ทำไม "ความรู้ทางการเงิน" ถึงไม่มีอยู่ในระบบการศึกษาไทย ?

Podcast EP1 | ทำไม “ความรู้ทางการเงิน” ถึงไม่มีอยู่ในระบบการศึกษาไทย ?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ปัญหาเรื่องการเงินที่เป็นปัญหามากที่สุด ไม่ใช่เรื่องการจะเอาเงินไปลงทุนที่ไหน ไม่ใช่เรื่องการเลือกกองทุนยังไง แต่เป็นปัญหาเรื่องของหนี้สินที่เป็นแล้วออกจากวังวนของหนี้ไม่เป็น หรืออย่างการถูกหลอกจากแชร์ลูกโซ่ต่างๆมากกว่า ซึ่งถ้าเราจะแก้ปัญหานี้ ต้องแก้ที่ “ความรู้ทางการเงิน” เท่านั้น
  • “ความรู้ทางการเงิน” เป็นสิ่งที่สำคัญและมหัศจรรย์เหมือนยาสารพัดโรคที่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการเงินได้อย่างหมดจด ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำขึ้นมาอีก แต่แปลกใจกันมั้ยว่า.. ทำไม “ความรู้ทางการเงิน” สิ่งที่จำเป็นขนาดนี้ถึงไม่มีการเรียนการสอนในวิชาบังคับของระบบการศึกษาเลย ?
  • ปัจจุบันระบบการศึกษามักจะสอนหาเงิน เรียนจบแล้วไปทำอะไร อาชีพอะไร แต่ไม่เคยสอนเราเลยว่าเมื่อหาเงินได้มาแล้วเราจะต้องใช้เงินอย่างไร ทำให้หลายๆคนในปัจจุบันใช้เงินไม่เป็น ถูกเงินใช้มากกว่าใช้เงิน

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

สามารถฟัง Money Buffalo Podcast ผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆที่ใช้งานอยู่ คลิกเลย

Money Buffalo Podcast

Money Buffalo Podcast

Money Buffalo Podcast

Money Buffalo Podcast

Money Buffalo Podcast

ถ้าเรามาคุยกันถึงปัญหาเรื่องการเงินแล้ว หลายๆคนอาจจะมองว่าปัญหาเรื่องเงิน คือ การที่เรามีเงินเหลือ แล้วไม่รู้จะเอาเงินไปลงทุนที่ไหนดี ? แต่แท้จริงแล้วปัญหาหลักๆก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของหนี้สิน รวมไปถึงปัญหาเรื่องของการถูกหลอกจากการลงทุนประหลาดๆอย่างแชร์ลูกโซ่ที่คนเดือดร้อนกันในทุกๆวัน ซึ่งทางเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืนเลยก็คือ ต้องมี “ความรู้ทางการเงิน” อย่างถูกต้องเท่านั้น ปัญหาอันนี้แหละเป็นปัญหาเร่งด่วนแล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นของ Money Buffalo เช่นกัน

คำถามที่น่าสนใจก็คือ ในเมื่อ “ความรู้ทางการเงิน” ดูเป็นสิ่งที่สำคัญขนาดนี้ทำไมมันถึงไม่ถูกบรรจุเข้าไปอยู่ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานกันเลยล่ะ ?

ซึ่งจริงๆต้องบอกว่า ส่วนตัวนั้นก็เห็นด้วยเหมือนกันที่น่าจะบรรจุไปเลย เพราะระบบการศึกษา ณ ปัจจุบัน สอนเราหาเงินซะมากกว่า จบไปทำอะไร ประกอบอาชีพอะไร ทำงานที่ไหนอย่างไร แต่ไม่เคยมีใครสอนเราเลยว่าเมื่อเราได้เงินมาแล้วเราจะต้องบริหารจัดการอย่างไร หรือต้องใช้เงินอย่างไรเพื่อไม่ให้มีปัญหาทางด้านการเงิน จากที่มีโอกาสได้ประชุมกับภาครัฐหลายๆหน่วยงานอย่าง ธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือแม้แต่ทาง กลต. ก็มองเห็นเหมือนกันว่าเป็นเรื่องสำคัญที่น่าจะถูกบรรจุเข้าไปในระบบการศึกษาบ้านเรา แต่ถ้าให้พูดง่ายๆ คือ มันยังทำไม่ได้เนื่องจากหลากหลายปัจจัย

ปัจจัยหนึ่ง มาจากระบบการศึกษาที่ปรับเปลี่ยนได้ไม่ง่าย เวลาเรียนมีจำกัด วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เช้าถึงเย็น แล้วในปัจจุบันก็มีวิชา “ภาคบังคับ” อยู่เยอะ ไม่เหลือเวลาที่จะเพิ่มเติมวิชาใหม่จัดใส่ลงไปได้ ถ้าจะแก้ต้องแก้ที่ตัววิชาภาคบังคับของหลักสูตร ซึ่งหน่วยงานภายนอกเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ยากมากๆ

ประกอบกับบุคลากรบ้านเรายังไม่พร้อมที่จะสอนเรื่องความรู้ทางการเงินด้วย เพราะถ้ามองอย่างตรงไปตรงมาอาชีพครูเป็นอาชีพที่มีปัญหาเรื่องการเงินติดอันดับบนๆเลยก็ว่าได้ ดังนั้น การให้มาสอนเรื่องการเงินน่าจะยังไม่เหมาะสักเท่าไหร่ จริงๆปัญหาเรื่องครูเนี้ยต้องแก้ตั้งแต่ระบบครูที่มันไม่สมเหตุสมผลเลย ครูเป็นแม่พิมพ์ของชาติ แต่ “ผลตอบแทน” จากการทำงานน้อยมากๆ นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมคนเก่งๆมีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ได้ ถึงไม่สามารถอยู่ในระบบครูได้เลย แต่ถ้าในระดับมหาวิทยาลัยครูที่มีอาชีพเสริมอื่นๆประกอบด้วยก็อาจจะพอมีให้เห็นอยู่บ้าง แต่ถ้าเป็นครูประจำยากมากที่จะได้คนเก่งมีความสามารถมาบรรจุ

ถ้าเรามองให้ลึกถึงความจริงที่ลึกกว่านั้น มีคำหนึ่งที่น่าสนใจมากๆก็คือ “เงินจะไหลไปหาคนที่มีความรู้การเงินที่มากกว่าเสมอ” ประโยคนี้ถูกกล่าวไว้โดย Robert T. Kiyosaki คนที่แต่งหนังสือดังระดับโลกอย่าง “พ่อรวยสอนลูก” ดังนั้น ถ้าคนในระบบที่ถูกปกครองมีความรู้ทางการเงินยิ่งมากเท่าไหร่ จะยิ่งเป็นปัญหาต่อผู้ออกแบบระบบที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ด้วย

นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่องการเงินต้องดูยาก ต้องดูซับซ้อน ไหนจะเรื่องของค่าเงิน ผลตอบแทน ความเสี่ยงต่างๆในการลงทุน ความผันผวน ฯลฯ จะเห็นได้ว่าเป็นคำที่คนทั่วๆไปถ้าไม่เคยเข้ามาศึกษาเลยไม่มีทางรู้เรื่องเลย ประกอบกับจริตของคนเราที่ชอบอะไรง่ายๆ อะไรที่ออกจาก Comfort Zone มากก็ไม่อยากทำ ถึงกับมีวาทกรรมที่ว่า “คนไทยอ่านหนังสือไม่เกินวันละ 7 บรรทัด” กันเลยทีเดียว

แค่ลองมาคิดง่ายๆว่าเรื่องของหนี้ จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องอะไรใหม่เลย ทุกอย่างเป็นเรื่องเดิมๆเรื่องง่ายๆ เราก็รู้อยู่แล้วว่าถ้าใช้มากกว่าที่หามาได้ก็จะเป็นหนี้ แล้วถ้าเรายังไม่หยุดใช้หนี้ก็จะพอกพูนไปเรื่อยๆ ปัญหาก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ง่ายๆแค่นี้แต่คนก็ยังเป็นหนี้กันอย่างไม่หยุดหย่อน หรือจะเป็นเรื่องของแชร์ลูกโซ่เป็นการลงทุนที่ไม่สมเหตุสมผลใดๆในโลกนี้เลย แต่คนก็ยังถูกหลอกไม่หยุดสิ้น การลงทุนอะไรได้ผลตอบแทนเดือนละ 3-5% แถมจ่ายทุกเดือน ปีนึงมากกว่า 60% นักลงทุนชื่อก้องโลกอย่างวอร์เรน บัฟเฟต์ หรือ ดร.นิเวศน์ ยังทำไม่ได้เลย แล้วอยู่ๆก็มีเพื่อนเราคนรู้จักเราทำได้ แล้วก็มาชวนแบบนี้มันจะเป็นไปได้เหรอ แค่คิดว่าถ้าของดีขนาดนี้ ง่ายขนาดนี้มันคงไม่ตกมาถึงเราหรอก

สุดท้ายก็อยากจะฝากทุกคนไว้ว่า ความรู้ทางการเงินเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในยุคปัจจุบัน แล้วความรู้ก็ไม่ได้เข้าถึงยากแบบเมื่อก่อนแล้ว แค่เปิด Google เราก็จะเจอแทบทุกอย่างอยู่แล้ว ในเมื่อระบบการศึกษาเป็นสิ่งที่ล้าหลัง ไม่ทันต่อสถานการณ์แบบนี้ เราก็จะกลายเป็นคนที่ตกยุคไปซะอย่างงั้น จะเห็นได้ชัดๆเลยว่ายิ่งเวลาผ่านไปเด็กจบใหม่ยิ่งตกงานมากขึ้น ว่างงานมากขึ้น เพราะไม่มีความรู้ความสามารถ เรียนจบออกมาไม่สามารถทำงานได้ในโลกปัจจุบัน

ดังนั้น อย่าลืมว่าการศึกษาไม่ได้จบแค่วันที่เรารับปริญญาแล้วเดินออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัย แต่เราต้องศึกษาตลอดชีวิต การเรียนในรั้วโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของความรู้เท่านั้น สิ่งที่เราควรเรียนรู้ออกมาควรเป็นระบบการเรียนรู้ ขั้นตอนการเรียนรู้ เผื่อในอนาคตเราต้องศึกษาเองเรียนรู้เอง เราจะได้เรียนรู้เองได้มีกระบวนการเรียนรู้อย่างถูกต้องนั่นเอง


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: