เงินเดือนเท่านี้ "ซื้อบ้าน" ราคาเท่าไรดี ?

เงินเดือนเท่านี้ “ซื้อบ้าน” ราคาเท่าไรดี ?

2 min read  

ฉบับย่อ

  • บ้านถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีราคาสูงตัวหนึ่ง ที่แทบจะทุกคนจะต้องพิจารณาซื้อไว้ครอบครอง ทำให้ต้องมีการใช้บริการสินเชื่อของเหล่าสถาบันการเงิน
  • พี่ทุยแนะนำได้เลยว่า เพื่อสุขภาพการเงินที่ดี ไม่ควรผ่อนชำระเงินกู้เกินเดือนละ 20% ของรายได้ (ให้เต็มที่ 25%) เพราะชีวิตคนเรามี “รายจ่าย” ที่เป็นเรื่องจำเป็นอีกหลายรายการที่มากกว่าการซื้อบ้าน
  • เคล็ดลับอีกอย่างที่ทำให้เรากู้ได้เยอะ และยังเป็นคนสุขภาพทางการเงินที่ดีอยู่ก็คือ “เพิ่มรายได้” เพราะถ้ารายได้เราเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ 20% ของรายได้เราก็สูงขึ้น เราก็จะผ่อนชำระในแต่ละเดือนได้สูง

หลังจากเราทำงานได้สักระยะหนึ่งแล้ว คงมีหลายคนคิดอยากวางแผน “ซื้อบ้าน” แน่นอน แต่ราคาของบ้านสมัยนี้ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ถูก ๆ เป็นเรื่องยากที่จะเก็บเงินซื้อกันได้ภายใน 1 – 2 ปี ดังนั้นหากเราวางแผนซื้อบ้านสักหลังหนึ่งก็มักจะต้องคิดถึงการใช้บริการสินเชื่อสถาบันการเงินร่วมด้วย

หลาย ๆ คนเข้ามาถามพี่ทุยเหมือนกันว่า ผมเงินเดือน xxxxx บาท จะ “ซื้อบ้าน” ราคาเท่าไหร่ดี ? แล้วจะซื้อบ้านราคาเท่านี้ ผ่อนไหวมั้ย และผ่อนเท่าไหร่ ? วันนี้พี่ทุยเลยอยากจะเผยเคล็ดไม่ลับสำหรับคนที่ต้องการกู้ธนาคารเพื่อ “ซื้อบ้าน” สักหลัง

พี่ทุยแนะนำได้เลยว่าเพื่อสุขภาพการเงินที่ดี เราไม่ควรผ่อนชำระค่างวดบ้านเกินเดือนละ 20% ของรายได้ หรือให้เต็มที่พี่ทุยให้ไม่เกิน 25% ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเงินเดือน 40,000 บาท ก็ไม่ควรผ่อนชำระเกิน 8,000 บาทต่อเดือน

เพราะชีวิตคนเรามี “รายจ่าย” ที่เป็นเรื่องจำเป็นอีกหลายรายการที่มากกว่าการซื้อบ้าน 

เหตุผลที่พี่ทุยแนะนำว่าให้ผ่อนค่างวดบ้านเต็มที่ไม่เกิน 25% ของรายได้ในแต่ละเดือน เพราะว่าคนเรามี “เรื่องจำเป็น” เรื่องอื่นเยอะแยะอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผ่อนรถ ผ่อนโทรศัพท์ ค่าประกัน การเกษียณ ค่าเรียนลูก ค่าใช้ในแต่ละวัน และถ้าเรามีภาระการผ่อนชำระสูงจนเกินไปจะทำให้ในอนาคตเรามีปัญหาเรื่องเงินได้

อย่างเช่นโดยปกติ ถ้ากู้ 1,000,000 บาท ลองคำนวณดูเราจะต้องผ่อนประมาณเดือนละ 6,000 บาทยาวไป 30 ปี แปลว่าถ้าเราสามารถผ่อนได้เดือนละ 8,000 บาทก็จะสามารถกู้ได้ประมาณ 1,200,000 – 1,300,000 บาท ซึ่งหากอยากซื้อบ้านที่ราคา 2,000,000 บาทเราก็ควรเก็บเงินให้สัก 700,000 – 800,000 บาทเพื่อเตรียมไว้เป็นเงินดาวน์ ถึงค่อยคิดเริ่มพิจารณาซื้อบ้านหลังดังกล่าว โดยที่เราอาจจะทยอยเก็บเงินหรือสะสมเงินโบนัสไว้เพื่อเป็นเงินดาวน์บ้านก็ได้

อีกเรื่องที่พี่ทุยอยากจะบอกทุกคนให้ลองกลับไปคำนวณ คือเรากู้ 1,000,000 บาทก็จริง แต่ต้องจ่าย 6,000 บาทยาวนานถึง 30 ปี ถ้าลองคำนวณดูเราจะเห็นว่าเราผ่อนค่างวดบ้านเดือนละ 6,000 บาท ปีนึงก็จะต้องจ่ายรวม 72,000 บาท คิดยาว 30 ปีก็จะเป็น 72,000 บาท x 30 ปี ก็จะเท่ากับ 2,160,000 บาท จะเห็นได้ว่าเราจ่ายดอกเบี้ยให้กับธนาคารถึง 1,160,000 บาทมากกว่าเงินต้นที่เรากู้ไปเสียอีก

การกู้ซื้อบ้านกับทางสถาบันการเงิน ไม่เคยมีใครบอกว่าเราต้องเป็นลูกค้าที่ดีผ่อนกันยาว ๆ ไป 30 ปีแบบนั้น พี่ทุยมักจะแนะนำให้เตรียมเงินสำหรับการโปะเพิ่มหรือจ่ายค่างวดเพิ่มไปอีกอย่างน้อย 1 เท่า อย่างเช่นปกติเราผ่อนเดือนละ 6,000 บาทก็จ่ายค่างวดไปเลย 12,000 บาทเพื่อเป็นการโปะให้เงินต้นที่เรากู้ลดลง ภาระดอกเบี้ยก็จะลดลงด้วย ถ้าเราสามารถจ่ายเพิ่ม 1 เท่าได้ เราจะสามารถผ่อนบ้านหมดได้ในระยะเพียง 9-10 ปีเท่านั้น แทนที่ต้องผ่อนกันยาว ๆ ตั้งแต่เริ่มทำงานจนเกษียณ เราจะประหยัดเวลาได้กว่า 20 ปีเลยทีเดียว

อีกวิธีนึงที่ช่วยได้ก็คือการทำ “รีไฟแนนซ์ (Refinance)” คือการกู้เงินก้อนใหม่เพื่อไปชำระคืนกับเจ้าหนี้เดิม โดยเงินกู้ก้อนใหม่นั้นมักจะมีเงื่อนไขให้การกู้ยืมที่ดีมากกว่า ทำให้เราผ่อนหนี้ก้อนใหม่ในอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง จะช่วยทำให้ภาระหนี้ลดลงก็จะยิ่งผ่อนบ้านหมดได้เร็วมากขึ้นด้วย

อัพเดตดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านเดือน ส.ค. 2564 

พี่ทุยก็เข้าใจเลยนะว่า “ซื้อบ้าน” ครั้งหนึ่งก็อยากซื้อดี ๆ อยู่กันยาว ๆ แต่ถ้าบ้านที่เราอยู่ต้องกลายเป็นภาระทำให้เราลำบาก กลับบ้านมาก็มีแต่ความทุกข์ ไม่มีความสุข พี่ทุยว่าซื้อบ้านหลังเล็กอยู่ สุขสบาย ๆ ชิล ๆ ดีกว่าเยอะ ความสุข ความสบาย หลาย ๆ ครั้งก็ไม่ได้วัดที่ราคาหรอกใช่มั้ย

ส่วนใครที่อยากซื้อราคาบ้านที่สูงหน่อย พี่ทุยแนะนำให้ “วางดาวน์” เยอะ ๆ ก็เป็นทางเลือกเหมือนกัน ภาระการผ่อนในแต่ละเดือนจะได้ไม่สูงมากจนเกินไป พี่ทุยขอทิ้งเคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เรากู้ได้เยอะ และยังเป็นคนสุขภาพทางการเงินที่ดีอยู่ก็คือ “เพิ่มรายได้” เพราะถ้ารายได้เราเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ 20% ของรายได้เราก็สูงขึ้น เราก็จะผ่อนชำระในแต่ละเดือนได้สูงขึ้นได้ไงล่ะ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: