ความเข้าใจผิดเวลา "ซื้อกองทุน"

ความเข้าใจผิดเวลา “ซื้อกองทุน”

2 min read  

ฉบับย่อ

  • สำหรับคนที่ “ไม่มีเวลา” ลงทุนด้วยตัวเองหรือติดตามข่าวสารแบบรวดเร็ว แนะนำให้ “ซื้อกองทุน” ดูจะเหมาะสมมากกว่า
  • การ “ซื้อกองทุน” ดีตรงที่ว่า ถึงแม้ว่าเราจะซื้อเพียงกองเดียว ก็จะทำ Asset Allocation ไปเลยในตัว และกองทุนโดยทั่วไปราคาก็จะปรับขึ้นลงตามสภาพตลาดโดยรวมที่เราเลือกลงทุน ดังนั้นก่อนการเลือก “ซื้อกองทุน” ทุกครั้งเราควรที่จะมองภาพใหญ่ของตลาดด้วยเสมอว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้ตลาดที่เราลงทุนนั้นราคาปรับขึ้นหรือเปล่า ?

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
"เปิดบัญชี Windsor Broker"

“การมองผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนรวมเป็นสิ่งที่ต้องทำเพราะว่า เราจะได้ดูว่าผู้บริหารกองทุนนี้เก่งหรือไม่ เมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัด (Benchmark) แต่เราต้องมองอนาคตด้วยว่า ดัชนีชี้วัดของกองทุนนี้จะสามารถปรับตัวขึ้นได้อีกหรือไม่” สำหรับคนที่ “ไม่มีเวลา” ลงทุนด้วยตัวเองหรือติดตามข่าวสารแบบรวดเร็ว พี่ทุยมักจะแนะนำให้ “ซื้อกองทุน” ดูจะเหมาะสมมากกว่า เพราะถ้าเราเก่งเรื่องการทำงาน การทำธุรกิจ แต่ไม่ได้ให้เวลากับเรื่องการลงทุนมากนัก ก็ควรให้มืออาชีพจัดการก็เป็นทางเลือกที่ดีทีเดียว

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าวิธีการเลือก “ซื้อกองทุน” ต้องทำยังไง ลองเข้ามาอ่านได้เลย ที่นี่

แต่โดยทั่วไปแล้ว เวลาที่เราจะ “ซื้อกองทุน” อย่างน้อยที่สุดเราก็ควรจะรู้ว่าความเสี่ยงที่เรารับได้อยู่ที่ระดับไหน วิธีเลือกซื้อตามที่พี่ทุยได้ให้ LINK ไปอ่านด้านบน จะเป็นวิธีเปรียบเทียบกองทุนที่อยู่ในกลุ่มประเภทเดียวกันเท่านั้น !! เพราะถ้ากองทุนต่างประเภทกันไม่ควรจะนำมาเปรียบกัน เช่น ระหว่าง “กองทุนหุ้น” กับ “กองทุนตราสารหนี้” อันไหนดีกว่า คำตอบก็คือเทียบกันไม่ได้เลย ตรงนี้ต้องระวัง

และความเข้าใจผิดอีกอย่างนึงที่สำคัญมาก ๆ สำหรับสำหรับการเลือก “ซื้อกองทุน” ก็คือเรามอง “อดีต” กันมากเกินไป อย่าเพิ่ง “งง” กันนะ พี่ทุยยังบอกอยู่เลยให้ดูที่อดีต เหตุผลที่พี่ทุยให้ดูอดีตก็เพราะว่า ให้เอาประเภทกองทุนที่เราเลือกมาแล้ว มาเปรียบเทียบกันดูว่าอดีตที่ผ่านมา กองทุนไหนทำผลงานได้ดีกว่ากัน ใช้เปรียบเทียบระหว่างกองทุนเท่านั้น

เช่น ในกรณีที่ตลาดหุ้นเป็นขาลง แน่นอนว่ากองทุนก็จะติดลบตามตามตลาดที่ลบนั้นแหละ แต่วัดกันที่ว่ากองทุนไหนติดลบน้อยกว่ากองนั้นก็น่าซื้อมากกว่า มาถึงตรงนี้หลายๆคนอาจจะเริ่มเห็นภาพแล้วว่า ดูอดีตเราจะดูว่ากองไหนทำผลงานได้ดีกว่า แต่การดูอดีตไม่ได้บอกว่าเราจะกำไรหรือขาดทุน เพราะเวลาที่เรา “ซื้อกองทุน” เราคาดหวังผลตอบแทนใน “อนาคต” ต่างหากไม่ใช่อดีต

การ “ซื้อกองทุน” ดีตรงที่ว่า ถึงแม้ว่าเราจะซื้อเพียงกองเดียว ก็จะทำ Asset Allocation ไปเลยในตัว และกองทุนโดยทั่วไปราคาก็จะปรับขึ้ลงตามสภาพตลาดโดยรวมที่เราเลือกลงทุน ดังนั้นก่อนการเลือก “ซื้อกองทุน” ทุกครั้งเราควรที่จะมองภาพใหญ่ของตลาดด้วยเสมอว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้ตลาดที่เราลงทุนนั้นราคาปรับขึ้นหรือเปล่า ?

แล้วถ้าไม่มีปัจจัยที่ทำให้ราคาปรับขึ้นล่ะ ?

ต่อให้ในอดีตได้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 15% ก็ตาม ก็ถือว่าไม่น่าสนใจ แต่ถ้ามีปัจจัยที่จะตลาดภาพรวมวิ่งไปขึ้นไปได้ ต่อให้ผลตอบแทนในอดีตติดลบมาโดยตลอด ก็ถือว่าเป็นโอกาสน่าลงทุนที่ดี !! ตรงนี้อาจจะขัดกับความรู้สึก แต่ว่าอันนี้เป็นเหตุผลหลักเลยว่าทำไมคนที่ลงทุนแล้วสำเร็จถึงน้อยกว่าคนที่ลงทุนผิดพลาดหรือเป็นเม่า

ดังนั้น อย่าลืมว่า “ซื้อกองทุน” เราต้องดูอนาคตภาพรวมของตลาด แต่ “อดีต” เอาไว้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนหรือฝีมือของผู้จัดการกองทุนเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าอนาคตจะกำไรหรือขาดทุนนะ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: