จีนอยู่ในสายตาของนักลงทุนมาโดยตลอด ด้วยเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสอง และมีจำนวนประชากรมากติดอันดับโลก แต่ขณะที่เศรษฐกิจโลกตอนนี้อยู่ในภาวะชะลอตัว และถูกกดดันด้วยเงินเฟ้อ การขึ้นดอกเบี้ย ทำไมโฟกัสการลงทุนจึงยิ่งมุ่งไปที่จีน และถือเป็นจังหวะเข้าลงทุนที่ไม่ควรพลาด ไปหาคำตอบด้วยกันได้เลย พี่ทุยสรุปมาให้ทั้งหมดแล้ว! ใครที่สนใจจะลงทุนในหุ้นจีน พี่ทุยแนะนำการลงทุนที่อ้างอิงไปกับดัชนีหุ้นจีน A-Shares คือ CSI300 Index กับ “กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300” หรือ KFCSI300 เปิดเสนอขายตั้งแต่ วันนี้ – 26 มิถุนายน 2566 นี้
ก่อนที่เราจะลงทุนหุ้นอะไรก็ตาม เรื่องแรกที่เราต้องดูให้ดีและยืนยันให้มั่นใจทุกครั้งก็คือ หุ้นที่เราซื้อ อุตสาหกรรมที่จะลงทุน หรือประเทศที่เราจะกระจายการลงทุนไปมีแนวโน้มการเติบโตได้ดีในระยะยาว เพราะถ้าเราเลือกได้ถูกที่ถูกทางโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีจะมากกว่าการขาดทุน พี่ทุยชอบคำที่ว่าแม้เราจะเป็นนักลงทุนธรรมดา ๆ แต่ถ้าอยู่ท่ามกลางพายุด้วยความแรงของลมพายุก็พาเราบินไปไกลได้เหมือนกัน
วันนี้พี่ทุยจะพาไปส่องกันว่าทำไมพายุที่ชื่อว่า “ประเทศจีน” ถึงเป็นอีกหนึ่งประเทศที่นักลงทุนธรรมดาแบบเรา ๆ น่าจะเข้าไปลงทุนเพื่อให้บินได้สูง ๆ
ก่อนอื่นเลยพี่ทุยอยากจะพาทุกคนไปรู้จักประเทศจีนกันให้มากขึ้นก่อน รู้กันหรือไม่ว่า…
จีน เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
ขนาดเศรษฐกิจหรือ GDP ของประเทศจีน คิดเป็นสัดส่วน 17% ของเศรษฐกิจโลก
จัดเป็นอันดับ 2 ของโลกเป็นรองเพียงอเมริกาเพียงเท่านั้น ซึ่ง ณ ปัจจุบันตอนนี้พี่ทุยเชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้ว่าจีนกำลังพยายามก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 1 อย่างเต็มที่ ทั้งด้านการเงิน การค้า การเมืองก็ว่าได้ คาดว่าจีนจะสามารถก้าวขึ้นสู่ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2573
จีน เป็นประเทศผู้บริโภคหลักของโลก
ด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่า 1,400 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 5 ของโลก ทำให้เป็นตลาดผู้บริโภคที่มีการเติบโตเร็วที่สุด ซึ่งปัจจุบันการเติบโตของเศรษฐกิจจีนคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของการเติบโตเศรษฐกิจโลก
จีน เป็นประเทศที่มีเงินลงทุนทางตรงสูงสุดเป็นอันดับ 1 เป็นเวลา 29 ปีต่อเนื่อง
นับเฉพาะเม็ดเงินลงทุนทางตรงในจีนเติบโตเฉลี่ยปีละ 6.1% สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งแน่นอนว่าเม็ดเงินไหลเข้ามาก็มาจากเข้ามาตั้งฐานการผลิตที่จีนเป็นหลักด้วย ทำให้ตอนนี้ จีนเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้นำเข้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยส่วนแบ่งตลาดของจีนด้านการนำเข้าเพิ่มขึ้นจาก 3.8% เป็น 11.5% และการส่งออกเพิ่มขึ้นจาก 4.3% เป็น 14.7%
ทำไมจังหวะนี้ เป็นโอกาสที่ดีของหุ้นจีน
แล้วทำไมจังหวะนี้ ต้องซื้อตอนนี้เดี๋ยวนี้ ถึงเป็นโอกาสที่ดี ที่จะเข้าไปเก็บ “หุ้นจีน” ประเด็นแรกก่อนเลยก็คือ เหล่านักวิเคราะห์ชั้นนำได้มีการคาดการณ์ว่าจีนจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นของโลก เนื่องจากมีการฟื้นตัวที่โดดเด่น โดยเฉพาะแรงสนับสนุนด้านการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน และการท่องเที่ยว
ประเด็นที่สองที่ทำให้ตลาดหุ้นจีนน่าสนใจก็คือ เรื่องของระดับราคาที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างถูก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเราจะสามารถดูค่าความถูกแพงของตลาดหุ้นได้จาก P/E ซึ่ง ณ ปัจจุบันค่า P/E ของตลาดหุ้นจีนอย่าง CSI 300 Index อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี เลยก็ว่าได้
และประเด็นสุดท้ายคือ ตลาดหุ้นจีนได้ประโยชน์จากการเข้าคำนวณในดัชนีหลัก MSCI Emerging Market index ซึ่งแปลว่าในอนาคตตลาดหุ้นจีนเองจะมีเม็ดเงินจากนักลงทุนทั่วโลกเข้ามาเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง
รวมถึงนโบายภาครัฐที่เป็นไปในทิศทางผ่อนคลาย ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ ยิ่งทำให้จีนน่าสนใจสำหรับนักลงทุน ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลบวกต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนและจะสะท้อนเข้ามายังราคาของหุ้นจีนในที่สุด
กองทุนที่มีโอกาสเติบโตพร้อมกับจีน กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300
สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางกระจายการลงทุนไปยังประเทศจีน แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะลงทุนอะไรดี พี่ทุยแนะนำ “กองทุนรวม” ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ง่ายและดีสำหรับนักลงทุนเลย
อย่างล่าสุดทาง บลจ.กรุงศรี เปิดขายกองทุนรวมที่มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของประเทศจีน ชื่อ “กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300 (KFCSI300)” ที่เป็น Feeder Funds ที่นำเงินไปลงทุนต่อใน ChinaAMC CSI 300 Index ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุน ETF ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กองทุนนี้ทำให้เราเข้าถึงหุ้นจีน A-Shares ชั้นนำ 300 บริษัทของจีนมีที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุด ซึ่งอ้างอิงจากดัชนี CSI 300 Index โดยมีเป้าหมายผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนี CSI 300 Index
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
ChinaAMC CSI 300 Index ETF (กองทุนหลัก)
ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุน ETF ที่เน้นลงทุน ในหุ้นจีน A-Shares ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
โดยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของ A-Shares ETF ทั้งหมดที่จดทะเบียนนอกประเทศจีน และใหญ่เป็นอันดับ 2 ในฮ่องกง
การลงทุนในดัชนี CSI 300 Index คือการลงทุนหุ้นจีนขนาดใหญ่ 300 ตัวแรกในตลาดที่อ้างอิงกับ CSI 300 Index มีสภาพคล่องสูงและทำให้มั่นใจได้ว่าเงินเราลงทุนจะไปอยู่กับบริษัทที่ใหญ่ มีการกระจายการลงทุนในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย
ซึ่งดัชนี CSI 300 Index สามารถเป็นตัวแทนของตลาดจีน A-Shares ได้อย่างครอบคลุม
และการลงทุนผ่านกองทุนหลักที่เป็น ETF ที่มีสภาพคล่องสูงและมีค่าธรรมเนียมที่ไม่สูงจนเกินไป ทำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีได้ ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยหลัก ๆ ของการลงทุนเชิงรับ (Passive) เลยก็ว่าได้ ทำให้ ChinaAMC CSI 300 Index ETF (กองทุนหลัก) มีค่า Tracking Error ที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกองประเภทเดียวกัน
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
โดยสรุปแล้ว “กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI300 (KFCSI300)”
ลงทุนในหนึ่งในกองทุน A-Shares ETF ที่ลงทุนในดัชนีหุ้นจีน A-Shares ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
โดยมีจุดเด่นสำคัญก็คือเข้าถึงหุ้นชั้นนำ 300 บริษัทของจีนที่อ้างอิงดัชนี CSI 300 Index กองทุนมีสภาพคล่องสูง และยังมีค่าธรรมเนียมในการบริหารที่ต่ำเนื่องจากเป็นการบริการแบบเชิงรับ (Passive Investment)
สำหรับใครที่สนใจ “กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300 (KFCSI300)” ทาง บลจ.กรุงศรี เปิดเสนอขายตั้งแต่วันนี้ – 26 มิถุนายน 2566
กองทุน KFCSI300 มีสองชนิดหน่วยลงทุน
- กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300-สะสมมูลค่า (KFCSI300-A) ลงทุนขั้นต่ำ 500 บาท
- กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300-ผู้ลงทุนสถาบัน (KFCSI300-I) ไม่กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ
กองทุน KFCSI300 มีระดับความเสี่ยง 6: เสี่ยงสูง
ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก https://bit.ly/3Nyytoo
หรือโทร 02 657 5757 ได้เลย
ใครที่สนใจซื้อกองทุนก็สามารถเปิดบัญชีและซื้อกองทุนได้ผ่าน @ccess Mobile App หรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ บลจ.กรุงศรี และธนาคารกรุงศรีทุกสาขา
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน| กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
อ่านเพิ่ม