ABGDD สร้าง ‘Passive Income’ ด้วยหุ้นระดับโลก ให้ได้นอนกินไปยาว ๆ

ABGDD สร้าง ‘Passive Income’ ด้วยหุ้นระดับโลก ให้ได้นอนกินไปยาว ๆ

2 min read  

ฉบับย่อ

  • การสร้าง Passive Income ถือว่าเป็นหนึ่งเป้าหมายการลงทุนยอดฮิตของใครหลาย ๆ คน เพื่อให้สามารถนำกระแสเงินสดไปใช้กับเป้าหมายการเงินอื่น ๆ ได้
  • Aberdeen Standard SICAV I – Global Dynamic Dividend Fund (กองทุนหลักของ ABGDD) มีกลยุทธ์ลงทุนแบบ Global Dynamic Dividend ที่มุ่งหาโอกาสที่จะได้รับเงินปันผลของหุ้น พร้อมหุ้นดังกล่าวยังต้องมีความสามารถในการเติบโตในระยะยาวด้วย 
  • ABGDD มีคลาส Auto-Redemption (ABGDD-R) ให้เลือกลงทุนเป็นการขายคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติ โดยมีข้อดี คือ “ไม่ต้องเสียภาษี 10%” เหมือนกับกองทุนที่จ่ายเงินปันผล

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset กองทุนรวม
Krungsri Asset กองทุนรวม

หนึ่งในเป้าหมายการลงทุนที่เป็นนักลงทุนหลาย ๆ คนต้องการเลย คือ การสร้าง Passive Income เพื่อให้เกิดรายรับอย่างต่อเนื่อง จะได้เอากระแสเงินสดที่ได้มานั้นไปใช้กับเรื่องอื่น ๆ ได้ เช่น ค่าใช้จ่ายประจำวัน ค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนบ้าน ฯลฯ

วันนี้พี่ทุยมีกองทุนรวมหนึ่งมาแนะนำ นับว่าเป็นกองทุนหนึ่งที่เหมาะกับการสร้าง Passive Income อย่างต่อเนื่องในระยะยาวเลย นั่นก็คือ abrdn Global Dynamic Dividend Fund (ABGDD)

ABGDD ลงทุนแบบกลยุทธ์ Global Dynamic Dividend

กลยุทธ์การลงทุนแบบ Global Dynamic Dividend นอกจากจะมีกระแสเงินสดจาก “เงินปันผล (Dividend)” ของหุ้นในพอร์ตแล้ว ตัวหุ้นที่เลือกลงทุนยังมีความสามารถในการเติบโตในระยะยาว ซึ่งจะช่วยสร้าง “กำไรส่วนต่าง” (Capital Gain) ที่เพิ่มขึ้นของหุ้นได้ดีอีกด้วย

ซึ่งกองทุนหลักที่ ABGDD ไปลงทุนต่อคือกองทุน Aberdeen Standard SICAV I – Global Dynamic Dividend Fund จะมีการคัดเลือกหุ้นแบบ Active กระจายลงทุนในหุ้นทั่วโลกกว่า 80 – 100 ตัว โดยที่จะเลือกลงทุนเน้นไปที่ 3 อุตสากรรมหลักได้แก่ กลุ่ม Finance , IT และ Healthcare (ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 2564) โดยใช้วิธีการเลือกหุ้นแบบ Bottom-up ซึ่งกองทุนหลักมีการถือครองหุ้นทั้งที่เป็น Growth และ Value Stock เพื่อให้เข้ากับกลยุทธ์การลงทุนแบบ Global Dynamic Dividend

นอกจากนี้ กองทุนหลักของ ABGDD ยังมีการแบ่งเงินลงทุนประมาณ 5% ไปลงทุนระยะสั้นในบริษัทที่มีหรือจะมีเหตุการณ์พิเศษต่าง ๆ เพื่อหาโอกาสในการได้รับทั้งเงินปันผลปกติ และเงินปันผลที่จ่ายให้เป็นกรณีพิเศษ (One off or Special dividends) เพื่อเพิ่มกระแสรายรับจากเงินปันผลโดยรวมให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นอีกด้วย

ABGDD มาพร้อมกับคลาส Auto-redemption เพื่อสร้างกระแสเงินสด ให้ได้รับอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

กองทุน ABGDD มีชนิดหน่วยลงทุนแบบ Auto-redemption (ABGDD-R) ให้นักลงทุนเลือกลงทุนได้ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนคล้ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Auto-redemption จะเป็นการขายคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติคืนให้กับนักลงทุนทุกเดือน โดยที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินปันผล 10 % แบบการจ่ายเงินปันผลแบบทั่ว ๆ ไป

แต่สำหรับใครที่ต้องการลงทุนระยะยาว เน้นให้มูลค่าเติบโตแบบทบต้น หรือต้องการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี ABGDD เองก็มีรูปแบบ Accumulation (ABGDD-A) แบบสะสมมูลค่า หรือแบบ Class SSF (ABGDD-SSF) เพื่อใช้สำหรับการลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขของกรมสรรพากรด้วย

ABGDD ป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงิน 

ทุกครั้งที่เราไปลงทุนที่ต่างประเทศก็จะมีความเสี่ยงเรื่องหนึ่งเพิ่มเข้ามาเสมอ คือ “ความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน” เพราะเราต้องแลกเงินบาทไปเป็นสกุลเงินต่างประเทศเพื่อเข้าลงทุนหุ้นในต่างประเทศ สำหรับ ABGDD จะมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยปัจจุบันมีเป้าหมายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90% ด้วย เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทนเพิ่มเติมจากความผันผวนของค่าเงิน

ABGDD ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน

พออ่านมาถึงตรงนี้หลาย ๆ คนอาจจะเป็นกังวลว่า ABGDD ดูเหมือนจะเป็นกองทุนแบบ FIF ที่มีการนำเงินลงทุนไปลงทุนในกองทุนรวมอื่นอีกที ซึ่งข้อเสียของกองทุนรวม FIF ก็คือการคิด “ค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน”

แต่พี่ทุยบอกก่อนเลยว่าสำหรับ ABGDD จะไม่มีเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนแบบ FIF กองอื่น ๆ เนื่องจากกองทุนหลักของ ABGDD จะไม่มีเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน (Management Fee) นั่นเอง

สำหรับใครที่สนใจกองทุน ABGDD พี่ทุยแนะนำว่าลองเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือติดต่อ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ : +66-2352-3388 Email : client.services.th@abrdn.com

คำเตือน :

  • การจ่ายเงินปันผลในอดีต ไม่สามารถการันตีการจ่ายเงินปันผลในอนาคต
  • ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก
  • กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน โดยปัจจุบันมีเป้าหมายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90% ทั้งนี้ตัวชี้วัดแสดงในรูปสกุลเงิน USD ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเดียวกับกองทุนหลัก โดยมิได้ปรับด้วยต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
  • ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม
รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial
error: