บทความล่าสุด

Buy on dip

คือ การที่เราจะเข้าลงทุนเพิ่มเมื่อตลาดมีการปรับตัวย่อลง เป็นวิธีการลงทุนที่นิยมๆมากในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เพราะเวลาที่ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางทีเราอาจจะไล่ซื้อทำให้เราได้ราคาแพงกว่าความเป็นจริง การ “Buy on dip” จะช่วยทำให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลงได้ในแต่ละช่วงเวลา การ  “Buy on dip” เป็นเพียงวิธีการลงทุนวิธีนึงที่ “ช่วยเพิ่มโอกาส” ให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลง สุดท้ายแล้วเราก็ยังต้องอาศัยการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อที่จะดูว่าสินทรัพย์การลงทุนที่เราทำ “Buy on dip” นั้นมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอยู่ ถ้าเป็นการลงทุนในหุ้นตรงนี้ก็ต้องใช้ความรู้เรื่องการวิเคราะห์พื้นฐานและการลงทุนเชิงเทคนิคเพื่อเข้าดูว่าแนวรับอยู่ตรงไหนที่ตลาดมีแนวโน้มจะย่อลงนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Buy on dip

คือ การที่เราจะเข้าลงทุนเพิ่มเมื่อตลาดมีการปรับตัวย่อลง เป็นวิธีการลงทุนที่นิยมๆมากในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เพราะเวลาที่ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางทีเราอาจจะไล่ซื้อทำให้เราได้ราคาแพงกว่าความเป็นจริง การ “Buy on dip” จะช่วยทำให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลงได้ในแต่ละช่วงเวลา การ  “Buy on dip” เป็นเพียงวิธีการลงทุนวิธีนึงที่ “ช่วยเพิ่มโอกาส” ให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลง สุดท้ายแล้วเราก็ยังต้องอาศัยการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อที่จะดูว่าสินทรัพย์การลงทุนที่เราทำ “Buy on dip” นั้นมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอยู่ ถ้าเป็นการลงทุนในหุ้นตรงนี้ก็ต้องใช้ความรู้เรื่องการวิเคราะห์พื้นฐานและการลงทุนเชิงเทคนิคเพื่อเข้าดูว่าแนวรับอยู่ตรงไหนที่ตลาดมีแนวโน้มจะย่อลงนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Buy on dip

คือ การที่เราจะเข้าลงทุนเพิ่มเมื่อตลาดมีการปรับตัวย่อลง เป็นวิธีการลงทุนที่นิยมๆมากในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เพราะเวลาที่ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางทีเราอาจจะไล่ซื้อทำให้เราได้ราคาแพงกว่าความเป็นจริง การ “Buy on dip” จะช่วยทำให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลงได้ในแต่ละช่วงเวลา การ  “Buy on dip” เป็นเพียงวิธีการลงทุนวิธีนึงที่ “ช่วยเพิ่มโอกาส” ให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลง สุดท้ายแล้วเราก็ยังต้องอาศัยการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อที่จะดูว่าสินทรัพย์การลงทุนที่เราทำ “Buy on dip” นั้นมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอยู่ ถ้าเป็นการลงทุนในหุ้นตรงนี้ก็ต้องใช้ความรู้เรื่องการวิเคราะห์พื้นฐานและการลงทุนเชิงเทคนิคเพื่อเข้าดูว่าแนวรับอยู่ตรงไหนที่ตลาดมีแนวโน้มจะย่อลงนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Emerging Market

ตลาดเกิดใหม่
คือ ประเทศกำลังพัฒนาที่อยู่ในช่วงพัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมประเทศที่พัฒนาแล้ว มีเศรษฐกิจที่ขยายตัวรวดเร็ว การเติบโตทางเศรษฐกิจสูงบางทีอาจจะสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยซ้ำ แต่ว่ายังรวยไม่เท่านั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

กองทุนรวม

Good Debt

หนี้ดี
คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้มากกว่ารายจ่าย เช่น กู้ธนาคารเพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้วนำค่าเช่ามาจ่ายดอกเบี้ยในแต่เดือนได้ หรือ การกู้เงินไปซื้อรถเพื่อมาให้ประกอบอาชีพ กู้ซื้อรถแล้วมีรายได้มากขึ้นเพราะอาชีพหรืองานที่เราทำมันจำเป็นต้องใ้ช้รถ เป็นต้น แต่รถยนต์มีค่าเสื่อม ก็อาจจะต้องคิดค่าเสื่อมเพิ่มเติมเข้าไปด้วยนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Trailing Stop

คือการที่เรากำหนดจุดออกหุ้นจาก “ราคาสูงสุด” ที่หุ้นทำราคาไว้ เช่น เราซื้อหุ้นตัวนึงที่ราคา 100 บาท แล้วเรากำหนด Trailing Stop ไว้ที่ 5% สมมติว่าหุ้นปรับตัวขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 130 บาท เราจะยังไม่ขายหุ้นออกไป แต่ถ้าหุ้นขยับลงมาที่ 122 บาท (5% ของ 130 บาทเท่ากับ 7.5%) เราจะขายออกไปทันทีแล้วคอยมาว่ากันใหม่กับหุ้นตัวนั้น
อ่านเพิ่มเติม

หนี้สิน

Sharpe Ratio

ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง
คือ ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง โดยเราจะสามารถเปรียบเทียบได้ว่ากองทุนไหนน่าสนใจกว่ากันได้ดีมากขึ้น แต่เราจะต้องใช้ Sharpe Ratio เปรียบเทียบกองทุนรวมประเภทเดียวกันเท่านั้น ถึงจะเปรียบเทียบแล้วเห็นผลมากที่สุด สำหรับผลตอบแทน หลายคนน่าจะเข้าใจความหมายแล้ว ส่วน ความเสี่ยงในที่นี้ก็คือ ความผันผวนของราคา ราคามันขึ้นลง เยอะไหม ราคามันสวิงเยอะไหม ราคาเหวี่ยงเยอะมั้ย ? กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงยิ่งสูงก็จะทำให้เรามีโอกาสเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันสูงขึ้นนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Trailing Stop

คือการที่เรากำหนดจุดออกหุ้นจาก “ราคาสูงสุด” ที่หุ้นทำราคาไว้ เช่น เราซื้อหุ้นตัวนึงที่ราคา 100 บาท แล้วเรากำหนด Trailing Stop ไว้ที่ 5% สมมติว่าหุ้นปรับตัวขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 130 บาท เราจะยังไม่ขายหุ้นออกไป แต่ถ้าหุ้นขยับลงมาที่ 122 บาท (5% ของ 130 บาทเท่ากับ 7.5%) เราจะขายออกไปทันทีแล้วคอยมาว่ากันใหม่กับหุ้นตัวนั้น
อ่านเพิ่มเติม

Emerging Market

ตลาดเกิดใหม่
คือ ประเทศกำลังพัฒนาที่อยู่ในช่วงพัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมประเทศที่พัฒนาแล้ว มีเศรษฐกิจที่ขยายตัวรวดเร็ว การเติบโตทางเศรษฐกิจสูงบางทีอาจจะสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยซ้ำ แต่ว่ายังรวยไม่เท่านั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Sharpe Ratio

ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง
คือ ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง โดยเราจะสามารถเปรียบเทียบได้ว่ากองทุนไหนน่าสนใจกว่ากันได้ดีมากขึ้น แต่เราจะต้องใช้ Sharpe Ratio เปรียบเทียบกองทุนรวมประเภทเดียวกันเท่านั้น ถึงจะเปรียบเทียบแล้วเห็นผลมากที่สุด สำหรับผลตอบแทน หลายคนน่าจะเข้าใจความหมายแล้ว ส่วน ความเสี่ยงในที่นี้ก็คือ ความผันผวนของราคา ราคามันขึ้นลง เยอะไหม ราคามันสวิงเยอะไหม ราคาเหวี่ยงเยอะมั้ย ? กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงยิ่งสูงก็จะทำให้เรามีโอกาสเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันสูงขึ้นนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม
error: