สรุป LIVE RMF ตัวไหนดี ?

[สรุปจากงาน Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021] อยากลดหย่อนภาษี เลือก RMF ตัวไหนดี ?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • RMF หรือ Retirement Mutual Fund เป็นกองทุนพิเศษที่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ที่สามารถนำเงินลงทุนซื้อในปีนั้น ๆ เพื่อลดหย่อนภาษีได้ โดยจะสามารถนำไปลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี
  • และเมื่อนับรวมกับ RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันแบบบำนาญ กองทุนการออมแห่งชาติและกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • ใครที่สนใจลงทุนกองทุน RMF ทาง UOBAM มี 4 Megatrend SSF/RMF มาแนะนำ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

สิ้นสุดลงแล้วกับงาน Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021 ในหัวข้อ สุดยอดเทคนิค “ลดหย่อนภาษี 2021” ต้องทำยังไง ? กับ EP.5 RMF ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือการลงทุนที่ดี มีประสิทธิภาพสำหรับการวางแผนเกษียณมากที่สุดตัวหนึ่ง แต่ก็มีเงื่อนไขและข้อจำกัดสำหรับการลดหย่อนภาษีไม่น้อยเช่นกัน ใครที่ฟังไม่ทันหรือไม่แน่ใจในรายละเอียด พี่ทุยสรุป LIVE RMF ให้ฟัง พร้อมชี้เป้า RMF ว่ามีกองไหนที่น่าสนใจบ้าง

สรุป LIVE RMF ตัวไหนดี ?

RMF หรือ Retirement Mutual Fund เป็นกองทุนพิเศษที่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ที่สามารถนำเงินลงทุนซื้อในปีนั้น ๆ เพื่อลดหย่อนภาษีได้ โดยจะสามารถนำไปลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และเมื่อนับรวมกับ RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันแบบบำนาญ กองทุนการออมแห่งชาติและกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนต้องไม่เกิน 500,000 บาท

แต่สำหรับใครที่ใช้ RMF ลดหย่อนภาษีจะมีเงื่อนไขเรื่องการถือครองที่ต้องระวัง นั่นก็คือ ต้องถืออย่างน้อย 5 ปีเต็ม และขายได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์เท่านั้น ซึ่งด้วยเงื่อนไขการถือครองและขายได้เมื่อวัยเกษียณ ทำให้ RMF เป็นอีก 1 ทางเลือกที่ช่วยเพิ่มเงินวัยเกษียณได้เป็นอย่างดี

สรุป LIVE RMF ตัวไหนดี ?

ถ้าเราดูที่ลักษณะของกองทุน SSF และ RMF จะเห็นได้ว่าจำนวนเงินที่ซื้อลดหย่อนได้ รวมไปจนถึงนโยบายการลงทุนมีความคล้ายคลึงกันมาก ๆ 

แต่เมื่อเราดูรายละเอียดในภาพรวมของ RMF และ SSF แล้วสิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันมากที่สุดก็คือ “ระยะเวลาถือครอง” ที่ SSF จะต้องถืออย่างน้อย 10 ปี แต่สำหรับ RMF จะขายได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

ดังนั้น จะใช้ RMF หรือ SSF ก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงินของเราว่ามี “ระยะเวลาการลงทุน” เป็นอย่างไร แล้วเหมาะกับระยะเวลาการถือครองหรือไม่

สรุป LIVE RMF ตัวไหนดี ?

เนื่องจาก RMF ถือว่าเป็นกองทุนพิเศษไม่เหมือนกับกองทุนอื่น ๆ ทำให้ “กำไรจากการลงทุน (Capital Gain)” จะต้องนำไปคิดไปรวมภาษีเงินได้ปลายปี แต่ถ้าเรานำเงินลงทุนที่ซื้อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เราจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำกำไรไปรวมภาษีปลายปี แปลว่าถ้าหากเราซื้อเกินสิทธิจะต้องมีส่วนที่ซื้อเกินที่เราต้องนำกำไรรวมคิดภาษีปลายปี  

แล้วด้วยเงื่อนไขของ RMF ที่ต้องมีการซื้ออย่างต่อเนื่องทุกปี (หรือปีเว้นปีได้) ถ้าเราทำผิดเงื่อนไขการถือครองสำหรับ RMF จะทำให้เราต้องคืนภาษีที่ได้รับลดหย่อนทั้งหมดซึ่งจะกระทบกับเงินทุกก้อนที่เราได้ลดหย่อนภาษีมาก่อนหน้านั้น พร้อมกับค่าปรับซึ่งต้องบอกว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลยทีเดียว แนะนำว่าควรคำนวณให้ดีก่อนการซื้อทุกครั้งจะดีที่สุด และห้ามทำผิดเงื่อนไขเรื่องการถือครองเด็ดขาด

สรุป LIVE RMF ตัวไหนดี ?

จากใน Money Buffalo INVESTMENT LIVE RMF EP.5 ที่ผ่านมาวิธีการคัดเลือกกองทุนสไตล์พี่หมอนัทจากเพจ “คลินิกกองทุน” ก็คือ RSF

R – Return

ต้องเป็นกองทุนที่สร้างผลตอบแทนได้ดีและสม่ำเสมอในทุกช่วงเวลา

S – Style

แต่ละกองทุนมีนโยบายการลงทุนและรูปแบบที่แตกต่างกัน เราต้องรู้กองทุนแบบไหน ที่สามารถตอบโจทย์กับความต้องการเราได้ 

F – Fee

แน่นอนว่าการบริหารเงินผ่านกองทุนรวม ก็เหมือนกับเราจ้างมืออาชีพช่วยดูแลเงินลงทุนให้กับเรา แปลว่าจะมี “ค่าธรรมเนียม” ถ้าหาก 2 กองทุนมีผลตอบแทนใกล้เคียงกันให้เน้นเลือกกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า

สรุป LIVE RMF ตัวไหนดี ?

Megatrend 1: Healthcare

ในช่วงที่ผ่านหนึ่งธีมการลงทุนที่เด่นชัดและเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลกอยู่ ณ เวลานี้เลยก็คือ โครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนไป กำลังเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” ซึ่งจริง ๆ ต้องบอกว่าปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเฉพาะไทยเท่านั้นแต่เป็นปัญหาที่กำลังพบเจอกันทั้งโลก ซึ่งเป็นปัญหาตั้งแต่เรื่องอัตราการเกิดที่ลดต่ำลงทั่วโลก แถมอายุเฉลี่ยของคนก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อผู้สูงอายุมากขึ้นความต้องการเรื่องสุขภาพและ Healthcare ต่าง ๆ ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น 

สำหรับใครที่สนใจเทรนด์การลงทุนของสังคมผู้สูงอายุ สามารถเลือกลงทุนกับ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล เฮลท์แคร์ เพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ UHCRMF ที่เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงระดับที่ 7 เลือกลงทุนเน้นอุตสาหกรรม Healthcare ทั่วโลกเป็นหลัก

Megatrend 2: Innovation

ธีมเรื่องเทคโนโลยีนวัตกรรมต่าง ๆ เชื่อว่าไม่น่าจะต้องมาถกเถียงกันมากมายนักว่าเป็นธีมที่น่าสนใจหรือเหมาะกับการลงทุนในระยะยาวหรือไม่ ยิ่งในช่วงที่เกิดระบาดของโควิด-19 ก็เป็นเหมือนตัวเร่งที่ทำให้โลกเราปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีมากขึ้น สำหรับใครที่ชื่นชอบหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีก็สามารถเลือกลงทุนกับ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินโนเวชั่น ฟันด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ UNIRMF ที่ลงทุนใน

  • หุ้นที่มีศักยภาพในการคิดค้นนวัตกรรมทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อรองรับแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงของโลก
  • หุ้นทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับการคิดค้นนวัตกรรม
  • หุ้น ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรม

และหุ้นทุกตัวที่เลือกมาในพอร์ตต้องมีการประเมินความน่าสนใจของหุ้นด้วยการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในเชิงลึกควบคู่กับการพิจารณา 4 ปัจจัยในการดำเนินธุรกิจ คือ Trend, Innovation, Barrier to Entry และ Risks 

Megatrend 3: Sustainable and Responsible

อีกหนึ่งธีมที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากก็เรื่องของ “ความยั่งยืนของธุรกิจ” หรือที่เราจะเรียกกันว่า ESG (Environment, Social and Governance) ซึ่งถ้าหากเราลองย้อนดูผลตอบแทนย้อนหลังของค่าเฉลี่ยตลาดหุ้นทั่วโลก เปรียบเทียบกับ หุ้นกลุ่ม ESG จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าหุ้นกลุ่ม ESG ทำผลตอบแทนได้น่าสนใจอย่างมาก

ซึ่งเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หุ้น ESG ทำผลตอบแทนได้อย่างน่าสนใจมากกว่าในช่วงที่ผ่านมาก็เพราะการระบาดของโควิด-19 เนื่องจากหุ่นกลุ่มนี้จะมีโครงสร้างทางการเงินที่ป้องกันความเสี่ยงได้มากกว่าหุ้นทั่ว ๆ ไป ทำให้ช่วงตลาดปรับตัวลงจะปรับตัวลงน้อยกว่าจากความแข็งแกร่งของงบการเงินและแนวทางในการทำธุรกิจ

สำหรับใครที่ชื่นชอบหุ้น ESG ขอแนะนำ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ซัสเทนเนเบิล อิควิตี้ โซลูชั่น ฟันด์ เพื่อการเลี้ยงชีพหรือ USUSRMF ที่เน้นลงทุนหุ้นกลุ่ม ESG ในประเทศที่พัฒนาอย่างน้อย 70% ที่จะต้องผ่านหลักการ Sustainable and Responsible Investment Strategy (SRI Strategy) ซึ่งก็คือ กลยุทธ์การลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคม

ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนด้วยและรับผิดชอบต่อสังคมด้วย จะช่วยให้การลงทุนมีความยั่งยืนมากกว่านั่นเอง เหมาะกับการลงทุนในระยะยาวอย่างมาก ตรงกับเงื่อนไขการถือครอง RMF ที่เราต้องถือยาว ๆ

การที่ลงทุนในธีม ESG แบบนี้ช่วยทำให้มั่นใจได้ว่าบริษัทที่เราลงทุนจะสามารถเติบโตได้แบบยั่งยืน เป็นบริษัทคนที่ดีที่ไม่ได้สนใจเพียงแค่กำไร แต่ต้องดูปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย 

Megatrend 4: China

ถ้าให้นึกถึงสักหนึ่งประเทศที่จะสามารถขึ้นมาท้าชิงประเทศมหาอำนาจกับสหรัฐฯ ณ เวลานี้คงมีแค่ “จีน” ประเทศเดียวเท่านั้น ซึ่งจีนเองก็เป็นประเทศหนึ่งที่ถือว่ามีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่เร็วมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยเชิงมหภาคอย่าง โครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างประชากร รวมไปจนถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็เป็นปัจจัยเร่งที่ดีที่ช่วยส่งเสริมให้จีนเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง 

และตัวรัฐบาลจีนเองก็พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้ภาคเอกชนเติบโต เลยทำให้จีนเป็นอีกหนึ่งธีมที่น่าสนใจของนักลงทุนทั่วโลก สำหรับใครที่สนใจลงทุนในจีนก็สามารถเลือกลงทุนผ่าน กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ออล ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ UCHINARMF

ที่เน้นกระจายการลงทุนไปยังหุ้นที่จดทะเบียนในจีนและฮ่องกง รวมถึงหุ้นของบริษัทจดทะเบียนของประเทศอื่นที่มีการดำเนินธุรกิจในจีนเป็นหลัก

กองทุนหลักมีกลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบเชิงรุก มีนโยบายการลงทุนที่ยืดหยุ่น (Dynamic) โดยไม่ได้มีการกำหนดสัดส่วนการลงทุนระหว่างตลาด มีการคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-up และผู้จัดการกองทุนหลักมี Track record ที่ดีในการบริหารกองทุนหุ้นจีนอื่น ๆ ทั้งกองทุนหุ้นจีนที่ลงทุนในตลาด Onshore และตลาด Offshore ผู้ลงทุนจึงมั่นใจได้ว่ามีผู้จัดการกองทุนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์บริหารกองทุนเพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้” 

สำหรับใครที่สนใจลงทุนกองทุน 4 Megatrend SSF/RMF จากทาง UOBAM

คลิก SSF คลิกที่นี่ 

คลิก RMF คลิกที่นี่ 

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับหนังสือชี้ชวนที่ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-786 -2222

สรุป LIVE RMF ตัวไหนดี ?

การทยอยลงทุนแบบ DCA ใน RMF เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากกว่าเพราะจะช่วยทำให้เราได้ ต้นทุนเฉลี่ยที่ดีช่วยลดความเสี่ยง เพราะการที่พยายามชนะตลาด จับจังหวะมากจนเกินไปหลาย ๆ ครั้งอาจจะทำให้เราพลาดโอกาสในการลงทุน เพราะมีการต่อราคาเกินความจำเป็น การทยอยลงทุนจะช่วยตัดเรื่องจังหวะการลงทุนได้ดี ไม่ต้องคอยวัดดวงกับจังหวะตลาดด้วย

นอกจากนี้การทยอยซื้อยังทำให้เราไม่ต้องไปรอลุ้นช่วงปลายปีว่าสภาพคล่องช่วงนั้นจะเป็นอย่างไร จะมีเพียงพอสำหรับการไปซื้อลดหย่อนหรือไม่ด้วย เพราะช่วงปลายปีมักจะเป็นอีกช่วงเวลาที่เรามีรายจ่ายที่สูง ทั้งการปาร์ตี้ สังสรรค์ ซื้อของขวัญปีใหม่ต่าง ๆ อาจจะทำให้เราไม่มีเงินเหลือพอมาจัดการเรื่องภาษีก็เป็นไปได้ 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial
error: