial Transaction Tax หรือ FTT กันหน่อย 

“ภาษีหุ้น” หรือ Financial Transaction Tax คืออะไร

ก่อนอื่นพี่ทุยขออธิบายเกี่ยวกับ Financial Transaction Tax หรือ FTT ให้กว้างขึ้นอีกนิด โดยคำนิยามแบบกว้าง ๆ ของภาษีตัวนี้ ก็คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากการทำธุรกรรมการเงิน ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียกเก็บภาษีจากธุรกรรมบางอย่างเป็นการเฉพาะ เช่น การซื้อขายหุ้น ตราสารหนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ ตราสารอนุพันธ์​ เป็นต้น

“ภาษีหุ้น” หรือ FTT คืออะไร - ไทยเตรียมเก็บภาษีหุ้นหลังยกเว้นมา 30 ปี

พี่ทุยขอยกกรณีศึกษาในยุโรปมาแชร์ โดย Copenhagen Economics มีการจัดทำรายงานเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี Financial Transaction Tax ในยุโรปเอาไว้  สรุปประเด็นสำคัญได้ ดังนี้

ไอเดียการเก็บ Financial Transaction Tax เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1930 ด้วยเป้าหมาย 2 ประการ คือ

  • เพิ่มรายได้ภาษีให้รัฐบาล
  • ยับยั้งไม่ให้เกิดการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินมากเกินไป เพื่อลดความผันผวนของตลาด และป้องกันฟองสบู่ในราคาสินทรัพย์

ไอเดียนี้ถูกหยิบมาพูดถึงอย่างหนาหูอีกครั้งในยุโรป ช่วงปี 2013 ที่เกิดวิกฤติการเงิน ซึ่งหลังจากนั้นบางประเทศในยุโรปก็มีการเรียกเก็บภาษี FTT ในระดับชาติ แต่ก็ไม่ใช่ทุกประเทศในยุโรปที่จัดเก็บภาษีนี้

Timeline การจัดเก็บภาษี FTT ในยุโรป

ในรายงานนี้มีการศึกษาผลกระทบในเชิงพฤติกรรมด้วยว่า ถ้าถูกเก็บภาษี FTT แล้ว จะเป็นยังไง ซึ่งก็พบผลที่เกิดขึ้น 3 อย่าง 

ผลศึกษาพฤติกรรมของนักลงทุนเมื่อถูกเก็บภาษี FTT

1. การซื้อขายที่ได้ส่วนต่างน้อยมาก รวมถึงการซื้อขายแบบถี่ ๆ จะหายไป

2. นักลงทุนที่ร่วมอยู่ในตลาดเริ่มหันไปซื้อขายในต่างประเทศมากขึ้น

3. มีการซื้อขายน้อยลง

ผลด้านเสถียรภาพตลาดเงิน 

  • ป้องกันภาวะฟองสบู่แตกในราคาสินทรัพย์ ซึ่งเป็นต้นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจได้
  • ลดความผันผวนของตลาดลงได้ ทำให้ตลาดการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ทำให้บริษัทคำนึงถึงความเสี่ยงในการนำเงินไปลงทุนมากขึ้น ซึ่งก็จะนำไปสู่การเติบโตของผลผลิตที่ดีในอนาคต

พี่ทุยจะบอกว่าจริง ๆ แล้ว ถ้ามีการเก็บภาษี FTT กับการซื้อขายหุ้นก็ไม่ได้กระทบแค่นักลงทุนรายย่อยที่ซื้อขายหุ้นโดยตรงเท่านั้น แต่มันจะส่งผลต่อไปถึงนักลงทุนรายย่อยที่ลงทุนผ่านกองทุนรวมด้วย 

เพราะการเก็บภาษี FTT จะทำให้ต้นทุนการซื้อขายสินทรัพย์เพิ่มขึ้น ซึ่งนั่นก็แปลว่า เวลาที่กองทุนสักกองหนึ่งลงทุนไปแล้ว แล้วมีการซื้อขายหุ้นในพอร์ต หรือตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ที่กฎหมายประเทศนั้นมีการเรียกเก็บภาษีจากการทำธุรกรรมการเงินประเภทนั้น ภาษีตัวนี้ก็จะไปทำให้ผลตอบแทนของกองทุนลดลงตาม 

ยิ่งถ้าประเทศไหน เก็บทั้งภาษีจากการขายหุ้น ขายตราสารหนี้ แล้วยังเก็บภาษีจากการขายกองทุนด้วย ก็ยิ่งเหมือนนักลงทุนรายย่อยที่ลงทุน ถูกเก็บภาษีซ้ำซ้อน (ที่มา : https://www.ici.org/ftt)

การเก็บ “ภาษีหุ้น” ในไทย

 พี่ทุยขอชวนทุกคนกลับมาดูเมืองไทยกันบ้างว่า ปัจจุบัน เราเก็บภาษีอะไรบ้างที่เกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น 

จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ก็จะพบว่า มีการแบ่งไว้ดังนี้

“ภาษีหุ้น” หรือ FTT คืออะไร - ไทยเตรียมเก็บภาษีหุ้นหลังยกเว้นมา 30 ปี

โดยรวมแล้วตอนนี้ถ้าลงทุนในหุ้นไทย นักลงทุนไทยที่เป็นบุคคลธรรมดาก็จะโดนเรียกเก็บแค่ภาษีจากเงินปันผลเท่านั้น ส่วนภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์นั้นยังไม่มีการเรียกเก็บ ขณะที่ Financial Transaction Tax ที่กระทรวงการคลังของไทย​กำลังเสนอเข้า ครม. เพื่อเรียกเก็บนั้น นักลงทุนอย่างเราก็ต้องมาลุ้นกันต่อไปว่า มันจะสำเร็จรึเปล่า

ถ้าสำเร็จก็แปลว่า ทุกคนเตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยว่า ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นที่จะได้รับ ยังไงก็จะต้องลดลงแน่นอน ดังนั้นถ้าคิดจะเข้าไปซื้อขายบ่อย ๆ เพื่อเก็งกำไร ก็คงต้องคิดให้ดี คิดให้หนักมากขึ้น 

แต่พี่ทุยก็คิดว่า เวลานี้หลายคนคงนั่งภาวนาแล้วล่ะว่า ให้ ครม. ปัดตกการเรียกเก็บภาษีตัวนี้ไป

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: