WHART เพิ่มทุนครั้งที่ 5

WHART เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่ 5 รับการเติบโตของ e-Commerce

3 min read    Money Buffalo

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

WHART เพิ่มทุนครั้งที่ 5

จากแผนการพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ณ เวลานี้ ยังไงก็ต้องยกให้กับ โครงการ EEC (Eastern Economic Corridor) บวกกับการเติบโตของ e-Commerce ที่โตมากขึ้นอย่างก้าวกระโดดสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจในช่วงปีที่ผ่านมา และเมื่อมีโควิด-19 ระบาดยิ่งทำให้ผู้คนไม่ออกไปไหนมาไหน ทำให้การสั่งของออนไลน์ก็เพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้ความต้องการการเช่าพื้นที่ “คลังสินค้า (Warehouse)” มากขึ้นไปด้วย

WHART เพิ่มทุนครั้งที่ 5

และเมื่อพูดถึงการเช่าศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้าและโรงงานต่าง ๆ พี่ทุยเชื่อว่าหลายคนต้องนึงถึง “ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART)” ซึ่งเป็นกองทรัสต์ที่ลงทุนในศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้าทั้งแบบ Built-to-Suit ที่สร้างตามรูปแบบความต้องการของผู้เช่า ซึ่งเหมาะกับผู้เช่าที่มีความต้องการแบบเฉพาะเจาะจงด้วยสัญญาระยะยาว และแบบ Ready-Built ซึ่งเป็นโครงการไว้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วไป นอกจากนี้ “WHART” ก็ยังมีการลงทุนใน โรงงาน (Factory) ด้วยเช่นกัน

WHART เพิ่มทุนครั้งที่ 5

ด้วยจุดเด่นหลักของ “WHART” ที่โดดเด่นด้วย “ทำเล” ซึ่งทรัพย์สินภายใต้การดูแลของ WHART ส่วนใหญ่จะอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่สำคัญของการกระจายสินค้า เช่น โซนถนนบางนา-ตราด และโซนภาคตะวันออกของประเทศที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนา EEC ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการขนส่งสินค้า และเป็นพื้นที่ยอดนิยมสำหรับการตั้ง ‘ศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้า และโรงงาน’ จากระบบขนส่งที่ครบครันมากที่สุดโซนหนึ่งของประเทศไทย ซึ่ง ณ ตอนนี้ เหลือพื้นที่ใน 2 โซนนี้ไม่เยอะแล้วที่จะสามารถพัฒนาเป็นศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้า และโรงงานได้

และที่สำคัญ “กลุ่มผู้เช่า” ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้เช่าระดับชั้นนำ มีสถานะทางการเงินที่มั่นคง รวมถึงมาจากหลากหลายธุรกิจ ที่กระจายตัวไปทั้งกลุ่มผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค และ e-Commerce ซึ่งมีการเติบโตเป็นอย่างมาก ประกอบกับ “สัญญาเช่า” ที่มีลักษณะเป็นสัญญาเช่าระยะยาว ทำให้ความเสี่ยงที่จะต้องหาผู้เช่าใหม่ลดลง เสถียรภาพของการจัดหารายได้ของ WHART จึงมั่นคงขึ้น

ไม่ใช่แค่นั้น พี่ทุยยังอยากจะบอกอีกว่า WHART ถือว่าเป็นหนึ่งในกองทรัสต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาด ซึ่งด้วยขนาดของ WHART ที่มีมูลค่ารวมของสินทรัพย์ที่สูง และมีการกระจายความเสี่ยงในหลายมิติ ทำให้ “สภาพคล่อง” ของกองทรัสต์สูงตามไปด้วย WHART จึงได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งรายใหญ่ รายย่อย และนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน

นอกจากข้อดีที่พี่ทุยบอกมาทั้งหมดแล้ว WHART เองก็ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมทุกปี และยังให้ผลตอบแทนแก่ผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมออีกด้วย โดยในปีที่ผ่านมา WHART จ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วย 0.7624 บาทต่อหน่วย

WHART เพิ่มทุนครั้งที่ 5

ข่าวดีที่สุด ที่พี่ทุยอยากจะมาเล่าให้ฟังวันนี้ คือ WHART เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่ 5 เพื่อลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมอีก 3 โครงการ โดยมีพื้นที่เช่าอาคารรวมมากถึง 128,789 ตารางเมตร เพื่อตอบสนองความต้องการเช่าคลังสินค้าที่กำลังเพิ่มขึ้น โดยโครงการที่เข้าลงทุนครั้งนี้จะประกอบไปด้วย..

3 โครงการใหม่ของ WHART มีที่ไหนบ้าง

WHART เพิ่มทุนครั้งที่ 5

1. โครงการ WHA Mega Logistics Center (แหลมฉบัง 1)

ตั้งอยู่บริเวณ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นคลังสินค้าประเภท Built-to-Suit โดยการลงทุนครั้งนี้จะเป็นการเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) ในที่ดินและอาคาร

WHART เพิ่มทุนครั้งที่ 5

2. โครงการ WHA Mega Logistics Center (แหลมฉบัง 2)

ตั้งอยู่บริเวณ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นคลังสินค้าประเภท Built-to-Suit โดยการลงทุนครั้งนี้กองทรัสต์จะเข้าลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) ที่ดิน ประมาณ 27 ปี และลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) ในอาคาร

WHART เพิ่มทุนครั้งที่ 5

3. โครงการ WHA KPN Mega Logistics Center (ถนนบางนา-ตราด กม. 23 เฟส 3)

ตั้งอยู่บริเวณ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นคลังสินค้าประเภท Built-to-Suit โดยจะลงทุนในสิทธิการเช่า(Leasehold) และเช่าช่วง (Sub-leasehold) ในที่ดินและสิทธิการเช่าอาคาร ประมาณ 23 ปี

WHART เพิ่มทุนครั้งที่ 5

สิ่งที่น่าสนใจที่พี่ทุยอยากบอกอีก นั่นก็คือ อัตราการเช่าเฉลี่ยของ WHART ภายหลังการลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้ จะยังคงอยู่ที่ระดับสูงกว่า 90% โดยมีกลุ่มผู้เช่าระดับชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมซึ่งจะช่วยทำให้มีการกระจายตัวของผู้เช่าในหลากหลายธุรกิจมากขึ้น และเพิ่มเสถียรภาพในการสร้างรายได้ให้กับ WHART

WHART เพิ่มทุนครั้งที่ 5

จากการเพิ่มทุนครั้งที่ 5 นี้จะทำให้ทรัพย์สินภายใต้การดูแลของ WHART เพิ่มขึ้นจากเดิม 29 โครงการ เป็น 32 โครงการ พื้นที่เช่าอาคารรวมจากเดิม 1,283,351 ตารางเมตร เป็น 1,412,140 ตารางเมตร ซึ่งหลังจากการเพิ่มทุนครั้งนี้กองทรัสต์มีประมาณการการจ่ายประโยชน์ตอบแทนต่อหน่วยในปีแรกที่ไม่น้อยไปกว่าเดิมที่ 0.79 บาท* รวมถึงกองทรัสต์จะมีเสถียรภาพในการจัดหารายได้ที่เพิ่มขึ้น

*อ้างอิงประมาณการงบกำไรขาดทุนและการปันส่วนแบ่งกำไรตามสมมติฐานสำหรับปีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 สอบทานโดยผู้สอบบัญชี

WHART เพิ่มทุนครั้งที่ 5

สำหรับใครที่สนใจ พี่ทุยแนะนำให้ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ www.sec.or.th และ www.whareit.com โดย WHART จะมีการเสนอขายให้กับ

ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม (Preferential Public Offering) ในวันที่ 2-6 และ 9-12 พฤศจิกายน 2563
และเสนอขายให้กับบุคคลทั่วไป (Public Offering)* ในวันที่ 2-6 และ 9-13 พฤศจิกายน 2563

*การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่าย เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน

คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply