มนุษย์เงินเดือนควร "จัดพอร์ตกองทุน" อย่างไร ?

มนุษย์เงินเดือนควร “จัดพอร์ตกองทุน” อย่างไร ?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • กองทุนรวมเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานไม่นาน หรือคนที่ไม่มีเวลาเฝ้าดูติดตามหุ้น จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับพนักงานประจำที่อยากสร้างความมั่งคั่ง
  • กองทุนสามารถจัดพอร์ตเพื่อตอบสนองเป้าหมายทั้งระยะสั้น กลาง และยาวได้เช่นกัน การจัดแบ่งสัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับระดับของผลตอบแทนและความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้
  • กองทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายระยะสั้น กองทุนรวมตลาดเงิน, กองทุนที่เหมาะกับเป้าหมายระยะกลาง คือ LTF, SSF, กองทุนตราสารหนี้ และกองทุนที่เหมาะกับเป้าหมายระยะยาว คือ RMF เป็นต้น

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021

บทความนี้พี่ทุยขอแนะแนวทางในการ “จัดพอร์ตกองทุน” เพื่อให้เหมาะสมกับมนุษย์เงินเดือน โดยการกำหนดของการลงทุนเป็นเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพราะพี่ทุยมองว่าส่วนใหญ่แล้วมนุษย์เงินเดือนไม่มีเวลาติดตามหุ้น ไม่มีประสบการณ์ลงทุน แต่อยากออมอยากลงทุน จะทำยังไงดี ?

สินทรัพย์ทางการเงินหนึ่งที่ตอบโจทย์มนุษย์เงินเดือนหรือพนักงานประจำในแง่ของการลงทุน พี่ทุยว่ายังไง “กองทุนรวม” ก็ดูเป็นตัวเลือกแรกๆนะ

กองทุนรวมช่วยออมเงินและนำไปสู่การสร้างความมั่งคั่งของมนุษย์เงินเดือนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากกองทุนรวม มีทีมงานบริหารจัดการกองทุนมืออาชีพเป็นคนช่วยดูแลกองทุนให้แทนเรา จะมีผู้จัดการกองทุนเป็นคนดูแลหลักในการคัดเลือกหุ้นและกำหนดนโยบายการลงทุนของแต่ละกองแตกต่างกันไป มีกองทุนให้เลือกหลากหลายประเภท และมีกองทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศให้นักลงทุนตามความสนใจของแต่ละคน

กองทุนรวม คืออะไร ?

กองทุนเป็นการนำเงินลงทุนของนักลงทุนรายย่อย มารวบรวมมาเป็นเงินทุนก้อนใหญ่ แล้วนำไปจดทะเบียนในฐานะนิติบุคคล เพื่อนำไปลงทุนตามนโยบายที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนการลงทุน

กองทุนมีอยู่มากมายเรียกได้ว่าอาจครบทุกการลงทุนหลักๆ บนโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ เช่น หุ้น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้ พันธบัตร หรือหุ้นต่างประเทศ หรือลงทุนอื่นๆเฉพาะทางอีกมากมาย และกองทุนมักจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นด้วยตนเอง เนื่องจากกองทุนรวมมักจะมีการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆกัน และมีทีมงานคอยดูความเสี่ยงของแต่ละกองทุนโดยเฉพาะ

ผู้ถือกองทุนรวม ได้อะไรกลับมา ?

นักลงทุนที่ซื้อกองทุนรวมจะได้หน่วยลงทุน เพื่อเป็นหลักฐานรับรองในการเป็นเจ้าของในเงินที่ลงทุนไปกับทางบริษัทจัดการกองทุน ส่วนผลตอบแทนที่ได้กลับมาประกอบด้วย ส่วนต่างของราคากองทุน (Capital Gain) ที่กองทุนนั้นไปลงทุนในหลักทรัพย์ใดๆแล้วงอกเงยขึ้นมาได้ กับเงินปันผล (Dividend) จากสินทรัพย์นั้นๆแล้วนำมาเฉลี่ยปันผลต่อให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนต่อมาตามลำดับ ทั้งนี้แล้วขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทุน บางกองทุนไม่ได้มีนโยบายการเงินปันผลก็ได้ เพราะอยากให้มูลค่าสุทธิของกองทุนเติบโต (Net Asset Value) หรือที่เรียกกันคุ้นหูว่า NAV นั่นเอง

เริ่มต้นลงทุนกองทุนเท่าไหร่ ?

กองทุนรวม สามารถเริ่มต้นเงินลงทุนได้ตั้งแต่หลักร้อยหรือหลักพัน แล้วแต่ขั้นต่ำของแต่ละกองทุนที่กำหนดไว้ หรือบางกองทุนก็กำหนดไว้ที่ตั้งแต่ 1 บาทเป็นต้นไปก็มี ซึ่งเป็นเงินลงทุนเริ่มต้นที่ไม่เยอะเลยสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการออมเงินและสร้างความมั่งคั่งต่อไปในระยะยาว

ซื้อกองทุนรวม ต้อง “จัดพอร์ตกองทุน” ด้วยมั้ย ?

หลักการลงทุนที่ดี ควรจะมีการกระจายความเสี่ยงหรือมีการจัดพอร์ตการลงทุนให้มีความหลากหลาย และสามารถตอบสนองวัตถุประสงค์ในการเงินการลงทุนได้ ถึงแม้กองทุนรวมจะมีการกระจายการลงทุนอยู่ในตนเองอยู่แล้ว แต่กองทุนรวมยังไม่ได้ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ในการลงทุนของแต่ละคน บทความนี้พี่ทุยจึงขอแนะแนวทางในการจัดพอร์ตกองทุนเพื่อให้เหมาะสมกับมนุษย์เงินเดือน จัดพอร์ตกองทุนโดยการกำหนดเป้าหมายการลงทุนเป็นเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

กองทุนรวมเพื่อเป้าหมายระยะสั้น

การลงทุนในระยะสั้นนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีสภาพคล่องสูง โดยที่กองทุนสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายในเวลาไม่กี่วัน และเงินยังสามารถงอกเงยเติบโตได้ด้วย มักจะเป็นการลงทุนระยะสั้นเพื่อครอบคลุมรายจ่ายในอีก 3 เดือนหรือ 6 เดือนข้างหน้า ปกติมักจะไม่เกิน 1 ปี กองทุนที่เหมาะสมกับประเภทนี้ เช่น กองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) หรือกองทุนรวมตลาดเงินภาครัฐหรือภาคเอกชน โดยที่อัตราผลตอบแทนประเภทนี้อยู่ที่ประมาณ 1-2 %

กองทุนรวมเพื่อเป้าหมายระยะกลาง

การลงทุนในระยะสั้นเพื่อตอบเป้าหมายในระยะกลางได้ เช่น เป้าหมายการซื้อบ้าน ซื้อรถ ในอนาคต ปกติเป้าหมายระยะกลางมักจะใช้เวลา 3-7 ปีข้างหน้า กองทุนที่เหมาะสมกับการลงทุนประเภทนี้ ได้แก่

กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) สำหรับในปี 2563 นี้ LTF มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย สามารถซื้อเพิ่มได้เพียงแต่จะไม่ได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษีในปีใหม่ ๆ ได้อีกแล้ว คนที่ถือมาก่อนหรือถือมานานแล้วก็ไม่ต้องกังวล รอขายคืนตามสิทธิและเงื่อนไขเดิมให้ถูกต้อง และคนที่ซื้อใหม่แม้จะไม่ได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษีเพิ่มแต่เวลาขายคืนจะไม่โดนภาษีจากกำไรเวลาขายคืนหน่วยเหมือนกองทุนทั่ว ๆ ไปแล้ว แล้วที่มีเข้ามาเพิ่มก็คือ SSF นอกจากประโยชน์ที่ให้ประชาชนมีเงินเก็บระยะยาว เงินเก็บมีโอกาสเติบโตมากขึ้น อีก 1 หัวใจหลักของการมีกองทุนเหล่า ๆ นี้คือ SSF และ LTF มีส่วนช่วยให้ตลาดเกิดความเสถียรภาพมากขึ้น เพราะโดยปกติแล้วเม็ดเงินในตลาดหุ้นส่วนใหญ่นั้นเป็นเงินระยะสั้นและมีการเกร็งกำไร เป็นเหตุให้ตลาดเกิดความผันผวนมาก การที่มีเม็ดเงินระยะยาว หรือจากกองทุนเหล่านี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพในตลาดมากขึ้นอีกด้วย

กองทุนเพื่อเป้าหมายการลงทุนระยะยาว

การลงทุนเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดเพื่อการเกษียณอายุ โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนแล้วต้องให้ความสำคัญดีๆเลย เนื่องจากหากต้องหยุดทำงานไปแล้ว จะทำให้ไม่มีรายได้เข้ามาใช้จ่ายตอนเกษียณ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องเจอในอนาคต ดังนั้นแล้วเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น มาเริ่มต้นวางแผนระยะยาวกันตั้งแต่วันนี้กันเลยดีกว่า

ถ้าเป็นเป้าหมายระยะยาวมากอย่างการเกษียณอายุ พี่ทุยชอบกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund) หรือ RMF เป็นกองทุนที่เพื่อการส่งเสริมการออมเงินไว้สำหรับใช้จ่ายยามเกษียณอายุ โดยมีเงื่อนไขการลงทุนเบื้องต้น คือ ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาทต่อปี และสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อมีอายุมากกว่า 55 ปี และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นอกจากนั้นยังได้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีอีกด้วย

ส่วนกองทุนรวมทั่วไป มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ มีทั้งกองทุนที่เน้นลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นไทย หรือกองทุนที่เน้นลงทุนหุ้นขนาดกลาง-เล็ก หรือกองทุนที่อิงกับดัชนี SET50 หรือกองทุนที่ลงทุนเน้นลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นๆ โดยเฉพาะ เช่น กองทุนพลังงาน กองทุนหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล เป็นต้น

หรือเพื่อนๆนักลงทุน ใครที่ต้องการกระจายความเสี่ยงไปยังต่างประเทศ ก็มีกองทุนรวมต่างประเทศให้เลือกลงทุนกันมากมาย ทั้งกองทุนที่ไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ, กองทุนที่ไปลงทุนในตลาดหุ้นจีน หรือลงทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มาแรงอย่างบริษัท Amazon, Facebook, Google ก็สามารถเลือกลงทุนได้เช่นกัน

การจัดพอร์ตกองทุนเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อเป็นการจัดสรรเงินลงทุนให้ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายของแต่ละคน โดยที่ยังคำนึงถึงด้านความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย ผสมกับการวางแผนเป้าหมายระยะสั้น กลาง และยาว จะช่วยทำให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

ทั้งนี้แล้วเป้าหมายการลงทุนหรือวัตถุประสงค์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่มีสัดส่วน แล้วสูตรลับเฉพาะที่ตายตัว สัดส่วนตัวเลขเป็นเพียงตัวเลขโดยประมาณสามารถปรับให้เหมาะสมขึ้นอยู่กับแต่ละคน เป็นเพียงโมเดลในการคิดเพื่อการจัดพอร์ตและเพื่อวางแผนเป้าหมายการลงทุน พี่ทุยหวังว่าเพื่อน ๆ นักลงทุนจะนำไปต่อยอดปรับใช้ในการวางแผนการลงทุนกันต่อไปได้นะจ้ะ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
error: