จบไปแล้วกับงาน Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021 ในหัวข้อ สุดยอดเทคนิค “ลดหย่อนภาษี 2021” ต้องทำยังไง ? เมื่อต้นเดือน พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา สำหรับใครที่ฟังไม่ทัน หรืออยากอ่านทวนอีกครั้ง พี่ทุยมาสรุป LIVE SSF ให้ฟังกันแบบเต็มอิ่ม เก็บครบทุกประเด็น ตั้งแต่เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของ SSF ว่าเป็นยังไง และชี้เป้าว่าเราควรซื้อตัวไหนดี
SSF คืออะไร ? เงื่อนไขในการลดหย่อนภาษีเป็นอย่างไร ?
SSF หรือ Super Saving Fund เป็นกองทุนพิเศษที่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีจากกรมสรรพากรที่มาทดแทนจากหายไปของ LTF ในปี 2562 ซึ่งจะมีจุดที่แตกต่างจาก LTF เดิมอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาถือครองที่ยาวขึ้นจากเดิม 7 ปีปฏิทินเปลี่ยนเป็น 10 ปีเต็มวันชนวัน
และอีกหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีเลยก็คือนโยบายการลงทุนจากเดิม LTF ต้องลงทุนหุ้นไทยอย่างน้อย 65% แต่สำหรับ SSF ไม่มีข้อจำกัดในการลงทุนสามารถลงทุนได้ทุกสินทรัพย์
รวมไปจนถึงสิทธิในการลดหย่อนภาษีที่เปลี่ยนแปลงไป SSF เราสามารถนำเงินที่ลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 200,000 บาท แต่เมื่อนับรวมกับ RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันแบบบำนาญ กองทุนการออมแห่งชาติและกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนต้องไม่เกิน 500,000 บาท
ทำไม SSF ถึงห้ามซื้อเกินสิทธิ
เนื่องจาก SSF ถือว่าเป็นกองทุนพิเศษไม่เหมือนกับกองทุนอื่น ๆ
ทำให้ “กำไรจากการลงทุน (Capital Gain)” จะต้องนำไปคิดรวมภาษีเงินได้ปลายปี แต่ถ้าเรานำเงินลงทุนที่ซื้อไปใช้สิทธิลดหย่อนเราจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำกำไรไปรวมภาษีปลายปี แปลว่าถ้าหากเราซื้อเกินสิทธิจะต้องมีส่วนที่ซื้อเกินที่เราต้องนำกำไรรวมคิดภาษีปลายปี
ซึ่งด้วยวิธีการขายเข้าออกแบบ FIFO จะทำให้การคำนวณทำได้ยากและวุ่นวายมาก ๆ ดังนั้น แนะนำว่าควรคำนวณให้ดีก่อนการซื้อทุกครั้งจะดีที่สุด
เป้าหมายการเงินแบบไหนถึงเหมาะกับ “การลงทุน SSF”
เนื่องจากการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจาก SSF จะต้องถือครองอย่างน้อย 10 ปีเต็มวันชนวัน
ดังนั้น SSF จึงเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนที่มีระยะเวลา 10 ปีขึ้นไปเท่านั้น เน้นการลงทุนระยะยาว เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่เพิ่มสูงขึ้น
คัดเลือก SSF สำหรับการลงทุนอย่างไร ?
จากใน Money Buffalo INVESTMENT LIVE SSF EP.4 ที่ผ่านมา วิธีการคัดเลือกกองทุนสไตล์พี่หมอนัทจากเพจ “คลินิกกองทุน” ก็คือ RSF
R – Return
ต้องเป็นกองทุนที่สร้างผลตอบแทนได้ดีและสม่ำเสมอในทุกช่วงเวลา
S – Style
แต่ละกองทุนมีนโยบายการลงทุนและรูปแบบที่แตกต่างกัน เราต้องรู้ว่ากองทุนแบบไหนที่สามารถตอบโจทย์กับความต้องการเราได้
F – Fee
แน่นอนว่าการบริหารเงินผ่านกองทุนรวมก็เหมือนกับเราจ้างมืออาชีพช่วยดูแลเงินลงทุนให้กับเรา แปลว่าจะมี “ค่าธรรมเนียม” ถ้าหาก 2 กองทุนมีผลตอบแทนใกล้เคียงกันให้เน้นเลือกกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า
ทำไมกองทุนกลุ่ม “มั่งมีศรีสุข” SSF จาก KTAM ถึงน่าสนใจลงทุน
สำหรับใครก็ตามที่อยากประสบความสำเร็จในด้านการลงทุนระยะยาว สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ เลยก็คือ “การกระจายความเสี่ยง (Asset Allocation)” ที่มีผลต่อความสำเร็จด้านการลงทุนมากกว่า 91.5% ซึ่งกลุ่มกองทุน “มั่งมีศรีสุข” SSF จาก KTAM มีการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายทั่วโลก แถมยังสามารถเลือกลงทุนได้ตามระดับความเสี่ยงตามความเหมาะสมของแต่ละคน
ซึ่ง Investment Process ของกองทุนมีวิธีการคัดเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ
ขั้นตอนที่ 1 Macro
เป็นการศึกษาภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลกและนโยบายต่าง ๆ ที่จะมีผลต่อสินทรัพย์
ขั้นตอนที่ 2 Fundamental
ประเมินปัจจัยพื้นฐานพร้อมประเมินมูลค่าที่เหมาะสม
ขั้นตอนที่ 3 Technical
ติดตามแนวโน้มราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อดูจังหวะที่เหมาะสม
ขั้นตอนที่ 4 Fund Review
ตรวจสอบกองทุนปลายทาง โดยเฉพาะกองทุน FIF ถึงการเปลี่ยนแปลง Master Fund
ขั้นตอนที่ 5 Asset Allocation
รวบรวมการวิเคราะห์จากทั้ง 4 ขั้นตอน มาจัดน้ำหนักการลงทุนให้เหมาะสมตามระดับความเสี่ยง
ชี้เป้า 4 กองทุนกลุ่ม “มั่งมีศรีสุข” SSF
กองทุนกลุ่ม “มั่งมีศรีสุข“ SSF เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง)
โดยสามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่มกองทุนย่อย โดยมีการจัดสัดส่วนการลงทุนเพื่อให้เหมาะสมกับนักลงทุนแต่ละประเภท ดังนี้
1. กองทุนเปิดกรุงไทยมั่งคั่ง (ชนิดเพื่อการออม) หรือ KTMUNG-SSF เน้นลงทุนในสินทรัพย์มีความผันผวนสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง* และมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง
ความผันผวนของสินทรัพย์เป็นอย่างดี พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างความ “มั่ง” คั่งในการลงทุนระยะยาว ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน 75%, ตราสารหนี้ 15% และตราสารทางเลือก 10% โดยประมาณ
KTMUNG-SSF สามารถทำผลตอบแทนได้ 6.97% ตั้งแต่วัน 1 ม.ค. จนถึง 30 ก.ย. 2564 และผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนทำได้โดยเฉลี่ย 16.70% ต่อปี
ข้อมูล Monthly Fund update คลิกที่นี่
2. กองทุนเปิดกรุงไทยมีทรัพย์ (ชนิดเพื่อการออม) (KTMEE-SSF)
เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงปานกลางได้ถึงสูง* เพื่อให้พอร์ตลงทุน “มี” มากกว่าเดิม โดยมีสัดส่วนการลงทุน ตราสารทุน 50% , ตราสารหนี้ 40% และตราสารทางเลือก 10% โดยประมาณ
KTMEE-SSF สามารถทำผลตอบแทนได้ 5.42 % ตั้งแต่วัน 1 ม.ค. จนถึง 30 ก.ย. 2564 และผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนทำได้โดยเฉลี่ย 11.85% ต่อปี
ข้อมูล Monthly Fund update คลิกที่นี่
หมายเหตุ *ไม่ใช่ระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนยอมรับได้ จากการประเมิน Risk Profile
3. กองทุนเปิดกรุงไทยศรีสิริ (ชนิดเพื่อการออม) (KTSRI-SSF)
เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้โอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มสูงขึ้นกว่ากองทุน KTSRI-SSF จากการลงทุนในหุ้นที่มากขึ้น มีความผันผวนปานกลาง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง* ช่วยให้มีผลตอบแทนมากกว่าเดิมเป็น “ศรี” แก่พอร์ตลงทุน สัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน 25%, ตราสารหนี้ 65% และตราสารทางเลือก 10% โดยประมาณ
KTSRI-SSF สามารถทำผลตอบแทนได้ 2.97% ตั้งแต่วัน 1 ม.ค. จนถึง 30 ก.ย. 2564 และผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนทำได้โดยเฉลี่ย 6.61% ต่อปี
ข้อมูล Monthly Fund update คลิกที่นี่
4. กองทุนเปิดกรุงไทยสุขใจ (ชนิดเพื่อการออม) (KTSUK-SSF)
เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้โอกาสรับผลตอบแทนสม่ำเสมอ มีความผันผวนน้อย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย* ลงทุนได้อย่างมีความ “สุข” มีสัดส่วนลงทุนในตราสารหนี้มากกว่า 80%, ตราสารทุน 10% และตราสารทางเลือก 10% โดยประมาณ
KTSUK-SSF สามารถทำผลตอบแทนได้ 1.61% ตั้งแต่วัน 1 ม.ค. จนถึง 30 ก.ย. 2564 และผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนทำได้โดยเฉลี่ย 3.47% ต่อปี
ข้อมูล Monthly Fund update คลิกที่นี่
ดูผลตอบแทนย้อนหลังของทั้ง 4 กลุ่มกองทุนข้างต้น คลิกที่นี่
หมายเหตุ *ไม่ใช่ระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนยอมรับได้ จากการประเมิน Risk Profile
กลุ่ม “มั่งมีศรีสุข” มีให้เลือกลงทุนทั้งรูปแบบ SSF และ RMF สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร
สำหรับใครที่ลงทุน KTAM SSF/RMF (ยกเว้น RMF2, RMF3, RMF4) รับเงินคืน 100 บาท เข้ากองทุน KTSTPLUS เมื่อมียอดลงทุนสุทธิทุก ๆ 50,000 บาท (สำหรับการชำระทุกช่องทาง) ถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2564
นอกจากนี้ยังสามารถซื้อกองทุน KTAM SSF/RMF ผ่านบัตรเครดิต KTC หรือใช้คะแนน KTC FOREVER ทุก ๆ 1,000 คะแนน แทนเงินลงทุน 100 บาท
และลงทุนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ง่าย สะดวก ปลอดภัย โดยดาวน์โหลดได้ที่ App stores และ Play stores พิมพ์คำว่า KTAM Smart Trade
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับหนังสือชี้ชวนที่ ธนาคารกรุงไทย ผู้สนับสนุนการขาย หรือ บลจ.กรุงไทย โทร 02-686-6100 กด 9
SSF ทยอยซื้อ หรือ ซื้อทีเดียว ปลายปีเลยดีกว่า ?
การลงทุน SSF ด้วยการทยอยลงทุนแบบ DCA เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากกว่าเพราะจะช่วยทำให้เราได้ “ต้นทุนเฉลี่ยที่ดี” ช่วยลดความเสี่ยง เพราะการที่พยายามชนะตลาด จับจังหวะมากจนเกินไปหลาย ๆ ครั้งอาจจะทำให้เราพลาดโอกาสในการลงทุน เพราะต่อราคามากจนเกินไป การทยอยลงทุนจึงเป็นการช่วยตัดเรื่องจังหวะการลงทุนได้ดี ไม่ต้องคอยวัดดวงกับจังหวะตลาดด้วยนั่นเอง
หมายเหตุ:
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ เช่น ความเสี่ยงทางตลาด (Market Risk), ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร (Credit Risk), ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ (Liquidity Risk), ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) เป็นต้น
กองทุนนี้มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจ ของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุน หรือจะได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุน SSF/RMF และความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุนรวมที่เปิดเผยไว้ในแหล่งต่างๆ หรือขอข้อมูลจากผู้เสนอขายหน่วยลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ หากลงทุนไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด อาจจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสียเงินเพิ่ม