Money Buffalo Podcast EP 2 | ประชานิยม หนทางสู่ "Hyperinflation"

Podcast EP2 | ประชานิยม หนทางสู่ “Hyperinflation”

4 min read  

ฉบับย่อ

  • วิกฤตของเวเนซุเอลาเกิดขึ้นเพราะว่า ปัญหาที่สะสมกันมาอย่างยาวนาน และด้วยอีกหลาย ๆ ปัจจัย ที่ส่งผลทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่า “Hyperinflation”
  • เริ่มตั้งแต่การที่เวเนซุเอลาขุดเจอบ่อน้ำมันขนาดใหญ่ยิ่งกว่าสามล้อถูกหวย แล้วรัฐบาลก็ยึดบ่อมาเป็นของตัวเอง แล้วราคาน้ำมันก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทวีความรวยให้กับเวเนซุเอล่าเต็มรูปแบบ
  • หลังจากรัฐบาลร่ำรวยมาจากการขายน้ำมัน ก็เลยแจกเงินให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อฐานเสียงของตัวเองจะได้อยู่ในอำนาจยาวๆ ประชาชนก็โอเคเลือกรัฐบาลชุดนี้อยู่ดีกินดี ชีวิตไม่ต้องทำอะไรก็มีเงินใช้
  • แต่พอมาวันนึงราคาน้ำมันก็ปรับตัวลงอย่างรวดเร็วจาก 140$ เหลือไม่ถึง 30$ ต่อบาร์เรล อยู่ดี ๆ รายได้ของรัฐบาลก็หายไปมากกว่า 80% แต่รายจ่ายยังสูงเหมือนเดิม รัฐบาลก็เลยแก้ปัญหาด้วยการพิมพ์เงินอย่างมหาศาลแทน นั่นก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของ “Hyperinflation”

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

สามารถฟัง Money Buffalo Podcast ผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆที่ใช้งานอยู่ คลิกเลย

Money Buffalo Podcast

Money Buffalo Podcast

Money Buffalo Podcast

Money Buffalo Podcast

Money Buffalo Podcast

ช่วงที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่าวิกฤตที่เวเนซุเอลาเป็นที่สนใจกันทั่วโลก เพราะมีภาพคนทิ้งเงินประเทศตัวเองอย่างไม่สนใจ ไม่มี ชนิดที่ว่าจะซื้อไข่ไก่แค่ฟองเดียวต้องใช้เงินเป็นล้าน แล้วทำไมเวเนซุเอลาถึงเดินมาถึงจุดนี้ได้ ถึงขนาดไข่ไก่ฟองละล้านได้ล่ะ?

จริงๆถ้าเราจะย้อนไปถึงที่มาเลย ต้องย้อนไปไกลมาก ไปถึงก่อนที่เวเนซุเอลาจะขายน้ำมันส่งออกขนาดนี้ เมื่อก่อนประเทศเค้าก็เหมือนประเทศไทยเรานี่แหละ คือ ทำเกษตรกรรมส่งออก โกโก้ กาแฟ เป็นหลัก แล้วเชื่อกันมั้ยว่าถ้าเทียบกับคนไทยเมื่อตอนนั้นเวเนซุเอลาเป็นประเทศเกษตรกรรมเหมือนกัน แต่รายได้โดยเปรียบเทียบแล้วสูงกว่าบ้านเรา 2-3 เท่าเลยทีเดียว

แต่อยู่มาวันนึงก็มีโชคดีที่แฝงโชคร้ายมาด้วย อยู่ดี ๆ เวเนซุเอลาก็ไปขุดเจอบ่อน้ำมันขนาดใหญ่มาก! ชนิดที่เรียกว่าสามารถใช้ได้ถึง 300-400 ปี ก็ยังไม่หมด เจอบ่อน้ำมันก็เหมือนบ่อเงิน เพราะสามารถเอาน้ำมันไปขายได้ เวเนซุเอลาก็เลยรวยชั่วข้ามคืนมาเลยจากนั้น ถ้าหากเรามาดูตัวเลขส่งออกหลักของเวเนซุเอลาปรากฎว่า มากกว่า 90% กลายเป็นน้ำมันเป็นหลักไปแล้ว ประกอบกับราคาน้ำมันในช่วงนั้นก็ขยับปรับขึ้นมาเรื่อย ๆ ก็เลยทำให้เวเนซุเอลายิ่งรวยกันเข้าไปใหญ่ เปลี่ยนจากประเทศที่เน้นการทำเกษตรกรรมเป็นหลักกลายมาเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันอย่างเต็มตัวในชั่วข้ามคืน

จุดเริ่มต้นของวิกฤตครั้งนี้ต้องย้อนไปแถวๆปี 1975-1976 รัฐบาลเห็นว่าบ่อน้ำมันรายได้ดี ก็เลยยึดจากเอกชนมาทำเองซะเลย ยึดทั้งบ่อ ยึดทั้งเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาทำเองแบบเบ็ดเสร็จ พอรัฐบาลรวยมากซึ่งรายได้หลักมาจากการค้าขายน้ำมัน ก็เลยนำเงินที่ได้มาไปทำนโยบายประชานิยมเต็มรูปแบบ เรียกว่า “แจกจ่าย” เต็มขั้น เป็นการแจกเข้ามือประชาชนแบบตรง ๆ ประชาชนอยู่เฉย ๆ ก็มีเงินใช้ และด้วยสภาพที่อยู่กันอย่างสุขสบาย อยู่ใน Comfort Zone ทั้งรัฐบาลและประชาชน ก็เลยทำให้ประสิทธิภาพต่างๆทั้งการผลิต ทั้งบุคลากรในประเทศพัฒนาได้ช้า หรือเรียกว่าไม่พัฒนาเลยก็ว่าได้ แต่ก็ไม่มีใครเดือดร้อนอะไร เพราะว่าน้ำมันยังขายได้ และราคาน้ำมันก็ยังดีอยู่ แถมยังมีแนวโน้มแพงขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ อีก

รัฐบาลเวเนซุเอลาอยู่บนกองเงินกองทอง รัฐบาลเองก็ได้ฐานเสียง ส่วนของประชาชนก็พร้อมจะเทคะแนนให้เพราะอยู่แบบสบาย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรก็มีเงินใช้ ความต้องการตรงกันโดยมิได้นัดหมาย ก็เลยอยู่กันมาแบบนี้เรื่อยมา

พออยู่กันแบบสบาย ๆ ไม่มีการพัฒนาใด ๆ ในเชิงการแข่งขันแล้ว เรามามองในเชิงต้นทุนการผลิตโดยเปรียบเทียบ กลายเป็นของนำเข้าถูกกว่าของในประเทศไปซะแบบนั้น ทำให้บริษัทเอกชนก็เลยเริ่มอยู่ไม่ได้ ขายของไม่ออก บริษัทเอกชนก็เริ่มปิดตัวลงไปเรื่อย ๆ

โดยหลักการแล้ววิธีการแก้ปัญหาในลักษณะนี้ คือ จะต้องมีการพัฒนาตัวเอง และเริ่มหาเทคโนโลยีการผลิตใหม่ ๆ มาทำให้การผลิตดีขึ้น แต่กลายเป็นว่าความสบายที่เคยชินกันมานาน รัฐบาลแจกเงินมาตลอดก็เลยเป็นว่าคนเวเนซุเอลาชินกับการอยู่แบบนี้ไม่พัฒนาอะไร สิ่งที่รัฐบาลทำก็คือทำ “อัตราแลกเปลี่ยน 2 มาตรฐาน” แทน

อธิบายง่าย ๆ “อัตราแลกเปลี่ยน 2 มาตรฐาน” คือ ถ้าใครจะแลกเงินเพื่อไปซื้อของนำเข้ามาจะเสียในอัตราที่สูงกว่าปกติ ทำให้ของนำเข้าแพงขึ้น ของในประเทศถูกลงโดยเปรียบเทียบ พอมีนโยบายแบบนี้ออกมาก็เลยทำให้สินค้าในประเทศเหมือนจะอยู่ได้ แต่กลายเป็นว่านโยบายนี้เกิดการโกง คอร์รัปชั่นกันอย่างน่าเกลียด เลยทำให้โครงการถูกปิดได้อย่างรวดเร็ว บริษัทเอกชนก็เอาตัวไม่รอดต่อไป

แต่เหมือนความสบายจะไม่ได้อยู่ไปตลอด มาถึงในปี 2016 ราคาน้ำมันที่เคยไปสูงสุดที่ 140 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล พอกลุ่ม OPEC มีการทะเลาะกันเจรจาไม่ลงตัวราคาน้ำมันจาก 140 ดอลล่าร์ก็ตกมาต่ำสุดแถว ๆ 30 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลกันเลยทีเดียว มองง่ายๆว่าจากที่เวเนซุเอลาเคยขายน้ำมันได้ 100 บาท มาวันนี้เหลือไม่ถึง 20 บาท รายได้หายไปมากกว่า 80% !! เมื่อรายจ่ายเหมือนเดิม แต่รายได้หายไปก็ทำให้รัฐบาลเข้าสู่สภาวะขาดดุลอย่างมหาศาล แล้วที่หนักกว่านั้นก็คือ ราคาน้ำมันของเวเนซุเอลามีต้นทุนสูงกว่าทื่อื่น เพราะต้นทุนการผลิตที่ไม่มีพัฒนามานาน เมื่อน้ำมันเวเนซุเอลาแพงกว่าที่อื่น ก็มีช่วงนึงที่น้ำมันของเวเนซุเอลาขายไม่ได้

ทีนี้ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการ “พิมพ์เงิน” มีแท่นพิมพ์เงินอยู่ก็พิมพ์เงินออกมาเรื่อยๆ หลักการคือ ไม่มีเงินก็พิมพ์เงินออกมาใช้ โดยไม่ได้สนใจว่าจะมีทองคำหนุนหลังหรือไม่ แล้วเมื่อเงินถูกพิมพ์ออกมาแบบไม่มีลิมิต สิ่งที่เกิดก็คือภาวะ “Hyperinflation” ซึ่งเป็นการที่เงินถูกลดมูลค่าอย่างรวดเร็วจากปริมาณเงินที่เพิ่มมา เหตุการณ์แบบนี้เรียกว่า “ค่าเงินเสื่อมค่า”

จากนั้นเป็นต้นมาในทุก ๆ เดือนราคาข้าวของแพงขึ้น 2 เท่าในทุกๆเดือน ยิ่งพิมพ์เงินอัดเข้าระบบมากขึ้นเรื่อย ๆ เงินเฟ้อก็ยิ่งรุนแรงแบบทวีคูณ เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเวเนซุเอลาถึงเจอวิกฤตที่เราเห็นกันอยู่ในทุกวันนี้

เราจะเห็นได้ว่า ปัญหาหลักที่เวเนซุเอลาเจอไม่ต่างจาก “สามล้อถูกหวย” สักเท่าไหร่ อยู่ดี ๆ ก็โชคดีได้รับเงินก้อนโตจากบ่อน้ำมันก็เลยคิดว่าสบายไม่พัฒนาตัวเองก็ได้ ยังไงก็มีเงินใช้แบบชิว ๆ แต่พอถึงมาวันนี้รายได้ที่มีแหล่งเดียวหายไป ไม่มีแหล่งรายได้ทางอื่นเลยหรือแผนรองรับเลย สุดท้ายก็จะมุ่งหน้าเข้าสู่วิกฤตทางการเงินแบบที่เราเห็นนั่นเอง

แล้วประเทศไทยเราจะมีโอกาสเกิดวิกฤต “Hyperinflation” แบบเวเนซุเอลาหรือไม่ มาหาคำตอบกันได้ที่บทความนี้ คลิกที่นี่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: