สรุป LIVE SSF ตัวไหนดี ?

[สรุปจากงาน Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021] อยากลดหย่อนภาษี เลือก SSF ตัวไหนดี ?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • SSF หรือ Super Saving Fund เป็นกองทุนพิเศษที่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีจากกรมสรรพากรที่มาทดแทนจากหายไปของ LTF ในปี 2562 ซึ่งจะมีจุดที่แตกต่างจาก LTF เดิมอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาถือครองที่ยาวขึ้นจากเดิม 7 ปีปฏิทินเปลี่ยนเป็น 10 ปีเต็มวันชนวัน
  • ใครก็ตามที่อยากประสบความสำเร็จในด้านการลงทุนระยะยาว สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ เลยก็คือ “การกระจายความเสี่ยง (Asset Allocation)” ที่มีผลต่อความสำเร็จด้านการลงทุนมากกว่า 91.5%
  • กลุ่มกองทุน “มั่งมีศรีสุข” SSF จาก KTAM มีการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายทั่วโลก แถมยังสามารถเลือกลงทุนได้ตามระดับความเสี่ยงตามความเหมาะสมของแต่ละคน
  • ลงทุนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ง่าย สะดวก ปลอดภัย โดยดาวน์โหลดได้ที่ App stores และ Play stores พิมพ์คำว่า KTAM Smart Trade

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset กองทุนรวม
Krungsri Asset กองทุนรวม

จบไปแล้วกับงาน Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021 ในหัวข้อ สุดยอดเทคนิค “ลดหย่อนภาษี 2021” ต้องทำยังไง ? เมื่อต้นเดือน พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา สำหรับใครที่ฟังไม่ทัน หรืออยากอ่านทวนอีกครั้ง พี่ทุยมาสรุป LIVE SSF ให้ฟังกันแบบเต็มอิ่ม เก็บครบทุกประเด็น ตั้งแต่เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของ SSF ว่าเป็นยังไง และชี้เป้าว่าเราควรซื้อตัวไหนดี

สรุป LIVE SSF ตัวไหนดี ?

SSF คืออะไร ? เงื่อนไขในการลดหย่อนภาษีเป็นอย่างไร ?

SSF หรือ Super Saving Fund เป็นกองทุนพิเศษที่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีจากกรมสรรพากรที่มาทดแทนจากหายไปของ LTF ในปี 2562 ซึ่งจะมีจุดที่แตกต่างจาก LTF เดิมอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาถือครองที่ยาวขึ้นจากเดิม 7 ปีปฏิทินเปลี่ยนเป็น 10 ปีเต็มวันชนวัน

และอีกหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีเลยก็คือนโยบายการลงทุนจากเดิม LTF ต้องลงทุนหุ้นไทยอย่างน้อย 65% แต่สำหรับ SSF ไม่มีข้อจำกัดในการลงทุนสามารถลงทุนได้ทุกสินทรัพย์ 

รวมไปจนถึงสิทธิในการลดหย่อนภาษีที่เปลี่ยนแปลงไป SSF เราสามารถนำเงินที่ลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 200,000 บาท แต่เมื่อนับรวมกับ RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันแบบบำนาญ กองทุนการออมแห่งชาติและกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนต้องไม่เกิน 500,000 บาท

สรุป LIVE SSF ตัวไหนดี ?

ทำไม SSF ถึงห้ามซื้อเกินสิทธิ

เนื่องจาก SSF ถือว่าเป็นกองทุนพิเศษไม่เหมือนกับกองทุนอื่น ๆ

ทำให้ “กำไรจากการลงทุน (Capital Gain)” จะต้องนำไปคิดรวมภาษีเงินได้ปลายปี แต่ถ้าเรานำเงินลงทุนที่ซื้อไปใช้สิทธิลดหย่อนเราจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำกำไรไปรวมภาษีปลายปี แปลว่าถ้าหากเราซื้อเกินสิทธิจะต้องมีส่วนที่ซื้อเกินที่เราต้องนำกำไรรวมคิดภาษีปลายปี

ซึ่งด้วยวิธีการขายเข้าออกแบบ FIFO จะทำให้การคำนวณทำได้ยากและวุ่นวายมาก ๆ ดังนั้น แนะนำว่าควรคำนวณให้ดีก่อนการซื้อทุกครั้งจะดีที่สุด

สรุป LIVE SSF ตัวไหนดี ?

เป้าหมายการเงินแบบไหนถึงเหมาะกับ “การลงทุน SSF”

เนื่องจากการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจาก SSF จะต้องถือครองอย่างน้อย 10 ปีเต็มวันชนวัน 

ดังนั้น SSF จึงเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนที่มีระยะเวลา 10 ปีขึ้นไปเท่านั้น เน้นการลงทุนระยะยาว เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่เพิ่มสูงขึ้น

สรุป LIVE SSF ตัวไหนดี ?

คัดเลือก SSF สำหรับการลงทุนอย่างไร ?

จากใน Money Buffalo INVESTMENT LIVE SSF EP.4 ที่ผ่านมา วิธีการคัดเลือกกองทุนสไตล์พี่หมอนัทจากเพจ “คลินิกกองทุน” ก็คือ RSF

R – Return

ต้องเป็นกองทุนที่สร้างผลตอบแทนได้ดีและสม่ำเสมอในทุกช่วงเวลา

S – Style

แต่ละกองทุนมีนโยบายการลงทุนและรูปแบบที่แตกต่างกัน เราต้องรู้ว่ากองทุนแบบไหนที่สามารถตอบโจทย์กับความต้องการเราได้ 

F – Fee

แน่นอนว่าการบริหารเงินผ่านกองทุนรวมก็เหมือนกับเราจ้างมืออาชีพช่วยดูแลเงินลงทุนให้กับเรา แปลว่าจะมี “ค่าธรรมเนียม” ถ้าหาก 2 กองทุนมีผลตอบแทนใกล้เคียงกันให้เน้นเลือกกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า

สรุป LIVE SSF ตัวไหนดี ?

ทำไมกองทุนกลุ่ม “มั่งมีศรีสุข” SSF จาก KTAM ถึงน่าสนใจลงทุน

สำหรับใครก็ตามที่อยากประสบความสำเร็จในด้านการลงทุนระยะยาว สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ เลยก็คือ “การกระจายความเสี่ยง (Asset Allocation)” ที่มีผลต่อความสำเร็จด้านการลงทุนมากกว่า 91.5% ซึ่งกลุ่มกองทุน “มั่งมีศรีสุข” SSF จาก KTAM มีการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายทั่วโลก แถมยังสามารถเลือกลงทุนได้ตามระดับความเสี่ยงตามความเหมาะสมของแต่ละคน

ซึ่ง Investment Process ของกองทุนมีวิธีการคัดเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ 

ขั้นตอนที่ 1 Macro

เป็นการศึกษาภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลกและนโยบายต่าง ๆ ที่จะมีผลต่อสินทรัพย์

ขั้นตอนที่ 2 Fundamental

ประเมินปัจจัยพื้นฐานพร้อมประเมินมูลค่าที่เหมาะสม

ขั้นตอนที่ 3 Technical

ติดตามแนวโน้มราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อดูจังหวะที่เหมาะสม

ขั้นตอนที่ 4 Fund Review

ตรวจสอบกองทุนปลายทาง โดยเฉพาะกองทุน FIF ถึงการเปลี่ยนแปลง Master Fund

ขั้นตอนที่ 5 Asset Allocation

รวบรวมการวิเคราะห์จากทั้ง 4 ขั้นตอน มาจัดน้ำหนักการลงทุนให้เหมาะสมตามระดับความเสี่ยง

สรุป LIVE SSF ตัวไหนดี ?

ชี้เป้า 4 กองทุนกลุ่ม “มั่งมีศรีสุข” SSF

กองทุนกลุ่ม “มั่งมีศรีสุข“ SSF เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง)

โดยสามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่มกองทุนย่อย โดยมีการจัดสัดส่วนการลงทุนเพื่อให้เหมาะสมกับนักลงทุนแต่ละประเภท ดังนี้

1. กองทุนเปิดกรุงไทยมั่งคั่ง (ชนิดเพื่อการออม) หรือ KTMUNG-SSF เน้นลงทุนในสินทรัพย์มีความผันผวนสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง* และมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง

ความผันผวนของสินทรัพย์เป็นอย่างดี พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างความ “มั่ง” คั่งในการลงทุนระยะยาว ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน 75%, ตราสารหนี้ 15% และตราสารทางเลือก 10% โดยประมาณ

KTMUNG-SSF สามารถทำผลตอบแทนได้ 6.97% ตั้งแต่วัน 1 ม.ค. จนถึง 30 ก.ย. 2564  และผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนทำได้โดยเฉลี่ย 16.70% ต่อปี 

ข้อมูล Monthly Fund update คลิกที่นี่

2. กองทุนเปิดกรุงไทยมีทรัพย์ (ชนิดเพื่อการออม) (KTMEE-SSF)

เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงปานกลางได้ถึงสูง* เพื่อให้พอร์ตลงทุน “มี” มากกว่าเดิม โดยมีสัดส่วนการลงทุน ตราสารทุน 50% , ตราสารหนี้ 40% และตราสารทางเลือก 10% โดยประมาณ

KTMEE-SSF สามารถทำผลตอบแทนได้ 5.42 % ตั้งแต่วัน 1 ม.ค. จนถึง 30 ก.ย. 2564  และผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนทำได้โดยเฉลี่ย 11.85% ต่อปี 

ข้อมูล Monthly Fund update คลิกที่นี่

หมายเหตุ *ไม่ใช่ระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนยอมรับได้ จากการประเมิน Risk Profile

3. กองทุนเปิดกรุงไทยศรีสิริ (ชนิดเพื่อการออม) (KTSRI-SSF) 

เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้โอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มสูงขึ้นกว่ากองทุน KTSRI-SSF จากการลงทุนในหุ้นที่มากขึ้น มีความผันผวนปานกลาง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง* ช่วยให้มีผลตอบแทนมากกว่าเดิมเป็น “ศรี” แก่พอร์ตลงทุน สัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน 25%, ตราสารหนี้ 65% และตราสารทางเลือก 10% โดยประมาณ

KTSRI-SSF สามารถทำผลตอบแทนได้ 2.97% ตั้งแต่วัน 1 ม.ค. จนถึง 30 ก.ย. 2564  และผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนทำได้โดยเฉลี่ย 6.61% ต่อปี

ข้อมูล Monthly Fund update คลิกที่นี่

4. กองทุนเปิดกรุงไทยสุขใจ (ชนิดเพื่อการออม) (KTSUK-SSF) 

เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้โอกาสรับผลตอบแทนสม่ำเสมอ มีความผันผวนน้อย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย* ลงทุนได้อย่างมีความ “สุข” มีสัดส่วนลงทุนในตราสารหนี้มากกว่า 80%, ตราสารทุน 10% และตราสารทางเลือก 10% โดยประมาณ

KTSUK-SSF สามารถทำผลตอบแทนได้ 1.61% ตั้งแต่วัน 1 ม.ค. จนถึง 30 ก.ย. 2564  และผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนทำได้โดยเฉลี่ย 3.47% ต่อปี

ข้อมูล Monthly Fund update คลิกที่นี่

ดูผลตอบแทนย้อนหลังของทั้ง 4 กลุ่มกองทุนข้างต้น คลิกที่นี่

หมายเหตุ  *ไม่ใช่ระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนยอมรับได้ จากการประเมิน Risk Profile

กลุ่ม “มั่งมีศรีสุข” มีให้เลือกลงทุนทั้งรูปแบบ SSF และ RMF สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

สำหรับใครที่ลงทุน KTAM SSF/RMF (ยกเว้น RMF2, RMF3, RMF4) รับเงินคืน 100 บาท เข้ากองทุน KTSTPLUS เมื่อมียอดลงทุนสุทธิทุก ๆ 50,000 บาท (สำหรับการชำระทุกช่องทาง) ถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2564

นอกจากนี้ยังสามารถซื้อกองทุน KTAM SSF/RMF ผ่านบัตรเครดิต KTC หรือใช้คะแนน KTC FOREVER ทุก ๆ 1,000 คะแนน แทนเงินลงทุน 100 บาท

และลงทุนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ง่าย สะดวก ปลอดภัย โดยดาวน์โหลดได้ที่ App stores และ Play stores พิมพ์คำว่า KTAM Smart Trade

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับหนังสือชี้ชวนที่ ธนาคารกรุงไทย ผู้สนับสนุนการขาย หรือ บลจ.กรุงไทย โทร 02-686-6100 กด 9

สรุป LIVE SSF ตัวไหนดี ?

SSF ทยอยซื้อ หรือ ซื้อทีเดียว ปลายปีเลยดีกว่า ?

การลงทุน SSF ด้วยการทยอยลงทุนแบบ DCA เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากกว่าเพราะจะช่วยทำให้เราได้ “ต้นทุนเฉลี่ยที่ดี” ช่วยลดความเสี่ยง เพราะการที่พยายามชนะตลาด จับจังหวะมากจนเกินไปหลาย ๆ ครั้งอาจจะทำให้เราพลาดโอกาสในการลงทุน เพราะต่อราคามากจนเกินไป การทยอยลงทุนจึงเป็นการช่วยตัดเรื่องจังหวะการลงทุนได้ดี ไม่ต้องคอยวัดดวงกับจังหวะตลาดด้วยนั่นเอง

หมายเหตุ:

ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ เช่น ความเสี่ยงทางตลาด (Market Risk), ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร (Credit Risk), ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ (Liquidity Risk), ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) เป็นต้น 

กองทุนนี้มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจ ของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุน หรือจะได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุน SSF/RMF และความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุนรวมที่เปิดเผยไว้ในแหล่งต่างๆ หรือขอข้อมูลจากผู้เสนอขายหน่วยลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ หากลงทุนไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด อาจจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสียเงินเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial
error: