ARK คืออะไร

[สรุปโพสต์เดียวจบ] เจาะลึกแนวคิด “กองทุน ARK” ทำไมถึงสร้างกำไรทะลุ 100% ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ARK Investment Management LLC. หรือ ARK มองว่านวัตกรรมต้องมีต้นทุนที่ลดลงอย่างรวดเร็ว เข้าสู่ทุกอุตสาหกรรม และเป็นรากฐานของนวัตกรรมใหม่
  • ARK มองว่าโลกกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอีกครั้ง ด้วย 5 นวัตกรรม โดยมี 4 ปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนมองข้ามหรือกังวลกับการลงทุนในบริษัทเหล่านั้น
  • ARK ผสมผสานการวิเคราะห์การลงทุนแบบ  Top-Down และ Bottom-Up ภายใต้ระบบ Open Research Ecosystem เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างทีมวิเคราะห์ ทีมบริหารพอร์ตการลงทุน และทีมนักพัฒนา อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการบริหารพอร์ตการลงทุน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Money Buffalo TikTok"
"Money Buffalo TikTok"

ต้องใช้คำว่าปรากฏการณ์แล้ว สำหรับ ARK Investment Management LLC. หรือในหมู่นักลงทุนเรียกสั้นๆ ว่า “กองทุน ARK” ที่ดังเป็นพลุแตก จากการบริหาร ETF แบบ Active ซึ่งปกติในท้องตลาดจะบริหารแบบ Passive จนสร้างผลตอบแทนมากกว่า 100% เมื่อปีที่แล้ว และยังร้อนแรงต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้

การบริหารแบบ Active ที่มุ่งหวังสร้างผลตอบแทนให้มากกว่าดัชนีตลาดหุ้นเป็นเรื่องที่ยากแล้ว การเลือกลงทุนแบบ Thematic ในหุ้นเทคโนโลยีที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นแล้วสร้างผลตอบแทนได้เช่นนี้ ต้องมีทั้งแนวคิดและกระบวนการลงทุนที่แตกต่างจากท้องตลาดอย่างแน่นอน

พี่ทุยเลยไปเจาะลึกแนวคิด ระบบ และกระบวนการ ที่ทำให้ ARK กลั่นกรองข้อมูลจนค้นพบบริษัทแห่งนวัตกรรมที่ราคาพุ่งทะยานจนกองทุน ETF ที่บริหารโดย ARK สร้างผลตอบแทนจนทุกสายตาต้องหันมาสนใจ

ARK มีความเชื่อว่านวัตกรรมคือสิ่งสำคัญของความก้าวหน้า โดย ARK มองว่านวัตกรรมต้องเข้ามาทดแทนสิ่งที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพิ่มประสิทธิภาพ และมีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด

ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์มีสามนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาลนั่นคือ โทรศัพท์ ยานยนต์ และไฟฟ้า ซึ่งต่างมีคุณสมบัติบางอย่างจนเข้ามาสู่ชีวิตประจำวัน และการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3 กฎเกณฑ์ที่เป็นแนวคิดหลักของ “กองทุน ARK”

นวัตกรรมต้องผ่านกฎเกณฑ์ 3 ข้อ ซึ่งเป็นรากฐานของแนวคิดที่ทำให้สามารถค้นหาบริษัทที่มาพร้อมนวัตกรรมระดับปรากฎการณ์

  1. ต้นทุนลดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล – ARK ใช้ Wright’s Law เพื่อทำความเข้าใจที่มากขึ้นต่อขอบเขตความสามารถของนวัตกรรม
  2. เข้าสู่ทุกอุตสาหกรรม – เปิดโอกาสให้นวัตกรรมปรับตัวให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมนั้น ป้องกันความเสี่ยงจากวัฏจักรธุรกิจ และได้รับความสนใจจากหลากหลายสาขาวิชา
  3. เป็นรากฐานของนวัตกรรมใหม่ – เพิ่มการใช้งานไปสู่หลากหลายช่องทางที่เกินกว่าจินตนาการ

นวัตกรรมของ “กองทุน ARK” มีอะไรบ้าง ?

ARK เชื่อว่าโลกกำลังอยู่ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีในระดับที่ร้อยปีจะเกิดขึ้นสักครั้ง ด้วย 5 นวัตกรรม อันประกอบไปด้วย

  • Artificial Intelligence (AI): ระบบการเรียนรู้นี้จะเปลี่ยนแปลงทุกอุตสาหกรรมอย่างที่อินเตอร์เน็ตเคยทำไว้ ไมว่าจะเป็นการสื่อสาร ธุรกิจค้าปลีก มีเดีย หรือแม้กระทั่งระบบการเงินและสาธารณสุข
  • Energy Storage: ต้นทุนแบตเตอรี่ที่ลดลงจะเพิ่มความต้องการพลังงานไฟฟ้าซึ่งจะเข้ามาแทนที่พลังงานจากฟอลซิล
  • Robotics: หากต้นทุนของนวัตกรรมนี้ลดลงไปครึ่งหนึ่งพร้อมความสามารถที่เพิ่มขึ้นทำให้ทำงานร่วมกับมนุษย์ได้ทุกที่ จักรกลจะเปลี่ยนทุกธุรกิจที่ต้องพึ่งพากระบวนการและระบบงานทางกายภาพ
  • DNA Sequencing: เมื่อต้นทุนของนวัตกรรมนี้อย่างรวดเร็ว การใช้งานจะแพร่หลายมากขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งนวัตกรรมนี้จะเปลี่ยนโครงสร้างการรักษาโรค ยารักษา และการเกษตร
  • Blockchain Technology: ด้วยนวัตกรรมนี้หลายสิ่งบนโลกจะมีความใกล้เคียงเงินมากขึ้น นั่นคือไม่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว มีสภาพคล่อง และวัดจำนวนได้ ซึ่งจะเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างทั้งฝั่งธุรกิจและผู้บริโภคในแบบที่เลี่ยงไม่ได้

แน่นอนว่านวัตกรรมเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ และหลายบริษัทก็ได้เข้าจดทะเบียนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์มาหลายปีแล้ว ทาง ARK บอกว่ามี 4 ปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนอาจกังวลหรือมองข้ามที่จะลงทุนบริษัทด้านนวัตกรรม

The Market’s Short-Term Time Horizon

ตลาดมักจะเสียสมาธิไปกับการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น และหลุดโฟกัสต่อผลต่อการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของเทคโนโลยีเหล่านี้

แนวคิดกอง ARK

ARK อธิบายประเด็นนี้ด้วยกราฟระหว่างยอดขายกับระยะเวลา โดยในช่วงแรกยอดขายแทบไม่เปลี่ยนแปลงเพราะตลาดมองไม่เห็นโอกาสรวมทั้งยังไม่เข้าใจว่านวัตกรรมดังกล่าวจะนำไปต่อยอดอย่างไรต่อ เมื่อเวลาผ่านไปตลาดก็ยังคาดการณ์ปัจจัยต่างๆ ไม่ตรงกับศักยภาพอีกทั้งมีความกังวลเข้ามากดดันทำให้ยอดขายลดลง แต่เพชรอยู่ที่ไหนก็เป็นเพชร สุดท้ายแล้วเมื่อนวัตกรรมนั้นสามารถพิสูจน์ตัวเองได้จนเข้าสู่ชีวิตประจำวันแล้ว บอดขายรวมไปถึงราคาหุ้นจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ชนะจะกุมส่วนแบ่งตลาดโดยส่วนใหญ่ หรือ Winner takes most markets

The Silo-ization of Wall Street

นวัตกรรมของกอง ARK

แนวความคิดแบบดั้งเดิมของ Wall Street ที่จัดประเภทหุ้นตามหมวดอุตสาหกรรม มูลค่าตามราคาตลาด หรือแนวทางการบริหารกองทุน ไม่สามารถนำมาใช้กับการลงทุนในหุ้นของบริษัทด้านนวัตกรรมได้ ARK จึงจัดประเภทด้วยการแบ่งตาม theme เพื่อใช้ประโยชน์จากการแบ่งปันข้อมูลกันระหว่างทีมนักวิเคราะห์

The Passive Public Markets

นักลงทุนในบริษัทด้านนวัตกรรมมีแนวโน้มลงทุนแบบนอกตลาดหุ้น (Private markets) ส่วนเงินลงทุนในตลาดหุ้นก็หันเข้าสู่การลงทุนแบบ passive นี่เป็นสาเหตุให้ ARK เชื่อว่าหุ้นของบริษัทด้านนวัตกรรมที่มีศักยภาพซึ่งซื้อขายในตลาดหุ้นมีราคาที่ไม่เหมาะสมมากที่สุดในตลาดหุ้น

The Closed-Off Research and Investment Mentality

ARK เชื่อว่านวัตกรรมต้องการแนวทางที่เปิดกว้างเพื่อทำความเข้าใจการบรรจบกันระหว่างแต่ละเทคโนโลยีกับศักยภาพสูงสุดในตลาด ดังนั้น ARK จึงผสมผสานกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ top-down และ bottom-up ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาบริษัทด้านนวัตกรรมได้ก่อนจะเป็นที่รู้จัก (Early Adopters) และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกันระหว่างทีมผู้จัดการพอร์ตการลงทุน ทีมนักวิเคราะห์ และแหล่งข้อมูลจากภายนอก

กระบวนการการลงทุน “กองทุน ARK” เป็นอย่างไรบ้าง ?

หลังจากพี่ทุยพาไปรู้จักกับทั้งนวัตกรรมที่ ARK มองว่าจะเปลี่ยนโลก รวมไปถึงปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนมองข้ามบริษัทด้านนวัตกรรม สื่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ ARK บริหาร ETF จนสร้างผลตอบแทนในระดับที่เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์คงหนีไม่พ้น ‘กระบวนการการลงทุน’ (Investment process)

ARK นำการวิเคราะห์แบบ Top-Down และ Bottom-Up ซึ่งทั้งแบ่งหน้าที่และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างลงตัว ดังนี้

  • Top-Down: ค้นหาขอบเขตการลงทุนและประเมินโอกาส

การจัดรูปแบบการวิเคราะห์ด้วยการแบ่งตาม theme ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกันระหว่างทีมผู้จัดการพอร์ตการลงทุน ทีมนักวิเคราะห์ และแหล่งข้อมูลจากภายนอก ทำให้เกิดความเข้าใจต่อนวัตกรรมอย่างลึกซึ้ง

  • Bottom-Up: กลั่นกรองโอกาส ค้นหาบริษัทที่น่าสนใจ และบริหารพอร์ตการลงทุน

ทีมการลงทุนสรุปข้อมูลการลงทุนและแบบจำลองมูลค่าโดยใช้ข้อมูลจากการวิเคราะห์ทั้งแบบ Top-Down และ Bottom-Up ใช้ระบบการให้คะแนนของ ARK เพื่อประเมินหุ้นและติดตามสมมติฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์หุ้น 

ข้อมูลใหม่ การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะ และการประเมินคะแนนหุ้นจะถูกหารือกันในการประชุมทีมทุกสัปดาห์ และรายงานต่อทีมบริหารพอร์ตการลงทุน

การประเมินคะแนนถูกพิจารณาด้วยหลายปัจจัย เช่น การจ้างบุคลากร การค้นคว้าและวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถในการแข่งขัน ความเสี่ยงทั้งด้านกฎหมาย การเมือง และการใช้จริงในชีวิตประจำวัน เป็นต้น

การวิเคราะห์ทั้งแบบ Top-Down และ Bottom-Up ภายใต้ระบบ Open Research Ecosystem ของ ARK ใช้ข้อมูลจาก 3 แหล่ง ประกอบไปด้วย

  • แหล่งข้อมูลดั้งเดิม (Traditional Sources)
  • โลกออนไลน์และโซเชียลมีเดีย (Online+Social media)
  • ความคิดจากกลุ่มคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับ ARK (Crowdsourcing)

โดยที่แต่ละฝ่ายจะใช้แหล่งข้อมูลจาก 3 แหล่งดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องลึกที่เฉพาะเจาะจง

  • ทีมนักวิเคราะห์ (Analyst Teams) ซึ่งแบ่งหน้าที่กันตาม theme ของนวัตกรรม ใช้ข้อมูลจาก Traditional Sources และ Online+Social media
  • ทีมบริหารพอร์ตการลงทุน (Portfolio Management) ก็จะประเมินข้อมูลจากบทวิเคราะห์ ข้อมูลพื้นฐาน และการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น ใช้ข้อมูลจากTraditional Sources และ Crowdsourcing
  • ทีมนักพัฒนา theme (Theme Developers) นำแนวคิดจากผู้นำทั้งด้ายสถาบันการศึกษา สตาร์ทอัพ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มทุน และบริษัทที่เพิ่งเริ่มก่อตั้ง ใช้ข้อมูลจาก Online+Social media และ Crowdsourcing

เมื่อทุกทีมได้ข้อมูลแล้วไม่ว่าจะมาจากการวิเคราะห์แบบ Top-Down หรือ Bottom-Up ก็จะถูกนำแลกเปลี่ยนกันด้วยระบบ Open Research Ecosystem เพื่อวิเคราะห์และหาข้อสรุปสำหรับพอร์ตการลงทุน

และถ้าหากกำลังสนใจอยากรู้จักหรือศึกษา ETF ที่ ARK บริหาร พี่ทุยได้รวบรวมมาไว้ให้แล้ว

  • ARK INNOVATION ETF (ARKK): เน้นลงทุนในบริษัทที่รับประโยชน์จากการพัฒนาสินค้า บริการ เทคโนโลยี หรือการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ด้าน Genomic Revolution, Industrial Innovation, Next Generation Internet และ Fintech Innovation เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกกลุุ่มอุตสาหกรรมที่ ARK จัดว่าเป็นนวัตกรรม (ผลตอบแทนปี 2020: 148.73%)
  • ARK Autonomous Technology & Robotics ETF (ARKQ): เน้นลงทุนในนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Autonomous Transportation, Robotics and Automation, 3D Printing, Energy Storage และ Space Exploration (ผลตอบแทนปี 2020: 105.41%)
  • ARK Next Generation Internet ETF (ARKW): เน้นลงทุนในนวัตกรรมที่ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีไปสู่ระบบยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Cloud Computing & Cyber Security, Big Data & Artificial Intelligence (AI) (ผลตอบแทนปี 2020: 154.14%)
  • ARK Genomic Revolution ETF (ARKG): เน้นลงทุนในบริษัทที่รับประโยชน์จากนวัตกรรมที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ด้วยการประสานกันระหว่างเทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์ เช่น Gene Editing, CRISPR, Stem Cells และ Agricultural Biology (ผลตอบแทนปี 2020: 178.22%)
  • ARK FINTECH INNOVATION ETF (ARKF): เน้นลงทุนในบริษัทด้านนวัตกรรม Financial Technology หรือ Fintech ซึ่งมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงกลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน เช่น Blockchain Technology, Transaction Innovations และ Customer Facing Platforms (ผลตอบแทนปี 2020: 107.30%)

สุดท้ายนี้พี่ทุยมองว่าหุ้นในกลุ่มนวัตกรรม ซึ่งกำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนมีความน่าสนใจ และควรมีสัดส่วนในพอร์ตการลงทุนอย่างไรก็ตามควรมีสัดส่วนที่เหมาะสม เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทและสร้างความผันผวนให้พอร์ตการลงทุนโดยรวมได้..

Source: ark-funds.com ark-invest.com

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สการเงินออนไลน์ คอร์สลงทุน
คอร์สการเงินออนไลน์ คอร์สลงทุน
error: